ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ สั่งวิศวกรเข้าตรวจสอบสภาพเขื่อนลำปาว หลังปริมาณน้ำเกินระดับเก็บกักกว่า 224 ล้าน ลบ.ม. ชาวบ้านเขตลุ่มน้ำประสบปัญหาน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือน 50 หลัง ส่วนพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 1.4 แสนไร่ ด้านอ.สากเหล็ก จ. พิจิตรอ่วม หลังน้ำป่าท่วมอาคารและบ้านเรือนกว่า 2 พันหลังจมน้ำ (9ตค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอิทธิพลของปริมาณน้ำป่าไหลหลากซึ่งได้ไหลเข้าเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งระดับน้ำล่าสุดปริมาณน้ำเกินระดับเก็บกักไปแล้วกว่า 224 ล้าน ลบ.ม.โดยมีปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ 1,654 ล้าน ลบ.ม.จากปริมาณเก็บกักที่ 1,430 ล้าน ลบ.ม. นายประชา จิตสุทธิผล ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชลประทานจังหวัดและหัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้นำวิศวกรเข้าตรวจสอบสภาพของตัวเขื่อนลำปาว ทั้งนี้เนื่องจากเขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทยและได้มีการก่อสร้างมาแล้วกว่า 37 ปี แต่เนื่องจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจึงทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล แต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้น ยังมีคำยืนยันจากผู้รับผิดชอบว่าเขื่อนลำปาวยังคงมีความแข็งแรงและรองรับน้ำได้ "สำหรับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 1.4 แสนไร่ มีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 50 หลังคาเรือน ซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณลำน้ำชีในเขต อ.ฆ้องชัย" นายประชา กล่าวอีกว่า สำหรับอิทธิพลน้ำป่าไหลหลากที่ทำให้ประชาชนวิตกกังกล พบว่า จ.กาฬสินธุ์ จัดเป็นพื้นที่แอ่งกะทะที่จะได้รับอิทธิพลจากพายุฝน โดยเฉพาะเขื่อนลำปาวที่มีอาณาเขตกว้างขวางติดกับรอยต่อหลายจังหวัด ทางตอนบนของตัวเขื่อนจะได้รับอิทธิพลน้ำป่าทางด้าน อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และน้ำป่าจากแนวเขตเทือกเขาภูพานด้าน จ.สกนคร ขณะนี้หากในพื้นที่ลุ่มน้ำปาวและลำน้ำชีมีปริมาณน้ำหนุนสูงที่จะได้รับอิทธิพลจาก จ.ขอนแก่นและชัยภูมิ ก็จะทำให้การระบายน้ำจากเขื่อนลำปาวไปสมทบกับลำน้ำสาขา ไม่ว่าจะเป็นลำน้ำปาวและลำน้ำชี "หากในช่วงนี้หากเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้พื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเส้นทางการเดินของน้ำจากตัวเขื่อนลำปาวจะไหลลงในลำน้ำปาว ผ่านเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย ที่สายน้ำปาวจะไปบรรจบกับลำน้ำชี จากนั้นน้ำในลำน้ำชีที่จะผ่าน จ.ร้อยเอ็ดและมหาสารคาม ก็จะได้ลงสู่ลำน้ำมูลในเขต จ.ยโสธรต่อไป" นายประชา กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.สากเหล็ก จ.พิจิต ยังคงรุนแรง โดยน้ำได้เอ่อท่วมอาคารพาณิชย์ ร้านค้าย่านเศรษฐกิจชุมชนในเขตเทศบาลตำบลสากเหล็ก และตำบลท่าเยี่ยม ตำบลหนองหญ้าไทร ตำบลคลองทราย ระดับน้ำบางแห่งสูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมกว่า 2 พันหลังคาเรือน อาคารร้านค้า 300 คูหาจมน้ำรวมทั้งวัด และโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนประชาชนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอีกหลายหมู่บ้าน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องปล่อยให้สัตว์น้ำนอนแช่น้ำที่ท่วมขัง ซึ่งไม่มีที่การขนย้ายสัตว์เลี้ยงไว้ในที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันน้ำยังเอ่อท่วมทางหลวงหมายเลข 11 เขาทราย- วังทอง ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ภาคเหนือหลายจุดระหว่างอำเภอวังทรายพูน-อำเภอสากเหล็ก ล่าสุดจังหวัดพิจิตรได้ประกาศเตือนให้พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในอำเภอเมืองพิจิตร อำเภอตะพานหิน และอำเภอบางมูลนาก เตรียมรับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากน้ำท่วมฉับพลันต่อไปภายใน 2-3 วันนี้ เนื่องจากน้ำป่าดังกล่าวจะไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ในขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลพนองพยอม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เริ่มนำรถแบ็คโฮ มาทำการเก็บเศษวัชพืชจำพวกผักตบชวา และกิ่งไม้ที่อุดตันขวางทางน้ำตามท่อระบายน้ำต่างๆ ในพื้นที่บ้านป่าแดงหมู่ที่ 11 หลังจากที่เกิดน้ำท่วมทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถทอผ้าที่ใต้ถุนบ้านเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง และเกิดปัญหาโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากพื้นที่บ้านป่าแดง เป็นที่อยู่ของชาวไทยพวน ที่มีฝีมือในการทอผ้า และติดอันดับต้นๆของประเทศ สร้างรายได้ให้กับจังหวัดปีละหลายสิบล้านบาท สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในเขต ตำบลหนองพยอม อำเภอตะพานหิน ในขณะนี้ ระดับน้ำเริ่มทรงตัว แต่ยังมีพื้นที่ ถูกน้ำท่วม 6 หมู่บ้าน คือหมู่ที่ 1-3-6-7 และหมู่ที่ 11 มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมกว่า 1000 หลังคาเรือน ถนนในหมู่บ้านกว่า 20 สายถูกน้ำท่วม รวมถึงไร่นาของชาวบ้านอีกจำนวนมากซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป. |