|
ตรุษจีนวุ่น1.7แสนชีวิตติดค้างรอรถไฟ
 ล้นสถานี - ผู้โดยสารที่ตกค้างรออยู่หน้าสถานีรถไฟในเมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง มีจำนวนถึงกว่า 170,000 คน ขณะที่รถไฟออกวิ่งบริการตามปกติไม่ได้ เนื่องจากหิมะตกหนัก ตามข่าว เมื่อ 28 ม.ค. (ซินหัว)
บีบีซีรายงานว่า เมื่อ 28 ม.ค. การขนส่งมวลชนจีนประสบภาวะวุ่นวายหนักเนื่องมาจากสภาพอากาศหนาวเย็นรุนแรง หิมะตกหนัก จนกระทบต่อการวิ่งรถไฟ รถทัวร์ไปจนถึงเครื่องบิน ในช่วงที่ประชาชนทยอยเดินทางกลับบ้านในเทศกาลตรุษจีน โดยที่เมืองกวางโจวในมณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของประเทศ มีผู้โดยสารติดค้างที่สถานีรถไฟถึง 170,000 ราย ส่วนตามถนนหนทางรถติดหนักจากการปิดถนน และบางพื้นที่ถึงกับขาดแคลนเกลือที่จะมาโรยปกคลุมถนนที่น้ำแข็งเกาะจนลื่น ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าหิมะจะตกหนักยิ่งขึ้นอีก
กระทรวงกิจการพลเรือนแจ้งว่า ภาวะอากาศแปรปรวนนี้กระทบต่อประชาชนกว่า 67 ล้านคน และก่อความเสียหายแล้วกว่า 18,200 ล้านหยวน หรือราว 78,500 ล้านบาท ทางนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่หาทางแก้ไขสถานการณ์ที่อากาศแปรปรวนจะกระทบต่อชีวิตของประชาชน เนื่องจากขัดขวางการขนส่งอาหารสด น้ำมัน และก๊าซในช่วงตรุษจีน
ด้านเจ้าหน้าที่ในมณฑลกวางตุ้งเตือนประชาชน รวมถึงที่แห่มาจากมณฑลเหอหนานที่มารอใช้บริการรถไฟในกวางโจวให้พยายามหาทางอื่น เพราะอาจต้องรอเก้อ เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่มีวี่แววดีขึ้นและอาจต้องใช้เวลาถึงปลายสัปดาห์ กว่าที่การขนส่งจะกลับมาเป็นปกติ เพราะแม้ว่าปกติแล้วช่วงนี้ พื้นที่ทางใต้จะหนาวเย็นและหิมะตกน้อยกว่าภาคอื่น แต่ปีนี้อากาศแปรปรวน เช่นเดียวกับในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ต้องปิดเส้นทางวิ่งรถไฟและทางด่วน ส่วนที่นครเซี่ยงไฮ้สภาพการขนส่งวุ่นวายมากเช่นกัน รถและรถไฟขนส่งมวลชนหนาแน่นไปด้วยผู้โดยสาร แม้ว่าจะไม่ได้เผชิญอากาศรุนแรง
ด้านกระทรวงการรถไฟแจ้งว่า การขนส่งถ่านหินเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรกในตอนนี้ เพราะชาวบ้านต้องพึ่งถ่านหินมากในช่วงฤดูหนาวนี้ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70 แต่ทางกระทรวงรถไฟไม่แจ้งว่าการขนส่งถ่านหินจะกระทบต่อการขนส่งมวลชนหรือไม่

"ฝุ่น"เป็นสาเหตุหิมะละลายเร็ว ฤดูหนาวของภาคตะวันตกของสหรัฐสั้นกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งหนึ่งในสาเหตุคือ ฝุ่นที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเมืองและภาคเกษตรกรรม
นายโธมัส เพนเตอร์ อาจารย์จากยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ยูทาห์ หัวหน้าห้องทดลองสโนว์อ๊อพติกส์ กล่าวว่า ฝุ่นผงจากที่ราบโคโลราโดเมื่อมาผสมกับหิมะ จะกักความร้อนไม่ให้สะท้อนออกไป ทำให้หิมะละลายเร็วกว่าเมื่อก่อนถึง 1 เดือน
เพนเตอร์ระบุว่า การที่หิมะละลายเร็วกว่าเดิมนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเมื่อหิมะละลายจะเหลือแต่หน้าดินที่รับแสงอาทิตย์ที่ร้อนที่สุด และเป็นการทำลายระบบนิเวศ ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เป็นปัญหาของสหรัฐแต่เพียงประเทศเดียว แต่เป็นปัญหาระดับโลก เช่น การที่ทะเลอารัลซึ่งอยู่ระหว่างคาซัคสถานและอุซเบกิสถานแห้งไปเมื่อราว 40 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดปัญหากับระบบนิเวศเป็นอย่างมาก เพราะฝุ่นปลิวออกจากอารัลไปทางตะวันออกจนมาถึงบริเวณเทือกเขาเทียนซานของจีน และกระทบต่อวัฏจักรของน้ำ
