พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากที่ระยะหลังๆเขียนเรื่องหนักๆมาพอสมควร (เพิ่งรู้ตัว แหะๆ) ลองเปลี่ยนอารมณ์ดูบ้างดีกว่า... จริงๆแล้วการนั่งแท็กซี่ก็คือการมอบความไว้วางใจให้กับคนแปลกหน้าขับรถพาเราไปยังจุดหมายปลายทางนั่นเอง ถ้าโชคดีก็ไปถึงโดยสวัสดิภาพ บางคนโชคร้ายก็อาจจะไปไม่ถึงอย่างปลอดภัย หรือไปไม่ถึงเลย แล้วแต่โชคชะตา มีข่าวให้เห็นอยู่บ่อยๆ เดี๋ยวนี้ใครๆก็มาขับแท็กซี่ได้ เพื่อนเคยเล่าว่า มีคนเดินเข้าไปขอเช่าแท็กซี่ พอถอยรถออกมาก็ชนซะแล้ว...แล้วจะไว้ใจได้ไม๊ล่ะเนี่ย... ^^ ตัวคนขับแท็กซี่เองก็ต้องเสี่ยงดวงเอาเหมือนกันเพราะต้องนั่งไปกับคนแปลกหน้าเช่นกัน (บางทีก็หน้าแปลก) ดีไม่ดีก็ถูกปล้นฆ่าเอาได้ง่ายๆ คนสมัยนี้ยิ่งโหดๆอยู่ด้วย นอกจากความหวาดระแวงซึ่งกันและกันของผู้โดยสารกับคนขับแล้ว ถ้ามองในแง่ดี บางทีก็เป็นโอกาสอันดีในการที่เราจะสร้างมิตรใหม่เหมือนกันนะ การได้ฟังความคิดเห็นและประสบการณ์ของคนแปลกหน้าบางทีก็สนุกไปอีกแบบ เนื่องด้วยหน้าที่การงานที่ต้องเดินทางไปกลับ รังสิต-สาทร ทุกวัน การนั่งแท็กซี่ถือเป็นกิจวัตรประจำวันไปซะแล้ว วันๆนึง อยู่ในรถแท็กซี่รวมๆแล้วก็ 3-4 ชั่วโมงได้ ถ้านับจำนวนคนขับรถที่เคยเจอก็คงหลายร้อยอ่ะค่ะ ผ่านมาหลายมือจริงๆ 5555 แต่ไปกันหลายคนนะ เพราะบริษัทจ่ายค่ารถให้ ไม่งั้นคงไม่มีบุญวาสนาได้นั่ง(หลับ)สบายขนาดนี้ ดังนั้นคงไม่ต้องบอกว่ามีเรื่องแท็กซี่มาเล่าให้ฟังมากมาย ต้องขออนุญาตพี่ๆ แท็กซี่นำเรื่องมาเล่าเพื่อแบ่งปันประสบการณ์กันนะคะ แท็กซี่ขาประจำ พี่คนนี้เมื่อก่อนเค้าทำงานประจำค่ะ ตำแหน่งก็ค่อนข้างสูงแล้ว แต่ในที่สุดก็ถูก lay off ออกจากบริษัท เค้าพอมีเงินเก็บบ้าง ก็เลยซื้อแท็กซี่มาขับ เนื่องจากซื้อมาเงินสด พี่แกก็เลยไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แกบอกว่า...ผมได้วันละพันก็พอแล้ว หยุดขับเลย กลับบ้าน เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ไม่งั้นก็ไปตกปลาพักผ่อน แต่เห็นบางวันแกก็ตกปลาเต็มที่เลยนะ หรือไม่งั้นก็ขับไปเที่ยวซะเลย ไม่ขับแล้วแท็กซ่ง แท็กซี่ ชีวิตพอเพียงจริงๆ นั่งรถแกแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเราจะเอาอะไรมากมาย จะแก่งแย่งแข่งขันไปทำไม อยู่อย่างพอเพียงดีที่สุด มีความสุขกับชีวิตปัจจุบันดีกว่า และในที่สุดด้วยความพอเพียงของแก