พิมพ์หน้านี้
|
ถึงแม้ว่าเจ้าโดเรม่อนจะไม่ชอบเดินกลับจากโรงเรียน แต่ก็ชอบไปโรงเรียนอนุบาลเป็นที่สุด ไม่เคยบ่นว่าไม่อยากไป โรงเรียนเลยสักครั้ง คุณครู (Erzieherin) ที่นี่ก็ใจดี และน่ารักกับเด็กๆ ทุกคน คอนเซ็ปท์หลักๆ ของโรงเรียนอนุบาลเมืองเบียร์ คือ การสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับความอดทน อดกลั้น ความซื่อสัตย์ ความมีระเบียบวินัยต่างๆ การรู้จักแบ่งปัน เห็นคุณค่าและเคารพซึ่งกันและกัน รวมทั้งการจัดการเตรียมความพร้อมในเด็ก โดยใช่สื่อต่างๆ ที่น่าสนใจสำหรับเด็ก กระตุ้นให้เด็กๆ ได้ใช้จินตนาการอย่างสร้างสรรค์ และมีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง การสอนให้เด็กพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด การเน้นให้เด็กได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม เช่น การช่วยกันจัดโต๊ะรับประทานอาหาร และจัดเก็บเมื่อทานเสร็จเรียบร้อย การทานอาหารเหมือนๆ กัน ตามที่ครัวจัดเตรียมไว้ให้ อันนี้ในกรณีที่เด็กอยู่อนุบาลแบบเต็มวัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีให้เห็น ให้สัมผัส ในบรรยากาศของโรงเรียนอนุบาลเยอรมัน ซึ่งฉันว่าคอนเซ็ปท์เหล่านี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก กับโรงเรียนอนุบาลของเมืองไทย
ที่อนุบาลแห่งแรกของโดเรม่อนจะมีกิจกรรมหลัก ให้เด็กๆ ในแต่ละกรุ๊ป(ห้องเรียน) ได้เรียนรู้ ปฎิบัติกันเป็นกิจวัตรประจำวัน คือ การให้เด็กๆ นำกล่องอาหารเช้ามาทานร่วมกันในช่วงประมาณ10-11 โมงเช้า อันที่จริงก่อนมาโรงเรียน เด็กๆ ก็ได้ทานอาหารเช้า มาจากบ้านกันแล้ว แต่ก็ต้องนำมาทานที่โรงเรียนอีกด้วย เพราะเด็กเล็กๆ มักจะหิวก่อนเที่ยงเสมอ อาหารที่ผู้ปกครองเตรียมให้เด็กนั้น ก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ส่วนมากจะเป็นขนมปัง ชีส ตับบด แฮม ไส้กรอกต่างๆ หรือแยมผลไม้ ผักผลไม้ต่างๆ และเครื่องดื่ม เตรียมใส่กระติกมาให้ครบครัน ทางโรงเรียนมีนโยบายค่อนข้างเข้มงวด เกี่ยวกับการดูแลรักษาสภาวะแวดล้อม จึงได้ขอร้อง ให้ผู้ปกครองเด็กๆ ให้ความร่วมมือ ไม่นำถุงพลาสติกใส่อาหาร หรือของใช้ส่วนตัวให้เด็ก แต่ให้ใช้ถุงผ้าใส่ข้าวของให้เด็กแทน รวมทั้งห้ามไม่ให้ เด็กนำของขบเคี้ยวกินเล่นต่างๆ หรือ เครื่องดื่มที่ใส่ภาชนะประเภทวันเวย์ กิน- ดื่มแล้วโยนทิ้งลงถังขยะ มาทานที่โรงเรียน ทั้งนี้เพื่อสุขภาพ อนามัยที่ดีของเด็กๆ และยังเพื่อเป็นการลดปริมาณขยะในแต่ละวันด้วย พูดถึงเรื่องของอาหารแล้ว ฉันสังเกตเห็นว่ามีผู้ปกครองเด็กหลายคน จัดแต่ผักผลไม้ น้ำผลไม้ มาให้เด็กทาน ซ้ำๆ ซากๆ เกือบทุกวัน เห็นแล้วอดทึ่งไม่ได้ว่าลูกเขา ช่างเลี้ยงง่ายได้อย่างใจจริงๆ แม่คุณพ่อคุณเอ๋ย หยิบแครอทเข้าปากกัดเคี้ยวกันกร้วมๆ อย่างเอร็ดอร่อย บางคนก็หยิบพริกหวานสีเหลืองๆ แดงๆ เข้าปากกัดกินอย่างหน้าตาเฉย เพื่อนลูกฉันคนหนึ่ง ชอบกินมะเขือเทศมากกว่าขนมหวานๆ อีกแน่ะ เรียกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่กินผักเห็นแล้วยังต้องอายเด็ก พ่อแม่ฝรั่งเขาเลี้ยงกันอย่างไรหนอ อะไรจะเลี้ยงกันง่ายปานนั้น ช่างกินผักผลไม้กันเก่งจริงๆ แม่ที่เลี้ยงลูกไม่ค่อยเป็นอย่างฉัน ได้แต่มองอย่างทึ่งจัด หันมาถามลูกตัวเองบ้าง “ม่อนชอบกินผักอะไรมากที่สุด” คุณคะ ลูกเดี๊ยนนึกไม่ออกสักอย่าง แถมตีมึนพูดหน้าตาเฉยว่า ไม่รู้จักชื่อผักผลไม้ ปาป๊าหาว่าฉันไม่รู้จักวิธีตั้งคำถามกับลูก ไปถามว่าชอบกินผักอะไร เด็กมันก็ไม่ยอมตอบให้โง่น่ะสิ นี่ มันต้องถามอย่างนี้ “ม่อนเกลียดผักอะไรมากที่สุด” ว่าแล้วก็เตรียมจดรายชื่อผักที่ลูกไม่ชอบกินลงกระดาษ คราวนี้โดเรม่อนตอบอย่างไม่ลังเล เสียงดังฟังชัดทุกถ้อยทุกคำ “เกลียด ผัก ทุก อย่าง ที่มีสีเขียว สีเหลือง สีแดง สีม่วง สีขาว” “ อืมมมมมมมมมมมม ห๊า ว่าไงน๊า “ ปาป๊าถามซ้ำแบบไม่เชื่อหูตัวเอง มือถือปากกาค้าง กิจกรรมอื่นๆ นอกจากการกิน การนอน (นอนเฉพาะเด็กเล็กมากๆ) และการแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้ว เด็กๆ ก็จะได้ฟังนิทานจากคุณครู มีการซักถามพูดคุยเกี่ยวกับนิทาน เด็กคนใดต้องการตอบ หรือถาม ก็ให้ยกมือขึ้น มีการวาดภาพ ระบายสี การประดิษฐ์ประดอยต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ประเภท วาด ตัด แปะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ตามจินตนาการ โดยครูและโรงเรียนจัดหาอุปกรณ์เตรียมไว้ให้ เกือบทุกวันโดเรม่อนและเด็กๆ ทุกคน จะมีผลงานต่างๆ ที่ทำเสร็จแล้ว มาอวดพ่อแม่เสมอ และแน่นอน พ่อแม่ทุกคน จะกล่าวชมเชยผลงานของลูกตัวเอง อย่างชื่นชม ประมาณว่า "โอ้ว...มันเยี่ยมยอดมากเลยจ๊ะ" "สวยมากกกก เจ๋งมากเลยลูกจ๋า" หรือ "สุดยอดมหัศจรรย์มากเลยค่ะลูกขา หนูเก่งจริงๆ" บางครั้งฉันก็อดคิดไม่ได้ ว่าชาวเยอรมันนี่ปากหวานกันไม่ใช่เล่นเชียวล่ะ แต่พวกเขาจะหวาน ในลักษณะที่ว่า เมื่อใครทำดี หรือมีความพยายาม ความตั้งใจทำดี ก็สมควรที่จะได้รับการยกย่อง สมควรได้รับคำชมเชย ให้กำลังใจ ยังมีกิจกรรมอีกหนึ่งอย่าง ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโรงเรียนอนุบาลเยอรมัน นั่นคือ “การเล่น” ไม่ว่าจะเป็นการเล่น กลางแจ้ง เล่นในสนามเด็กเล่นของโรงเรียน หรือการเล่นของเล่น ตามมุมของเล่น ที่ครูได้จัดไว้ให้ในห้อง(หรือกรุ๊ป)นั้นๆ ทั้งนี้ อุปกรณ์ หรือของเล่นต่างๆ ที่จัดไว้ให้เด็กเล่น ได้มีการคำนึงถึงความปลอดภัย คำนึงถึง ประโยชน์ในการเล่น เพื่อเสริมสร้างจินตนาการ และเสริมสร้างทักษะ พัฒนาการในด้านต่างๆ ให้แก่เด็กด้วย โดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาลแห่งที่สองของโดเรม่อน(อนุบาลนี้ลูกได้อยู่เต็มวัน) เน้นให้เด็กได้เล่นอย่างจุใจทั้งในร่ม