พิมพ์หน้านี้
|
ตารางที่ ๑
จากตารางดูแล้วก็คงจะทราบนะครับว่าเป็นอย่างไร ดูเหมือนว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะมีศักยภาพสู้ก๊าซอื่นไม่ได้ แต่อย่าดูถูกเด็ดขาด เพราะเป็นก๊าซที่มีปริมาณมากที่สุดในบรรดาก๊าซเรือนกระจกด้วยกันครับ และมีความสำคัญในระบบนิเวศมากที่สุดด้วย ผมน่ะอยากจะแสดงให้ผู้อ่านได้ทราบถึงปรากฏการณ์โลกร้อนอันมีผลมาจากก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะตัวการสำคัญก็คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งการอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อให้ทราบถึงภัยที่จะเกิดขึ้น และเสริมความรู้ที่ยังอธิบายได้ไม่มากพอในปฐมบทด้วย ใช่ว่าก๊าซเรือนกระจกจะมีแต่โทษซะเมื่อไหร่ล่ะ หากพิจารณาเปรียบเทียบโลกและพระจันทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์พอ ๆ กัน โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ย ๑๕ องศาเซลเซียส อุณหภูมิเวลากลางวันและกลางคืนบนโลกแตกต่างกันประมาณ ๑๐ - ๒๐ องศาเซลเซียส แต่ด้านที่รับแสงอาทิตย์ของพระจันทร์มีอุณหภูมิสูงถึง ๑๓๐ องสาเซลเซียส และด้านเงามืดมีอุณหภูมิต่ำถึง -๑๘๐ องสาเซลเซียส ดังนั้นกลางวันและกลางคืนบนพระจันทร์มีอุณหภูมิแตกต่างกันถึง ๓๑๐ องศาเซลเซียส การที่กลางวันและกลางคืนบนโลกไม่แตกต่างกันมากเป็นเพราะโลกมีการถ่ายเทพลังงานในชั้นบรรยากาศ ( อธิบายไปแล้วเหมือนกัน ) ในเวลากลางวันเมฆและบรรยากาศจะช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ส่วนหนึ่งออกไป ทำให้อุณหภูมิไม่สูงมาก และรังสีอินฟราเรดที่แผ่ออกมาจากไอน้ำและก๊าซเรือนกระจกช่วยรักษาอุณหภูมิไว้ไม่ต่ำมากเวลากลางคืน พอจะเข้าใจนะครับ ให้ผู้อ่านลองไปทบทวนในปฐมภูมิฯอีกครั้งแล้วค่อย ๆ คิดก็จะทราบว่าทำไมถึงเป็นดังอธิบายไปครับ ส่วนบนพระจันทร์ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีการหมุนเวียนพลังงาน และพาความร้อนครับ สังเกตุได้จากการที่นักบินอวกาศไปประทับรอยเท้าไว้บนพระจันทร์ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนรอยเท้าก็ไม่จางหายไปครับ ด้วยว่าไม่มีลมนั่นเอง ดังนั้น กลางวันและกลางคืนในดวงจันทร์จึงมีอุณหภูมิแตกต่างกันมาก จะเห็นได้ว่าภาวะเรือนกระจกมีคุณประโยชน์ เพราะช่วยให้โลกมีความอบอุ่น และทำให้น้ำบนพื้นโลกมีครบทั้งสามสถานะ นั่นคือ เป็นไอน้ำ น้ำ และน้ำแข็ง ขอขอบคุณโครงการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ( Learning module on Earth Science and Astronomy - LESA ) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ TPA Writer Connecting Knowledge together : The Earth is Fever ครับ
วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6144
บีบีซีรายงานว่า ศูนย์เก็บข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NSIDC) เปิดผลการศึกษาล่าสุดพร้อมแสดงภาพดาวเทียมที่ฟ้องว่า ปริมาณน้ำแข็งในทะเลอาร์กติก มีระดับต่ำที่สุดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2550 คิดเป็นพื้นที่ 4.13 ล้านตารางกิโลเมตร น้อยกว่าสถิติที่ต่ำสุดเมื่อปี 2548 ที่บันทึกไว้ 5.32 ล้านตารางกิโลเมตร สถานการณ์ดังกล่าวเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ก่อขึ้นโดยฝีมือมนุษย์
|
| inconvinence | ||
เสียงเตือนจาก อัล กอร์ หยุดโลกร้อน...คุณทำได้ ! |
||
|
View All |
||
| พายุแบบโหด ๆ | ||
พายุแบบโหด ๆ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||