| My day | ||
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.เกษตรศาสตร์ 25 ก.ค. 2551 |
||
|
View All |
||
พิมพ์หน้านี้
|
สงกรานต์ที่ผ่านมา 12-15 โฮย่า ไม่ได้ไปไหนเลย นั่งดูทีวีคอยติดตามสถานการณ์บ้านเมืองตลอด ไม่มีโอกาสได้ไปเล่นน้ำเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเล่นน่ะ ตรอกข้าวสารนั่นก็เคยไปมาแล้ว จำได้ว่าประมาณ 2-3 ครั้ง ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ก็ประมาณซัก 6-7 ปีที่แล้ว ตอนนี้นั่งดูข่าว เห็นบรรดาประชาชนเล่นน้ำกัน ก็ไม่ได้นึกว่าอยากจะไป เพราะแต่ก่อนที่ไม่เคยไป เวลาเห็นข่าวก็จะนึกอยากไป แต่พอไปแล้วมันก็มีหลายเรื่องหลายอารมณ์ อารมณ์สนุกก็มี อารมณ์เบื่อที่จะต้องเบียดเสียดกับผู้คนมากมายก็มี อารมณ์หงุดหงิดที่จะต้องมีการกระทบกระแทกกับคนที่ไปเล่นน้ำบ้างก็มี อารมณ์เหนื่อยจากการเดินและแสงแดดที่ร้อนระอุก็มี เรียกว่ามีครบทุกอารมณ์ ช่วงหลังๆ ก็เลยเริ่มเฉยๆซะแล้ว แต่ก็ยังมีผู้คนมากมายที่ต้องการเข้าไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้น ที่ถนนข้าวสาร เพื่อจะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันเป็นที่เลื่องชื่อลือชาไปทั่วโลก
จริงประเด็นที่ต้องการจะสื่อให้ทุกคนได้รับทราบวันนี้ก็คือ เรื่องของบรรดาวัยรุ่น ที่เข้ามาเล่นน้ำกัน ไม่ว่าสถานที่ใด ซึ่งมีผู้คนเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก ภาพที่เหล่าเห็นก็คือ กลุ่มวัยรุ่น กล่มเด็กแวนซ์ (เขียนแบบนี้หรือเปล่าน่ะ) ซึ่งเป็นวัยที่ค่อนข้างสนุกสนานกับกิจกรรมงานวันสงกรานต์เป็นอย่างมาก อันที่จริง ถ้าเล่นกันโดยรักษาความสวยงามของขนบประเพณีเดิมของไทยไว้ ก็คงจะดี แต่ทุกวันนี้ เข้าใจว่าวัยรุ่นไทย คงเข้าใจของความหมายของคำว่าประเพณีสงกรานต์เปลี่ยนแปลงไป เพราะรูปแบบการเล่นน้ำสงกรานต์นั้นเปลี่ยนไปทุกปี แต่ไมได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเท่าไหร่ มองดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางการเพิ่งความรุนแรง และความดุเดือดในการเล่นน้ำ มีการใช้อุปกรณ์การฉีดน้ำ ที่ดัดแปลงให้มีแรงฉีดสูง นำน้ำแข็งมาผสมในน้ำเพื่อให้น้ำเย็น จนบางครั้งสาดน้ำแข็งไปด้วย ทำให้มีผู้บาดเจ็บจากการถูกก้อนน้ำแข็ง ตามที่เราเคยเห็นข่าวกันมาบ้าง มีการใช้ดินสอพองป้ายหน้า ป้ายตา จนบางทีเข้าตา เข้าจมูก เข้าปาก ซึ่งเกิดอันตรายได้ เพราะถ้าจะว่าไปแล้ว สมัยก่อน การใช้ดินสอพอง ก็เพียงแต่นำมาใช้ประหน้ากันเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ดูสวยงาม ให้เป็นไปตามประเพณีดั้งเดิม นอกจากนั้น ยังมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรา คนไทยเอง หรือคนต่างชาติ ที่ได้นำสุราหรือเบียร์มาดื่มประกอบร่วมกับการเล่นน้ำสงกรานต์ ภาพที่เราเห็นในการเล่นน้ำสงกรานต์ทุกวันนี้ ก็คือ มือนึงของผู้เล่นอาจจะถือขวดเหล้าหรือขวดเบียร์ หรืออาจจะเป็นกระป๋อง มือนึงถือปืนฉีดน้ำ ในความคิดเห็นส่วนตัวของโฮย่าแล้ว คิดว่าไม่งามซักเท่าไหร่ ภาพประเพณีเก่าๆของไทยเริ่มจะเลือนหายไป นอกจากนี้ การบรรทุกคนจำนวนมากใส่รถกระบะ แล้วตระเวนฉีดน้ำ โดยมีการดื่มแอลกอฮอล์บนรถด้วย ก็ไม่ค่อยจะน่าดูนัก บางทีก็มีการยื่นให้คนขับดื่มด้วย สิ่งเหล่านี้เอง ที่เป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่รัฐพยายามรณรงค์นักหนา ว่า "เมาไม่ขับ"
