|
๑ 
โ ล ก ร้ อ น ..นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ เห็นว่าโลกกำลังมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆโดยมี สาเหตุสำคัญมาจากมนุษย์ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้า รถยนต์ และโรงงานต่างๆ
ในช่วง 100ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ย ที่ผิวโลกสูงขึ้นอีกประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส คาดว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีกประมาณ 1.4 ถึง 5.8 องศาเซลเซียสภายในปี2100 
ขณะที่ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ จะเพิ่มขึ้น2 เท่าราวช่วงกลางศตวรรษ ขณะที่อุณหภูมิสูงขึ้นแหล่งที่อยู่บนพื้นดิน ก็อาจสูญหายไปถึง1 ใน 3 รวมทั้งป่าโบเรียลครึ่งหนึ่ง ของที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ธารน้ำแข็งในที่สูงดูเหมือนจะเป็นเขตแรก ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ธารน้ำแข็งโกริคาลิสในเปรูหดตัวลงกว่า 800เมตร ในช่วงปี1983 -2001 และอาจหมดในปี2020

คลื่นกระหน่ำ... คาดว่าชายฝั่งที่ถูกน้ำกัดเซาะ จะกลืนบ้านเรือนถึง 1 ใน 4 ที่ตั้งอยู่ในรัศมี 150 เมตรจากแนวชายฝั่งทะเลของสหรัฐภายในปี2060
ดี ดี ที ยังมีใช้ อิน เ ดี ย แ ล ะ จี น เป็นเพียง 2 ประเทศที่ยังผลิตดีดีที ซึ่งเป็นทางเลือกในการควบคุมโรคมาเลเรีย ที่ราคาถูกสำหรับประชาชนยากจนจำนวนมาก แม้จะเป็นภัยคุกคามสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้151 ประเทศได้ตกลง ที่จะควบคุมการใช้ดีดีที และจำกัดหรือห้มใช้สารเคมีอันตรายอื่นๆ อีก 11ชนิดอย่างเข้มงวด

คิลิมานจาโร ไร้หิมะ ยอดเขาสูง 5, 895 เมตร ในแทนซาเนียอาจจะไม่มีหิมะปกคลุมในปี2020 หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไปในอัตราที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
เขตเลี้ยงสัตว์ล้นที่.. ในออสเตรเลีย การเลี้ยงสัตว์ล้นที่ไม่ว่าจะเป็น วัว ควาย หรือ แกะ ทำให้สูญเสียพืชพรรณต่างๆเกิดการกัดกร่อนของดิน และความหลากหลายทางชีวภาพลดลง

ฟาร์มเลี้ยงปลา.. ปลาที่มนุษย์รับประทานทุกวันนี้ 1 ใน 3 มาจากการเพาะเลี้ยงโดยมีจีนเป็นผู้ผลิตถึงร้อยละ90ของทั้งหมด แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็ส่งผลเสีย เช่น กระชังเลี้ยงปลาแซลมอนทำให้น้ำและบ่อปลาพื้นเมืองเกิดมลพิษ ในขณะที่ป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำหลายล้านไร่ถูกทำลายไปเพื่อใช้ทำนากุ้ง
วิกฤตปะการัง... พืดปะการังอันอุดมสมบูรณ์และหลากหลายของฟิลิปปินส์ กำลังถูกคุกคามจากการพัฒนาและการใช้ไซยาไนด์เบื่อปลา หรือใช้ระเบิดไดนาไมต์จับปลาเช่นเดียวกับที่อื่นๆทั่วโลก 
และ...ทุกสิ่งที่นำมาเล่าคือสิ่งที่กำลังจะ สรุปถึงมรณะภัยที่กำลังจะพรายผันผ่านมา และบทเรียนจาก ซึ น า มิ คือ.......พลังพิโรธอันยิ่งใหญ่จากธรรมชาติ และต่อไปจะให้คนมาเล่าถึงความย่อยยับแห่งเกาะเรา ที่กำลังคืบคลานรับมรณะเฉกเช่นกัน
หากยังไม่ช่วยกันคนละไม้ละมือ อย่าเพียงยึดถือแค่เงินงาม งาม จนตามใจนายทุนผู้บุกรุก จนป่าไพรถูกทำลาย 
และ ที่ ร้ า ย สุ ด คื อ เ ย า ว ช น ข อ ง เ ร า ที่ถูกรานรุกมอมเมาด้วยยาเสพติด และผู้คนจากทั่วโลก ที่มาฝากขยะโรคภัยพร้อมค่านิยมผิดๆ ทำลายประเพณีวัฒนธรรม
ให้เราอาจจะร่ำไห้อย่างน่าเศร้าสะเทือนใจ หากทุกดวงใจนั้น คือ ผู้ ที่ เ ร า รั ก หรือคนในครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ที่เราคิดว่าไยปล่อยไว้ให้ทุกสิ่ง

และ.......ชี วิ ต นิ ด ห นึ่ ง น้ อ ย นี้ ไ ร้ ค่ า แ ส น ส า ย เ กิ น... ขอขอบคุณบทความที่แสนน่าเศร้าสลดใจ ที่ชี้ให้เห็นภยันตรายของโลกนี้ที่กำลังแปรไป ที่แถมมากับจากหนังสือ NATIONNAL GEOGRAPHICC ตั้งแต่ปี45 ที่ยังไม่มีเหตุการณ์ โศกนาฎกรรมสะเทือนขวัญสะเทือนใจซึนามิ

เนื่องจากติดภาระกิจที่สำคัญ... ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้กลับไปเยี่ยมเพื่อน ๆ พี่ ๆ สักระยะหนึ่ง แล้วจะกลับมาเมื่อภาระกิจเป็นที่เรียบร้อย อ่ะ...อ่ะ...ไม่ได้ลาไปไหนนะทำงานจริง ๆ ทักทายกันได้ที่ ชั้นหนึ่ง (ลิฟต์แก้ว) ดิ เอ็มโพเรี่ยม ขอบคุณค่ะ........ 
|