และเล่นกลางแจ้ง แถมครูย้ำให้ผู้ปกครองทุกคน จัดเตรียมชุดกันฝน และรองเท้าบู้ทยางสำหรับใส่ลุยน้ำลุยโคลน เขียนชื่อแซ่ติดให้เรียบร้อย แล้วใส่ถุงผ้าแขวนไว้ที่หน้าห้องใครห้องมัน เรียกว่า เตรียมพร้อมเอาไว้ให้เด็กใส่ออกไปลุย ทุกสถานการณ์ว่างั้นเถอะ ฝนตกปรอยๆ เขาก็ปล่อยให้เด็กๆ เล่นกลางแจ้ง ฝรั่งเขาคิดกันว่า หัวเด็กไม่ได้ทำด้วยน้ำตาลทราย ที่พอโดนฝนแล้วจะละลายง่ายๆ ซึ่งไม่เหมือนหัวฉัน ที่โดนฝนปรอยๆ ทีไร เป็นได้ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัวจะเป็นไข้เสียให้ได้ทุกที ฉันจับลูกแต่งตัวสะอาดเรี่ยมไปอนุบาลทุกวัน แต่ลูกก็มอมแมมเป็นลูกหมาตกโคลน กลับมาบ้านเกือบทุกวันเหมือนกัน ใหม่ๆ นี่แทบช็อค ที่เห็นลูกมอมกลับมา แต่เมื่อเห็นเด็กคนอื่นๆ ก็โส... เอ่อ มอมแมมพอกัน เลยค่อยทำใจได้ว่าอนุบาลแห่งนี้ เขาปล่อยให้เด็กได้ปีนป่าย เป็นลิงเป็นค่างกันแบบสุดเหวี่ยงจริงๆ ฉันเลยตั้งชื่ออนุบาลแห่งนี้เสียใหม่ว่า “อนุบาลสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก”
บางครั้งบางคราวเขาก็จัดพาเด็กๆ เข้าไปเดินเล่น วิ่งเล่นในป่า บนภูเขาละแวกใกล้โรงเรียนด้วย เด็กๆ กรี้ดกร้าด ชอบใจกันใหญ่ สนุกราวกับฝูงลิงถูกปล่อยเข้าป่า อย่างไรอย่างนั้น ทุกครั้งที่มีการจัดพาเด็กๆ ออกไปนอกสถานที่ นอกจากจะขออนุญาตผู้ปกครองแล้ว ทางโรงเรียนยังขอความร่วมมือ ขอให้ผู้ปกครองประมาณสองสามคน ที่มีเวลาและสมัครใจ ร่วมขบวนไปกับเด็กๆ ด้วย เพื่อช่วยคุณครูอีกแรงในการจับปูใส่กระด้ง ฉันเองก็เคยร่วมขบวนไปกับเด็กๆ เหมือนกัน ทั้งสนุกทั้งชุลมุนเชียว กิจกรรมที่ไม่มีในโรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่ของที่นี่
คือ การสอนให้เด็กอ่าน และ
เขียน ยกเว้นเด็กนักเรียนอนุบาลปีสุดท้ายที่เรียกว่า
เด็กฟอร์ชูลคินด์(Vorschulkind)
จึงจะได้หัดเขียนชื่อตัวเอง
หรือ ได้เตรียมพร้อมด้านภาษา
หากครูพบว่าเด็กคนใดควรได้รับการช่วยเหลือ ด้านภาษาเยอรมัน
ซึ่งส่วนมากมักจะพบในเด็ก ที่มีพ่อแม่เป็นชาวต่างชาติ
ทางโรงเรียนก็จะแจ้งติดต่อขอผู้เชี่ยวชาญ มาจัดคอร์สภาษาให้เด็กๆ
ที่ยังอ่อนภาษาเยอรมันเหล่านี้ รัฐบาลเขาพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่หวังว่าเด็กๆ เชื้อสายต่างชาติ จะได้ไ่ม่มีีปัญหา หรือมีปัญหาด้านภาษาน้อยลง ในการเรียน ในโรงเรียนประถมต่อไปเด็กอนุบาลปีสุดท้าย (Vorschulkind) แม้จะไม่ได้เรียนเขียนอ่าน เป็นเรื่องเป็นราว แต่ทางโรงเรียนก็จะมีกิจกรรมให้ทำมากกว่าปรกติ (หัดตัดกระดาษหนักมากขึ้นด้วย หุหุ) เช่น พาเด็กไปทัศนศึกษาตามสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจ ในละแวกเมืองใกล้เคียง พาเด็กไปเยี่ยมชมโรงเรียนประถมศึกษาใกล้บ้าน