เขื่อนภูมิพลปีนี้น้ำน้อยวอนช่วยประหยัด บุรีรัมย์เตือนที่ดอนแล้ง-แนะตุนหญ้าแห้ง
ตาก - นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยถึงแผนการระบายน้ำเขื่อนภูมิพลร่วมกับกรมชลประทานได้วางแผนร่วมกันในการจัดสรรน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ ถึงกรุงเทพฯเขื่อนภูมิพล ปัจจุบันยังมีน้ำที่สามารถระบายได้อีก 6,273 ล้านลูกบาศก์เมตรปีนี้มีน้ำกักเก็บน้อยในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถึง 1,864.58 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เดือนม.ค.ระบายน้ำวันละ 36 ล้านลูกบาศก์เมตรและจะเพิ่มขึ้นแผนการระบายน้ำในช่วงก.พ.-เม.ย.จะเพิ่มการระบายน้ำขึ้นอีกเป็นวันละกว่า 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากเป็นช่วงฤดูแล้งน้ำที่เกษตรกรกักเก็บไว้ รวมทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มแห้งขอดเกษตรกรมีความต้องการใช้น้ำจากลำน้ำปิง เพื่อพยุงต้นกล้าข้าวนาปรัง จากแผนการระบายน้ำในช่วง 6 เดือนฤดูแล้ง มีแผนระบายน้ำในพื้นที่นาปรังกว่า 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายบุญอินทร์ ยังกล่าวอีกว่า ปีนี้ข้าวราคาดีเกษตรกรจึงเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังกันมากกว่า 3 ล้านไร่ทำให้ต้องสำรองน้ำอีก 700 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ดังนั้นถ้าระบายตามแผนจะเป็น 4,700 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อถึงช่วงเดือนพฤษภาคม ก็จะเข้าสู่ฤดูฝน เขื่อนภูมิพลจะเหลือต้นทุนน้ำสำรองไว้ในปีหน้า อีกกว่า 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าต้นทุนน้ำสำรองปีนี้เหลือน้อยกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา เกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัด เผื่อปีหน้าฝนแล้งปริมาณน้ำกักเก็บได้น้อยก็จะส่งผลกระทบต่อการจัดสรรน้ำในปีต่อไป
ด้านจ.บุรีรัมย์นายพจน์ภิรัตน์ เนียมจุ้ย ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ระบุว่าช่วงนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยวฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูแล้งเตือนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ที่มีอยู่ทั้งจังหวัดกว่า 450,000 ตัวสำรองแหล่งน้ำและกักตุนอาหารสัตว์ หญ้าแห้งฟางอัดฟ่อนไว้ให้เพียงพอจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง ในปีนี้จะมีระยะเวลายาวนาน เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ดอนที่ประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำ แหล่งอาหารสัตว์
ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ กำชับให้เกษตรกรระมัดระวังป้องกันโรคระบาดสัตว์ ในโค-กระบือ เช่นโรคปากเท้าเปื่อย โรคคอบวมเกษตรกรควรหมั่นดูแลและสังเกตอาการสัตว์เลี้ยง หากพบว่าป่วย หรือตายผิดปกติให้รีบแจ้งปศุสัตว์จังหวัดเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบควบคุมโรค ไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปสู่สัตว์ตัวอื่นขยายเป็นวงกว้างต่อไป
|