พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงนี้บ้านเมืองที่แม่น้องอยู่ มีข่าวไม่ดีชวนให้สลดหดหู่ใจ เกี่ยวกับเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ทางแถบตะวันตกของเมืองโคโลญจ์ คิดก่อเหตุร้ายสังหารหมู่เพื่อนนักเรียน และครูในโรงเรียน โชคดีที่มีเด็กนักเรียนร่วมโรงเรียนได้แจ้งเตือนไปยังครู และได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ตำรวจได้เรียกตัวนักเรียนที่ต้องสงสัยมาสอบปากคำ โดยหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นนักเรียนชายอายุ17 ปีชื่อ Rolf B. หลังจากให้สอบปากคำกับตำรวจแล้ว ระหว่างทางกลับบ้าน Rolf B. ได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยกระโดดให้รถรางเหยียบ ได้ตายสมใจ เฮ่อ เวรกรรมแท้ๆ
หลายโรงเรียนได้รับแจ้งเตือนการก่อเหตุร้ายคล้ายๆกัน จนต้องมีการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกันอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนๆ ที่จะเกิดเหตุการณ์อาละวาดสังหารหมู่อันน่าสลดเหมือนเมื่อเร็วๆนี้ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งของประเทศฟินแลนด์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าระบบการศึกษาประสบความสำเร็จสูงสุด และดีที่สุด(อาจจะรวมถึงเครียดที่สุดด้วยก็ได้ ใครจะรู้) ได้แต่ภาวนาขออย่าได้เกิดเหตุการณ์ร้ายใดๆ ขึ้นในโรงเรียนทุกๆแห่ง รวมทั้งโรงเรียนที่ลูกชายตัวเองเรียนอยู่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมโดยรวมค่อนข้างดี พูดถึงโรงเรียนแล้วก็อดที่จะพูดถึงโรงเรียนของลูกชายไม่ได้ เจ้าโดเรม่อนได้ไปเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนระบบยิมเนเซียม ที่โรงเรียน Gymnasium Eltville โรงเรียนชื่อดังที่เคยเขียนถึงไว้ ในเอนทรี้นี้.... http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD/2007/07/02/entry-1 (จดหมาย(ฉบับร้ายเดียงสา)ถึงบ.ก หนังสือพิมพ์ ในที่สุดลูกชายก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเจ้าปัญหานี้ โอ๊ะโอ ไม่ใช่ว่าเราเส้นใหญ่ หรือลูกชายเก่งอัจฉริยะประการใดนะคะ แต่ที่ได้เข้าเรียนก็เพราะครอบครัวเราลงทุนลงแรงกันนิดหน่อยเองค่ะ ไม่มากมายอะไร ก็แค่ย้ายบ้านเท่านั้นเอง ! ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ๆโรงเรียนซะเลย ไม่รับลูกเราเข้าเรียนก็ให้มันรู้ไปเซ่ ! ฮ่าฮ่า ตรงนี้อำค่ะอำ แบบว่ากินสะตรอฯ มากไปนิด ธาตุชักกำเริบ ตั้งแต่เปิดเทอมปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา เจ้าโดเรม่อนก็ขยันไปโรงเรียนดี มีเรื่องราวต่างๆกลับจากโรงเรียน มาเล่าให้แม่ฟังบ่อยๆ เห็นตารางเรียนของลูกแล้ว ก็อดสงสารปนหวั่นใจไม่น้อย เพราะเรียนเยอะแยะหลายวิชาเหลือเกินสำหรับนักเรียนชั้นClass 5 นอกจากวิชาพื้นฐานอย่าง คณิตศาสตร์ ภาษาเยอรมัน ภาษาอังกฤษ ดนตรี ศิลปะ พละศึกษา(เล่นกีฬา) แล้วยังมีวิชาอย่าง ภูมิศาสตร์ และ ชีววิทยา เข้ามาเสริมเพิ่มอีก สาเหตุที่ต้องเรียนมากมายตั้งแต่ชั้น Class 5 นั้นก็เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรก ที่โรงเรียนยิมเนเซียมแห่งนี้เปลี่ยนการจัดระบบการเรียนเป็นแบบมัธยมฯ 8 ปี คือมี Class 5 -12 ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นแบบมัธยม 9 ปี มีClass 5 - 13 ในเมื่อย่นระยะให้เรียนสั้นลงหนึ่งปีอย่างนี้ จึงต้องมาอัดเรียนวิชากันตั้งแต่ปีแรกๆเลย มีหลายอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเรียนของลูก ที่แม่น้องไม่เคยรู้รายละเอียดมาก่อน เพิ่งมากระจ่างชัดเจนก็เมื่อลูกนำแผ่นกระดาษเล็กๆ ที่ครูประจำชั้นซึ่งสอนวิชาภาษอังกฤษ แจกให้เด็กๆ นำมาให้ผู้ปกครองรับทราบ เป็นกระดาษแจ้งเกี่ยวกับการคิดบัญชีเด็ก เฮ้ย ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คะแนนผลการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งครูแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ 1. คะแนนเกี่ยวกับข้อเขียน(Writing) 50 % และ 2.คะแนนจากการพูดตอบปากเปล่า (Oral ) 50 % (ส่วนนี้ได้แก่คะแนนจากการพูดตอบ แสดงความคิดเห็นในห้องเรียน 25% และ คะแนนจากการทดสอบต่างๆ บวกกับคะแนนสมุดและแผ่นใบงานต่างๆ 25 % ) ไม่ใช่แต่วิชาภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ วิชาอื่นๆ ครูก็ตั้งมาตรฐานการให้คะแนนออกมาในสัดส่วนคล้ายๆ กัน เรียกว่าเขาพยายามเน้นอย่างมากให้เด็กๆ ได้คิดและพูดแสดงความคิดเห็นออกมาให้มากที่สุด ครูเล่นให้ทั้งเขียนข้อสอบแบบบรรยาย และยังให้แย่งกันยกมือตอบแสดงความคิดเห็น เพื่อสะสมคะแนนบ่อยๆ อย่างนี้ แม่น้องชักจะหนักใจแทนเจ้าแมวอ้วนจอมขี้อายแกมขี้เกียจซะแล้วสิคะ แต่ก็ยังโล่งใจและดีใจที่เขาไม่มีการทำข้อสอบระหว่างภาค หรือสอบปลายภาคก่อนปิดเทอมเหมือนเมืองไทยเรา ถ้าหากจะห่างหายจากหน้าจอแก้วไปบ้าง ก็ไม่ได้หายไปไหนไกลหรอกค่ะ แค่ไปรับบทเป็นแจ๋วหัวฟู(โดยไม่ต้องดัดสระซอย)เลี้ยงลูกเล็ก และเป็นมาม่าดัน + เข็นเจ้าลูกชายตัวแสบเรื่องเรียนเท่านั้นเอง^_^ " |