| (((((..... ไปอ่านเจอมาน่ะค่ะ ขำดี แอ๊บแบ๊ว อิอิ ))))) |  |
ดวงตา จากที่เคยมีลูกตาขนาดปกติไม่ว่าขนาดใดก็ตาม
คนที่"แอ๊บแบ๊ว"จะมีดวงตากลมบ้องแบ๊ว เกิดประกายวิบวับขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้
(สันนิษฐานว่าเป็นที่มาของคำว่า แ อ๊ บ แ บ๊ ว นั่นเอง)
ถ้านึกภาพไม่ออก แนะนำให้ไปดูเอ็มวี เพลงปู ของเนโกะจั๊มพ์
อ ะ โ น โ น โ น่ อย่างนี้ไม่ดี..
ช็อตทื่สองสาวเล่นกับกล้อง นั่นแหละใช่เลย! 
แก้ม อยากรู้จังว่าใครคือมนุษย์คนแรกที่ตัดสินว่า
ผู้หญิงแก้มป่องคือผู้หญิงน่ารัก
แก้มป่องจึงเป็นอาการแบ๊วอันดับสองที่ขาดไม่ได้
ลำพังคนที่แก้มป่องเป็นธรรมชาติก็ถือเป็นโชคดีของเค้าไปค่ะ
แต่สำหรับคนที่แก้มตอบ โหนกปูด กรามสองข้างทำมุมฉากซึ่งกันและกัน
เราก็จะได้เห็นอาการพยายามอมลมไว้ในปาก แล้วดันกระพุ้งแก้มให้ป่องออกมาจนกระทั่งดูน่าหยิกเล่น
(อิชั้นเคยลองดูแล้ว รู้สึกเหมือนอมน้ำยาบ้วนปากแล้วลืมบ้วนทิ้ง)
คนที่แอ๊บแบ๊วจนชำนาญก็จะขนาดแก้มที่ป่องกำลังดีดูน่ารัก
แต่สำหรับแบ๊วมือใหม่หลายคนก็พลาด กะไซส์แก้มผิด ป่องเป็นปลาทองรักเร่ หรือไม่ก็ชิพกับเดลล์เพิ่งผ่าฟันคุด
ก็ถือว่าต้องฝึกกันอีกเยอะ..ได้ไม่ต้องกังวล เพราะถ้าแก้มยังทำให้คุณดูแบ๊วไม่สมใจละก็..
ปาก ยังช่วยคุณได้ค่ะ 
ปาก ไม่ว่าตามปกติใครจะมีริมฝีปากไซส์อ้อมพิยดา หรือจอยรินลณี
ปากของสาวแอ๊บแบ๊วจะถูกกำหนดให้มีริมฝีปากบนบางๆ
แล้วยกเชิดขึ้นจนเห็นฟันคู่หน้านิดๆ แบบ อั้มพัชราภา แตงโม
เมย์พิชนาฏ กิ๊บซ่า กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่เบอรี่
และดาราอีกเป็นสิบคน ส่วนริมฝีปากล่างขณะแอ๊บแบ๊วนั้นมีข้อบังคับว่า ห้ามเผยอออกมาจนห้อยย้อยแบบ โน๊ต เชิญยิ้มเด็ดขาด แต่ต้องเกร็งไว้นิดๆ เบะคางให้ดูคล้ายแอบงอนใครมาหน่อยนึง
และ ทีเด็ดคือต้องยิงมุมปากให้เบี้ยวไปข้างที่ถนัดข้างใดข้างหนึ่งพอประมาณ
หน้าแบ๊วที่ออกมาจะดูแก่นเซี้ยวแสนซน และทำให้แอบคิดไปเองได้ว่า
" ต อ น นี้ เ ร า ห น้ า เ ห มื อ น โ ฟ ร์ แ ล้ ว ล่ ะ ต ะ เ อ ง.." 
เสียง เสียง เป็นอาการทางกายภาพข้อสุดท้ายของโรคแอ๊บแบ๊ว
เสียงมาตรฐานการแอ๊บแบ๊วคือเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ อ้อนหน่อยๆ
ประมาณน้องเบเบ้ หรือจิ๊บ ปกฉัตร อะไรแถบๆนี้
ใครที่เคยสอบอ่านร้อยแก้วร้อยกรองแล้วได้คะแนนเต็มมา อาจจะต้องไปตัดปลายลิ้นตัวเองก่อน จึงจะออกเสียงแบ๊วๆแบบนี้ได้
น้ำเสียงที่นิยมแอ๊บแบ๊วคือ level ตั้งแต่ 2 เป็นต้นไป
ทำอย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระวิธีให้มากที่สุด เช่น
จริงเหรอ ออกเสียงเป็น จิ๊ง-ง๋ออออออ??
ใช่ไหม เป็น ชิเมะ? / ชิป้ะ? / ชิม้า?
ไม่เอา เป็น มิอาวววว
คือว่า,เอ่อ เป็น คึ่บั่บ / คึ่แบ๊บ / เอิ่ม / อึ่มมม
อะไรน่ะ เป็น อึ่หล่ายอ้ะ? เป็นต้น 
ตัวอย่างประโยค.....
" อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย
เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ"
เสียงจะกลายเป็น.... " ฮั้ย! สัสดีแกร..มะได้เจ๊อกึนนานม๊ากกก คิดถึ่งซูดซู๊ดดด ไปกินค๊าวที้ซึ่หย่ามกึนเมะ เด๋วพี๊..ชายเราป้ะส่งแหละ "
วิธีฝึกง่ายๆก็คือ...ยืนหน้ากระจก ฝึกทำหน้าให้แบ๊วที่สุด
แล้วลองอ่านข้อความเหล่านี้อัดเสียงใส่เทปเอาไว้
ถ้าเปิดฟังแล้วรู้สึกอยากกระโดดถีบตัวเองเมื่อไหร่
แสดงว่าคุณผ่านการ "แอ๊บแบ๊ว" ระดับเบสิคได้แล้วล่ะค่ะ 
วันนี้เป็นวันหยุดสบาย ๆ เลยหายอะไรแก้เครียดมาให้อ่าน อมยิ้มกัน ก่อนจะออกบ้านไป B S C Bow ........ไปเชียร์ทีมที่ชื่นชอบกันเจ้าค่ะ วันนี้อย่าลืมแอ๊บแบ๊วไปงาน B O W เจ้าค่ะแล้วพบกัน 


เป็นอาการ แอ๊บแบ๊ว อย่างหนึ่งของสมาชิกทีม " สวยเลือกได้ " 
|