วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม 2550
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
Posted by
แทนธรากร
,
ผู้อ่าน : 243
, 14:00:40 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ( IPCC . ๒๐๐๑ ) ในระดับโลก ความเปลี่ยนแปลงช่วงศตวรรษที่ ๒๑ | ตัวอย่างของผลกระทบ | วันอากาศร้อนเพิ่มมากขึ้น กระแสคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น | - ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น - สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงเกิดความเครียดจากอากาศร้อน - พืชผลเสียหาย | เกิดเหตุการณ์รุนแรงด้านภูมิอากาศมากขึ้น | - น้ำท่วม ดินถล่ม - การกัดเซาะหน้าดิน - พืชผลเสียหาย | พายุเขตุร้อนทวีความรุนแรงขึ้น | - เพิ่มความเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิต - เกิดโรคระบาด - พืชผลเสียหาย | ภัยแล้งและน้ำท่วมรุนแรงขึ้น | - ผลิตผลการเกษตรลดลง - ศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าและพลังงานลดลง | ภูมิอากาศในฤดูมรสุมหน้าร้อนเขตเอเชียแปรปรวนมากขึ้น | - เกิดอุทกภัยและภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นในเขตเอเชียและเขตอบอุ่น |

| | | ประกาศเตือนภัย "พายุเลกีมา" ฉบับที่ 5 (286 / 2550) ลงวันที่ 01 ตุลาคม 2550
| เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (1 ตุลาคม 2550) พายุโซนร้อน เลกีมา ในทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของประเทศเวียดนาม ห่างจากเมืองดานัง ประมาณ 470 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 15.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย อย่างช้าๆ ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ภาคตะวันออกรวมทั้งชายฝั่ง และภาคใต้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูลและสุราษฏร์ธานี ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในระยะ 2-3 วันนี้ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังแรง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กในทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 1- 4 ต.ค.นี้ไว้ด้วย อนึ่ง พายุ เลกีมา นี้จะมีผลกระทบทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ในวันที่ 2 ตุลาคม โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันออกก่อน
| | | |
 | ผลสำรวจคนไทยตื่นภาวะโลกร้อน ชี้ต้นเหตุ..ตัดไม้ทำลายป่าและพวกปล่อยควันเสีย | นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง สำรวจความตื่นตัวของประชาชนต่อสภาวะโลกร้อน และผลกระทบต่อประเทศไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกระดับชั้นของสังคม ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ 4 จังหวัด จำนวน 2,191 ตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 21-29 กันยายน พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ตื่นตัวกับภาวะโลกร้อน โดยร้อยละ 97.1 เคยได้ยินหรือรับทราบเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นการรับทราบผ่านสื่อโทรทัศน์มากที่สุด เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุของปัญหาโลกร้อน พบว่าอันดับแรก คือ การตัดไม้ทำลายป่า คิดเป็นร้อยละ 98.4 รองลงมา ไอควันเสียจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน คิดเป็นร้อยละ 97.6 ไอควันเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม คิดเป็นร้อยละ 96.5 ท่อไอเสียจากรถยนต์ คิดเป็นร้อยละ 91.0 และการใช้ไฟฟ้าอย่างสิ้นเปลือง คิดเป็นร้อยละ 89.9 ตามลำดับ ส่วนผลกระทบที่เกิดจากปัญหาโลกร้อน และส่งผลต่อประเทศไทยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 97.8 ระบุว่า ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนและรุนแรง รองลงมาคือ มีผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย เช่น ไฟฟ้า เส้นทางคมนาคม สุขภาพประชาชน สัตว์และพืชตามป่าชายเลนล้มตาย รวมทั้งกระทบต่อการทำมาหากินของประชาชนลำบากขึ้น กลุ่มตัวอย่าง 2 ใน 3 รู้สึกวิตกกังวลต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน และรุนแรงจนที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย และผลผลิต คุณภาพทางการเกษตรลดลง นอกจากนี้ อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการลดภาวะโลกร้อนเพิ่มเติม
ข้อมูลข่าว : สำนักข่าวไทย
อัพเดทโดย : ศศิวิมล | | อัพเดตเมื่อ 2007-10-01 เวลา 00:04:37 |
|