• นูเทลล่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-11
  • จำนวนเรื่อง : 44
  • จำนวนผู้ชม : 22725
  • จำนวนผู้โหวต : 295
  • ส่ง msg :
more
ครอบครัวแสบสันต์ของฝรั่งขี้นก
http://hexenhexen.exteen.com/>> http://mblog.manager.co.th/farangkeenok/
Permalink : http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
วันอังคาร ที่ 11 กันยายน 2550
บ่น...เพ้อ...ไปวันๆ...(แต่ฉันสบายดีเน้อ)
Posted by นูเทลล่า , ผู้อ่าน : 518 , 20:30:35 น.  
พิมพ์หน้านี้


ย้อนไปเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษา ต้องเดินทางข้ามจังหวัดระหว่างสถาบันที่เรียน กับภูมิลำเนาเกือบทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อเป็นการประหยัดเงินในการเดินทาง จึงต้องนั่งรถบัสสีส้มกลับบ้านเป็นประจำ ดิฉันนึกขุ่นเคืองใจบ่อยๆที่เส้นทางระหว่างสองจังหวัดนี้ ทำไมจึงไม่มีเส้นทางรถไฟเชื่อมการเดินทาง

ใครๆอาจจะเอือมระอากับการเดินทางแบบถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ดิฉันเองก็เบื่อในความเชื่องช้า แต่ชอบความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถไฟ รวมทั้งเชื่อว่ารถไฟมีส่วนช่วยลดมลภาวะแก่โลกและผลาญพลังงานน้อยกว่ายวดยานพาหนะหลายชนิด แถมหลายเส้นทางรถไฟเรายังได้ชมวิวจากธรรมชาติอันงดงาม หลายสายสวยโรแมนติกไม่แพ้ยุโรป (ถ้าเราพัฒนาทำให้ดีน่าสนใจ) ได้ชมวิถีชาวบ้านจากสองฝั่งเส้นทางอย่างเพลิดเพลินด้วย

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

ทางรถไฟสายมรณะ(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

ตลาดหุบร่ม หรือตลาด(เสี่ยงตาย)ทางรถไฟ

กลับมาที่รถบัสสีส้มบริการรับส่งผู้โดยสารอยู่ในเส้นทางที่ดิฉันต้องนั่งประจำนั้น ภาพที่เห็นบ่อยๆ คือ คนยืนเต็มแน่น ร้อน ทั้งผู้โดยสารและ คนขับรถเส้นทางนั้น ล้วนชาชินกับเหตุการณ์หวาดเสียวมาแล้วเกือบทุกคน ไอ้ที่ตายๆ ไปเพราะอุบัติเหตุนั้นมีนับไม่ถ้วน ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้ สำรวจพบรถร่วม-บขส.ต่ำมาตรฐาน คนขับ80%เคยชน-คว่ำ

http://www.bangkokbiznews.com/2007/03/29/WW55_5509_news.php?newsid=61782

มาดูกันว่าคุณพี่โชเฟอร์ท่านขับกันอย่างไร

เมื่อคนขับเซ็นต์ชื่อลงเวลาที่สถานีเรียบร้อยแล้ว ดูนาฬิกาอีกครั้ง โอ๊ย มีเวลาอีกตั้งมากกว่าจะถึงสถานีปลายทาง ช่วงนี้ก็แล่นลากเกียร์กินหวานเย็นไปเรื่อยๆ ก่อน จะได้เก็บตกผู้โดยสารที่รออยู่ข้างทางกันอย่างถ้วนหน้า ผ่านหมู่บ้านไหน ก็จอดแช่รอคนมาขึ้นมันซะทุกแห่งนั่นล่ะ ไม่ต้องสนใจว่ารถจะเต็มแน่นเอี๊ยดแล้ว

"อ้าว เฮ้ย นั่นยายจะวิ่งหนีไปไหน มามะ มามะ ไปกับผมเซี๊ยะดีๆ” ว่าแล้วเหล่ากระเป๋ากระปี๋ก็คว้าตะกร้าหมาก ชะลอม ของคุณยายโยนขึ้นรถ อ้อ ไม่ลืมโยนคุณยายตามตะกร้าหมากแกขึ้นไปติดๆ ด้วย

เรียกว่าไล่กวาดต้อน ตื๊อ จับยัดเยียดเบียดๆกันเข้าไป อย่างหน้าด้านๆ ซะงั้นล่ะ

มัวแต่ขับหวานเย็นรับคนเพลิน ตาย ่าล่ะ เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง

ก็ต้องเข้าสถานีปลายทางแล้ว แต่ต้องแล่นไปอีกตั้งหลายสิบกิโลเมตร ทำไงดีล่ะ ก็เหยียบคันเร่งกันสิคะคราวนี้

