พิมพ์หน้านี้
|
เห็นข่าวพายุไซโคลนนาร์กิสพัดถล่มพม่าแล้วสงสารประชาชนชาวพม่าจัง ทั้งที่ต้องสูญเสียชีวิต และที่ต้องสูญเสียบ้านเรือนทรัพย์สิน จนกระทั่งไม่มีที่อยู่อาศัย ทำให้นึกย้อนไปเมื่อตอนเกิดเหตุการณ์สึนามิ ครั้งนั้นเหตุการณ์ก็รุนแรงและเลวร้าย ทำให้ประชาชนหลายประเทศเสียชีวิตนับแสน นี่คงเป็นบทลงโทษของธรรมชาติต่อมนุษย์หรือเปล่า ถึงเวลาที่ธรรมชาติเอาคืนหรือเปล่า มนุษยชาติ กระทำสิ่งต่างๆ ต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ค่อยคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ไม่สนใจว่าธรรมชาติจะโดนทำลายไปอย่างไร เมื่อถึงเวลาที่ธรรมชาติจะเอาคืน ธรรมชาติเองก็คงไม่สนเช่นกันว่าจะมีผู้คนสูญเสียอะไรไปเท่าไหร่บ้าง ทุกวันนี้ เราหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาวะโลกร้อน (Global warming) ไม่ได้จริงๆ การเกิดพายุในทุกภูมิภาคทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น พายุไซโคลนนาร์กิส มีความเร็วของลมถึง 190 กม./ชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีความเร็วลม เร็วและแรงมาก เหมือนเมื่อครั้งที่พายุโซนร้อนแฮเลียต และพายุไต้ฝุ่นเกย์ ได้พัดถล่ม แหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ชุมพร มาแล้ว สาเหตุที่พายุก่อตัวขึ้นและมีความเร็วและแรงมาก อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนขึ้น นั่นคือ อุณหภูมิบนโลกที่ร้อนขึ้น ทำให้น้ำทะเลมีการระเหย และก่อตัวเป็นก้อนเมฆอย่างรวดเร็ว ประกอบกับกระแสลม ทำให้เกิดพายุที่มีความรุนแรงอย่างพายุไซโคลนนาร์กิสขึ้น
อุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้นจะทำให้น้ำระเหยเร็วขึ้น และเกิดฝนตกมากขึ้นในบางพื้นที่ แต่ในบางพื้นที่ก็อาจจะประสบกับปัญหาภัยแล้งเนื่องจากฝนไม่ตกตามฤดูกาล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และปริมาณแสงแดด ซึ่งจะมีผลต่อปริมาณน้ำของแหล่งน้ำต่างๆ และการสังเคราะห์แสงของพืช ซึ่งจะกลับมามีผลต่อการระเหยของน้ำ การก่อตัวของเมฆ และปริมาณน้ำฝนอีกครั้งหนึ่ง อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้วัฏจักรการระเหยของน้ำเร็วขึ้น และมีฝนตกมากขึ้นในบางพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมและปริมาณน้ำท่าเพิ่มขึ้น จากสถิติในรอบ 50 ปี ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นแล้วกับประเทศไทย ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว อันเนื่องมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้น ปรากฎการณ์นี้ได้เกิดขึ้นแล้วเป็นบริเวณกว้างทั่วอ่าวไทย ถึงแม้ว่าการเกิดพายุหมุนในเขตร้อนจะเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดพายุดังกล่าวในความถี่ที่สูงขึ้นและรุนแรงมากขึ้น หลายคนอาจสงสัยว่าพายุไซโคลนเกิดขึ้นได้อย่างไร โฮย่าจะอธิบายพอสังเขปดังนี้น่ะ พายุหมุนหรือพายุไซโคลน (cyclone) ที่มีถิ่นกำเนิดเหนือมหาสมุทรในเขตร้อนแถบละติจูดต่ำ
ระบบการหมุนเวียนของลมเป็นไปโดยพัดเวียนเป็นวงทวนเข็มนาฬิกา (cyclonically) ในซีกโลกเหนือ
พายุหมุนเขตร้อนนี้มีชื่อเรียกต่างๆ กันแล้วแต่ท้องถิ่นที่เกิด เช่น เราคงต้องหันมาเอาจริงเอาจัง กับมาตรการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน กันอย่างจริงจังซะแล้ว ก่อนที่เหตุการณ์รุนแรงจากธรรมชาติ ที่เราไม่คาดคิด จะเกิดขึ้น วันต่อไปจะลองมาอธิบายถึงพายุประเภทอื่นบ้าง อันได้แก่ พายุไต้ฝุ่น พายุโซนร้อน พายุเฮอร์ริเคน และพายุทอร์นาโด ภาพจาก: กรมอุตุฯ และ BioTec
|
| My lovely friends | ||
น้องฝ้าย (สีดำ) และน้องนุ่น (ลายสลิด) 2 ตัวผู้น่ารัก และซื่อสัตย์ วันนี้ เจ้าสลิดต้องอยู่เพียงลำพัง เพราะน้องฝ้ายได้จากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยอุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซต์ชนเมือคืนวันที่ 31 พ.ค. 51 เวลา |
||
|
View All |
||