|

น่าสงสารอาณาจักรโรมันที่เคยยิ่งใหญ่จังเลย ชาวยุโรปนับแสนต่อสู้แย่งชิงเพื่อที่จะครอบครองอาณาจักรแห่งนี้ แต่บันปลายของมันกลับเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ แขก ไทย จีน ญี่ปุ่น เสียดายเลือดที่เคยหยดบนอาณาจักรแห่งนี้จัง จากแผ่นดินหนาว สู่แผ่นดินหนาว จากแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน สู่ดินแดนรองเท้าบู๊ท ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ช.ม กับอีก 10 นาที ตามโปรแกรมที่วางไว้ สำหรับทริปครั้งนี้คือ 2 คืน ในกรุงโรม 2 คืน ที่ฟรอเรนซี่ และอีก 2 คืนสุดท้ายที่โรมทุกอย่างเป็นไปตามความตั้งใจ จะต่างก็ตรงความรู้สึกที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการเดินทางนี่แหล่ะ.  ณ.กรุงโรม (10032008) พอโพล่พ้นสนามบินก็ตรงไปขึ้นรถไฟเข้าเมือง เดินไปแบบกระเหรี่ยงผู้มาดมั่นที่พกพาความรู้มาแบบเต็มกระเป๋า ค่ารถไฟเข้าเมือง 11 ยูโร จ่ายเงินปุ๊บรับตั๋วก็ตรงมาvalidที่ตู้เหลืองๆปั๊บ(การขึ้นรถไฟ รถเมล์ รถไฟใต้ดินที่ประเทศนี้ต้องvalid ตั๋วก่อนขึ้นทุกครั้ง)ถ้าเป็นรถไฟคุณพี่ตู้เค้าก็จะอยู่แถวๆ Track หมายเลขต่างๆนั้นแหล่ะ ส่วนรถเมล์จะอยู่ในช่วงระหว่างกลางของตัวรถหรือไม่ก็ใกล้ทางขึ้นลง และถ้าขึ้นรถไฟใต้ดินทุกอย่างเหมือนรถไฟฟ้าบ้านเรา แต่ถ้าลืมหรือจงใจไม่ valid ตั๋วละก็โดนปรับตั้ง 240 ยูโรแน่ะ (ที่ต้องประทับตราก่อนขึ้นเพราะมีพวกชอบใช้ตั๋ววนเอาเปรียบรัฐบาล) ขอขอบคุณการรถไฟ "ลีโอนาโด" มาส่งถึง Track หมายเลข 1. สวัสดียินดีที่ได้รู้จัก ดิฉันฝืนยิ้มให้โรมแต่โรมดูเศร้าๆไม่ยอมยิ้มตอบ เหมือนพึ่งร้องไห้ บริเวณถนนเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและขยะ ผู้คนหน้าตาแปลกๆเดินกันเกลื่อนเมือง ยิ่งบริเวณ หน้าTermini ดูสับสน วุ่นวาย เป็นพิเศษคล้ายๆหัวลำโพงแต่ดูเลิศกว่า 2 เท่า. 
2 คืนในโรม "กว่าจะหาโฮสเทลเจอเล่นเอาปวดขาเลยทั้งๆที่ความจริงเดินออกด้านหลัง"โรมเทอร์มินี่" เพียง 5 นาทีก็ถึงที่พักแต่ด้วยความเขลาเดินวนจนหลงซอยกินเวลาไปกว่า 15 นาที. โรมคืนแรกไม่น่ารักเลย เสียงดัง วุ่ยวาย แถมมีสายฝนหล่นลงมาแข่งกับน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด ห้ามเท่าไหร่มันก็ยังคงอาบแก้มอยู่อย่างนั้น นึกแล้วเสียดายเวลาในโรมที่หมดไปกับความเศร้าหากคืนนั้นไม่เอาแต่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ก็คงมีอะไรให้จำมากขึ้น เสียงโทรศัพท์ดังจนทำให้รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปพร้อมกับน้ำตาและสายฝน "ต้นเสียงถามถึงความเป็นมาและกำลังจะดำเนินไปสำหรับการใช้ชีวิตในกรุงโรม หลายประโยคทำให้รู้สึกดีขึ้น" และตอนนี้น้ำตามันแห้งไปหมดแล้วทิ้งเพียงแต่คราบและรอยบวมๆบริเวณขอบตา พอจบบทสนทนาที่กินเวลาไปกว่า 10 นาที อาบน้ำแต่งตัว ตรวจความพร้อมทุกอย่าง กระเป๋าเงิน พาสปอร์ท กล้อง แผนที่ พร้อมกับร่มสีรุ้ง เมื่อทุกอย่างครบจึงมุ่งตรงไปยัง "โรมเทอรืมินี่" อีกครั้งเพื่อใช้เงินจำนวน 18 ยูโร แลกกับความสบายของบริการจาก ROME OPEN TOUR รถนำเที่ยว 2 ชั้นสีเขียว (บริการของบริษัทนี้เคาร์เตอร์จะอยู่ในสถานีรถไฟ และก็มีตั๋วให้เลือก 2 แบบ * 24h./18eและถ้าเป็นเยาวชนที่อายุไม่เกิน16 เค้าลดให้10e.และอีกบริการคือ 48h./23e และ12e for junior.) ยืนเงิน18 ยูโรไปให้พนักงานหน้าใสพร้อมกับรอยยิ้ม กะว่ารอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นจะมีผลกับราคาตั๋วแต่หาได้เป็นอย่างที่คิดไม่  พอได้ตั๋วก็ตรงไปยังสถานีที่มีป้ายของ OPEN TOUR พนักงานขอเช็คตั๋วแล้วก็ปล่อยให้มานั่งเฉิดฉายอยู่ในตัวรถที่มองไปรอบข้างมีแต่ครอบครัวฝรั่ง เด็ก ผู้หญิงและคนชรา ก็น่าจะเป็นแบบนั้น วัยรุ่นคนอื่นคงจะใช้บริการรถเมล์หรือรถไฟใต้ดินที่จ่ายเพียง 1 ยูโร(ตั๋ว 1 ยูโรใช้ได้กับทุกสายเลยทั้งรถเมล์รถใต้ดินแถม 1 ใบใช้ได้ถึง 75 นาทีถ้าจำไม่ผิด) ไอ้เรามันสาวบ้านนาตัวคนเดียวขอความชัวร์ไว้ก่อนทั้งๆที่ดูไปแล้วมันก็ไม่เห็นจะคุ้มสักเท่าไหร่แค่สบายกว่าคนอื่นนิดเดียวตรงที่ไม่ต้องไปเบียดและเสียงกับการโดนล้วงกระเป๋าบนรถเมล์ตอนคนเยอะๆ โรมยิ่งเลื่องชื่อเรื่องพวก "ยิบซี่" ROME OPEN TOUR จะจอดทั้งหมด 13 สถานี ซึ่งเป็นสถานีสำคัญๆของแหล่งท่องเที่ยวในโรม ทั้ง Piazza venezia,Colosseo,Circo massimo,Isola tiberina,Chiesa nuova,San pietro,Castel sant'angelo,Ponte umberto ,Augusto imperatore,Via veneto,Piazza barberini,Santa maria maggioreและวนมาจอดที่Stazione termini.โรมเลยตกอยู่ในกำมือภายใน 18 ช.ม.



(เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก 2 ครั้ง ครั้งแรกต้นสายคือ ปัญหาที่ทำให้น้ำตาใหล ส่วนสายที่ 2 คือ ความห่วงใยที่ทำให้ความเศร้าจางลง.)
***อ่านต่อหน้า 2**
|