ผลงานอันเกิดจากการฝึกฝน(ตัดกระดาษ) อย่างหนักหน่วง ช่วงอยู่อนุบาล เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาที่นี่ รัฐจะจัดให้เข้าเรียนในโรงเรียนใกล้บ้านเป็นอันดับแรก และผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ชอบให้ลูกเรียนใกล้ๆบ้านด้วย (เว้นแต่ว่าโรงเรียนนั้นอยู่ในย่านเสื่อมโทรม) เพราะไม่มีใครอยากเป็นภาระ ในการเทียวรับเทียวส่งบุตรหลานไปเรียนไกลบ้าน และไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในการนั่งรถไปโรงเรียนให้ลูกด้วย ถือว่าเรียนที่ไหนก็ได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน เพราะสวัสดิการต่างๆ ในประเทศของเขาดีนั่นเอง สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน คุณครูนัดให้ผู้ปกครองเด็กอนุบาลปีสุดท้าย มาช่วยกัน ตัดแปะ ตกแต่งกรวยใส่ของขวัญ ที่เรียกว่า ชูลทือเท่ (Schultuete ) ร่วมกับลูกๆ ของตน เพื่อให้เด็กได้ถือไปโรงเรียนประถมศึกษา ในวันแรกแห่งการเริ่มต้นชีวิตนักเรียน ส่วนอนุบาลเอกชนที่ค่าเทอมแพงๆ นั้นมีความแตกต่าง โรงเรียนอนุบาลเอกชนมักจะสอนเด็กให้หัดอ่าน หัดเขียน หัดพูดภาษาอังกฤษเตรียมไว้ตั้งแต่วัยอนุบาล และผู้ปกครองที่ส่งลูกไปโรงเรียนแพงๆ ก็ย่อมเห็นดีเห็นงาม และคาดหวังไม่มากก็น้อย ว่าลูกของตนจะเก่ง จะฉลาดกว่าการไปเข้าอนุบาลแบบธรรมดาทั่วไป ฉะนั้นเด็กที่ผ่านอนุบาลเอกชนแพงๆ เหล่านี้ พ่อแม่จึงมัก จะส่งต่อลูกให้ไปเข้าเรียนในโรงเรียนประถมฯ ของเอกชนแพงๆ อีกทอดหนึ่ง เพราะไม่ต้องการให้ลูกมาเสียเวลาเริ่มต้นหัดนับเลขใหม่ ในโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ฉันเคยเล่าเรื่องราว ของโรงเรียนอนุบาลเยอรมันให้ญาติๆ ฟัง พี่ชายฉัน ซึ่งเป็นครูสอนโรงเรียนประถมฯ ของรัฐบาล ได้ฟังแล้วเกิดสงสัยจึงถามขึ้นว่า ในเมื่อโรงเรียนอนุบาลโดยทั่วๆ ไปของเยอรมัน ปล่อยให้เด็กเล่นอย่างเดียว ไม่สอนให้อ่าน ให้เขียน แล้วประเทศเยอรมนีมันเจริญ มันพัฒนาไปได้อย่างไรกัน งงจริงๆ อือ...นั่นสินะ ฉันเองก็งง เหมือนกัน แต่มีอยู่คนหนึ่งล่ะที่ไม่เคย งง ไม่เคยเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น กับกิจกรรมการเล่น ที่มีให้เล่นอย่างจุใจในโรงเรียนอนุบาล และเมื่อมีใครถามไถ่ว่า "โดเรม่อนชอบไปอนุบาลเยอรมันมั้ย ?" คำตอบนั้นสั้น แต่มั่นสุดๆ "ชอบมาก!" ถามต่ออีกว่าเพราะอะไรจึงชอบมาก โดเรม่อนตอบทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ชอบเพราะได้เล่นทั้งวัน ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องเขียน ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องทำการบ้าน เอิ๊ก เอิ๊ก หนูช้อบ ชอบ" |
| may it be | ||
When the night is overcome You may rise To find the sun Mornié Utúlie Believe and you Will find your way |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||