ก็ทำให้แกขอยกเลิกการเป็นแท็กซี่เจ้าประจำของพวกเราไป ด้วยเหตุผลว่า แท็กซี่ part time มีอยู่สองทีที่พวกเราขึ้นรถแท็กซี่คันเดิมด้วยความบังเอิญ พี่คนนี้เค้าเป็นเจ้าของกิจการรับเหมาก่อสร้าง ดูจากสง่าราศีแล้วคงจะรวยพอควร ลูกๆก็เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนแพงๆ แต่พี่เค้าหนีมาขับรถแท็กซี่ด้วยเหตุผลที่ว่า แท็กซี่ Formula 1 ข้อคิดจากการนั่งรถคือ ชีวิตเราช่างมีคุณค่า...จริงๆ อยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้เป็นบุญอันยิ่งใหญ่ ทำดีกันไว้จะดีกว่า แท็กซี่..นิ่ง...สยบความเคลื่อนไหว แท็กซี่มึน บางทีที่ว่ามึนๆเนี่ย ก็ทำให้มีปัญหาเหมือนกัน เคยเรียกแท็กซี่จากสนามบินดอนเมือง ตรงชั้น 2 อ่ะค่ะ ถ้าใครเคยขึ้นคงพอนึกออกว่า คิวแท็กซี่ชั้น 1 ถ้าเราขึ้นจะต้องเสียค่าสนามบินเพิ่มอีก 50 บาทใช่ไม๊คะ แต่ถ้าไปขึ้นข้างบน แล้วรอเสียบแท็กซี่ที่มาส่งผู้โดยสารขาออก ก็จะไม่ต้องเสีย คุณลุงคนนี้ค่ะดูจากท่าทางการพูดก็ดูมึนตั้งแต่แรกแล้ว พอถึงที่หมายจ่ายเงินให้ แกก็บอกว่ารับจากสนามบิน ต้องเสียเพิ่มอีก 50 บาท อ้าว อ้าวๆๆๆ ขึ้นมาหลายปีดีดักไม่เคยเสียเลยซักกะครั้ง ก็บอกแกไป แกก็ไม่เชื่อ ยืนยันว่าต้องเสีย เพราะรับจากสนามบิน หลังจากตกลงกันไม่ได้พักนึง แกก็บอกว่า.. จริงๆ อันนี้ออกแนวมั่วมากกว่ามึนนะเนี่ย.... แท็กซี่กระจายข่าว ครั้งนึงที่เคยฟังก็คือ มีแท็กซี่ไปจอดในที่ห้ามจอดแล้วโดนล๊อคล้อ พอแท็กซี่กลับมา แกทำอีท่าไหนไม่รู้ถอดเอาล้อนั้นออก แล้วเอาอะไหล่ใส่ขับต่อเฉยเลย อันนี้ก็ว่าฮาแล้ว แต่ปรากฎว่าแท็กซี่คันนี้เกิดกลับใจ เอารถมาคืนที่เดิม (รึตอนแรกแกมีธุระต้องรีบไปไหน) เสร็จเลยค๊าบ แทนที่จะเสียเงินแค่ที่โดนล๊อคล้อ แกก็เลยโดนข้อหา ขโมยทรัพย์สินราชการไปอีกหนึ่งกระทง....สงสาร แต่ ฮาค่ะ อีกทีพี่แท็กซี่เล่าให้ฟังว่า มีแท็กซี่คันนึงรับผู้โดยสารผู้ชายไปทางพุทธมณฑล ด้วยว่าดึกแล้ว ตัวแท็กซี่เองก็คงกลัว ตัวผู้โดยสารก็คงระแวง ผลัดกันมองไปมาผ่านกระจกส่องหลัง ระแวงอยู่ได้ไม่นาน พี่แท็กซี่ก็หาโอกาสแวะเข้าปั๊ม แล้วก็บอกผู้โดยสารว่า เรื่องแท็กซี่ยังมีอีก (อยากเขียนมานาน) แต่ขอยกยอดไปต่อตอนที่ 2 นะคะ....โปรดติดตามตอนต่อไป... |
| ป้าสำรวย @ 6 กรกฎา 51 | ||
เฮฮากะหมาหน้าเดิม ^^ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||