ถนนสายนี้ให้รถแล่นสวนกัน มีเลนไม่กว้างนัก แถมมีทั้งโค้งหักศอก โค้งบนเขา คุณพี่ทั่นไม่สนอินทร์พรหมยมทูตใดๆ ทั้งนั้น

เหยียบแซงแหลก! โดยมีเด็กท้ายรถแปลงร่างเป็นไอ้ห้อยไอ้โหนคอยให้ท้าย โผล่ออกมาโบกไม้โบกมือตะโกนขอทางจากรถคันที่กำลังจะถูกแซง เป็นระยะๆ


"ชิดซ้ายหน่อยเพ่ ซ้ายหน่อยๆๆ ชิดซ้ายหน่อยสิวะ ไอ้เี้อี้ยเอ๊ย (เกือบไปแล้วไหมล่ะ เกือบโดนสิบล้อตบจูบซะแล้ว)" ไอ้โหนสบถ

ถ้าการแซงนั้นไม่พ้นจริงๆ มีการประสานงากับรถใหญ่ที่กำลังสวนมา ไอ้ห้อยไอ้โหนเหล่านี้คงได้ไปเช็คอินเฝ้ายมบาลก่อนใครเพื่อน

ดิฉันเองนั่งเกร็งจน(ฉี่เกือบราด)แทบอยากกระโดดลงจากรถเสียให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ฝากชีวิตไว้กับมัจจุราชชัดๆ บ่อยครั้งที่คิดจะโดดลงเปลี่ยนรถซะที่กลางทางนั่นล่ะ แต่ก็ไม่เคยทำเพราะนึกเสียดายตังค์(ยังงกอีก) รู้สึกแย่มากๆ กับพฤติกรรมของคนขับรถและเจ้าของรถ “บางคัน”ที่ไร้จรรยาบรรณเช่นนี้ ไม่คิดคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเลย นี่ยังไม่นับพวกที่ชอบขับแซงเพราะความคึกคะนอง และคิดว่า รถตนใหญ่ รถเล็กๆ หรือรถประเภทอื่นๆ ต้องหลบให้ทาง ซึ่งเขาไม่หลบให้เสมอไปหรอก

ใช้บริการรถบัสสีส้มไม่นาน ดิฉันก็ขอคุณแม่อัพเกรด เปลี่ยนมานั่งรถปรับอากาศแทน เพราะบริการดีกว่า คนขับๆด้วยความระมัดระวังมากกว่า เนื่องจากเขาไม่จอดรับส่งผู้โดยสารสะเปะสะปะ จึงสามารถควบคุมความเร็วและระยะเวลาในการขับรถได้อย่างค่อนข้างพอดี ไม่ต้องมาเร่งเครื่องแซงแหลกในตอนท้ายๆ เพื่อที่จะได้ทันเวลาลงชื่อ แล้วพาผู้โดยสารเสี่ยงชีวิตโดยใช่เหตุ 

ในระยะต่อมารถบัสสีส้มได้พัฒนากลายพันธุ์ไปเป็น รถปรับอากาศชั้นสองมากมาย และเป็น ปอ.2

ที่อะเมสซิ่งมากๆ คือ พ่อค้าแม่ขาย ยังคงขึ้นไปร้องเร่ขาย "จับ ไข่ แข็ง ปัง" ได้เช่นเดิม

 ห๊า! ขายของกินบนรถแอร์เนี่ยนะ !(ทำไมยะแม่น้อง

คนนั่งรถแอร์ไม่มีปาก ไม่มีท้องหรือไง)

แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ทุกอย่างย่อมมีเปลี่ยนแปลง มีคิวรถตู้เกิดขึ้นมากมาย ทำให้รถแอร์ปรับอากาศต่างๆ ขาดรายได้ไปมาก พวกเขาจึงจำเป็นต้องจอดรับคนขึ้นแบบไม่เลือกป้าย วนกลับไปสู่วัฏจักรแบบเดิมๆ อีก คือ แล่นช้า รอจอดรับคนบ่อย ๆ แล้วมาเหยียบคันเร่งแซงกันอุตลุดทีหลังเมื่อโดนเวลาไล่จี้

สรุป ผู้โดยสารเส้นทางนั้นก็ยังคงต้องเสี่ยงตายเช่นเดิม เฮ่อ !

ดิฉันอยากนั่งรถไฟ ! หนูอยากได้รถฟายยยยยยย! (ขอเบาะนิ่มๆด้วย ฮิฮิ)

ขอให้ทุกๆท่านที่แวะผ่านมาเยี่ยมบ้านนี้ เดินทางโดยปลอดภัยกันทุกๆคน ทั้งคนมีรถและไม่มีรถ อย่าประมาทในการใช้รถใช้ถนน(และรถไฟ)กันนะคะ ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก http://www.traveleradvisor.net/unseenthailand/gr01_c03.html



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


/1
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30