และเรื่องสำคัญที่ปรากฎบนหน้าจอทีวี ทุกครั้งที่มีเทศกาลสงกรานต์ ก็คือ การทะเลาะวิวาทกันของกลุ่มวัยรุ่น สาเหตุก็มาจากการดื่มสุราด้วย เป็นการกระตุ้นอารมณ์ทำให้เกิดความรุนแรง และความยับยั้งชั่งใจตามมา ที่เราเห็นข่าวกัน มีหลายจังหวัดที่มีการเล่นน้ำกัน แล้วเกิดการตะลุมบอนกัน ทำให้นักท่องเที่ยวหรือประชาชนที่มาเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์บางคน ต้องพลอยโดนลูกหลงจากเหตุการณ์เหล่านี้ไปด้วย ถ้าเพียงแต่ลูกหลงที่โดนนั้น ไม่เกิดอันตรายใดๆ ต่อประชาชนก็คงจะไม่เป็นไร แต่เมื่อลูกหลงหมายถึง ประชาชนที่ไม่รู้เรื่องรู้เรื่องอะไร กลับต้องสังเวยชีวิตให้กับการกระทำของนักเลงวัยรุ่นเหล่านั้น ผลที่ตามมาย่อมมีมากมายแน่นอน ถ้าหากประชาชนที่โดนลูกหลงคนนั้น เป็นผู้นำครอบครัว เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตอีกหลายชีวิต ดังที่เราเห็นข่าวว่ามีกลุ่มนักเลงวัยรุ่น ไล่มายิงคู่อริจนถึงหน้าโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ทำให้มีลูกหลงจากเหตุการณ์นี้เสียชีวิตไป 1 ราย คือ นายธงชัย อุบสันต์ อายุ 27 ปี และมีประชาชนได้รับลูกหลงอีก 9 คน โดยผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ คือ หว้า หรือเอ๋ กูลเกียรติ หรือ "เอ๋ โนวา" ตามข่าวระบุว่า อายุ 19 ปี จากเรื่องลูกหลงที่เกล่าวมา ประเด็นสำคัญที่ตามมาที่ทำให้ต้องขบคิดกันก็คือ เยาวชนของชาติ ทำไมถึงได้กลายเป็นนักเลง อันธพาล กันซะหมด รัฐบาลมุ่งประเด็นการแก้ไขปัญหาชาติ โดยเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ปัญหาสำคัญคือ เรื่องการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจชาติพัฒนาไปด้วยนั้น กลับไม่มีการเร่งฟื้นฟู หรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว สุดท้าย ก็ต้องไปนั่งแก้ไขปัญหากันที่ปลายเหตุ คือ จับผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการทางยุติธรรม แต่เมื่อคนเหล่านั้นพ้นโทษออกมา การหวนกลับไปสู่วงจรเดิม คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพื้นฐานเรื่องการศึกษา รวมถึงพื้นฐานด้านครอบครัว ไม่ได้หล่อหลอมให้เยาวชน เป็นคนดีของสังคมได้เลย นี่คงเป็นอีกปัญหาที่รัฐคงต้องเร่งแก้ไข เพราะปัญหาสังคม รอช้าไม่ได้ เพราะทุกวันนี้ สังคมมีแต่เสื่อมโทรมลงทุกวัน อยากให้รัฐบาลมาสนใจประเด็นนี้กันหน่อยน่ะค่ะ อย่ามัวแต่แก้ไขปัญหาของตัวเองกันอยู่ รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่แก้ตอนนี้ มันจะลำบากกันมากมั้ย ช่วยมาสนใจเยาวชน อนาคตของชาติกันหน่อยเถอะค่ะ
|