วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม 2550
บ.ฝรั่งถอดสินค้าหมิ่นพุทธพ้นเวบฯ วธ.แจกคู่มือ7ภาษากันย่ำยี(ลองดูแล้ววิจารณ)
Posted by
Mxzero
,
ผู้อ่าน : 137
, 18:29:02 น.
พิมพ์หน้านี้
ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมชี้คนไทยวางขายพระเกลื่อนถนน เป็นแบบอย่างให้ฝรั่งเหยียบย่ำพุทธศาสนา สำนักพุทธฯ ตื่นประสาน กทม.จัดระเบียบแผงขายพระพุทธรูปบนทางเท้า ชาวพุทธเฮเวบหมิ่นพุทธเลิกแพร่ภาพพุทธรูปบนจีสตริง-เสื้อสุนัข วธ.ล้อมคอกพิมพ์คู่มือ ข้อควรและไม่ควรปฏิบัติในวัฒนธรรมไทย หมื่นเล่มแจกสถานทูต-โรงแรม พร้อมแปล 7 ภาษาแพร่ผ่านเวบ ปลัด วธ. ลั่นหากละเมิดผิด ก.ม.อาญามีโทษจำคุก 1-7 ปี
จากกรณีเครือข่ายเฝ้าระวังทางศาสนา ร้องเรียนผ่านเวบไซต์ www.m-culture.go.th ของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ว่า ฝรั่งมีแนวคิดพิเรนทร์ นำเอาภาพพระพุทธรูปไปติดกับสินค้าที่ระลึกขายผ่านอินเทอร์เน็ตในเวบไซต์ของสหรัฐอเมริกา http://www.cafepress.com/philosophy_shop โดยเป็นสินค้ายี่ห้อ "philosophy" ซึ่งเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นพุทธศาสนา ด้วยการนำพระพุทธรูปมาสกรีนลงบนสินค้าต่างๆ ได้แก่ กางเกงในสตรีแบบจีสตริง กางเกงในผู้ชาย เสื้อสำหรับสุนัข และเสื้อสายเดี่ยว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสั่งการไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ให้ตรวจสอบและสืบหาต้นตอบริษัทที่เป็นเจ้าของสินค้านี้และกรมการศาสนา (ศน.) ประสานไปยังกระทรวงไอซีที ทำการบล็อกเวบไซต์ดังกล่าวแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายพิริยะ เข็มพล รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาการโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากกระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตไทยในสหรัฐ ซึ่งเป็นที่ที่มีการจดทะเบียนเวบไซต์ดังกล่าว และสถานเอกอัครราชทูตไทยในออสเตรเลียซึ่งเป็นถิ่นพำนักของเจ้าของสินค้าดังกล่าว ปรากฏว่าล่าสุดทางเวบไซต์ยินยอมถอดสินค้าที่มีปัญหาออกจากเวบไซต์แล้ว
นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า หลังจากประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ได้ตรวจสอบไปยังเวบไซต์ http://www.cafepress.com/philosophy_shop อีกครั้ง ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าเวบไซต์ได้ให้ความร่วมมือยุติเผยแพร่ภาพพระพุทธรูปที่นำสกรีนลงบนสินค้าต่างๆ แล้ว โดยเปลี่ยนเป็นรูปภาพศิลปะและบุคคลอื่นๆ แทน แต่ไม่มีทางป้องกันปัญหานี้ได้ตลอดไป เพราะเป็นเรื่องของความต่างศาสนา เชื้อชาติและวัฒนธรรม อีกทั้งไม่สามารถออกเป็นกฎ ข้อบังคับหรือกฎหมายให้ปฏิบัติ นอกจากขอความร่วมมือและเร่งสร้างความเข้าใจให้ชาวต่างชาติเคารพซึ่งกันและกันเท่านั้น
คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การกระทำที่ละเมิดและดูหมิ่นพระพุทธศาสนาอย่างกรณีการนำภาพพระพุทธรูปไปสกรีนลงบนกางเกงในจีสตริงนั้น เป็นเรื่องร้ายแรงที่พุทธศาสนิกชนยอมรับไม่ได้ แต่ชาวต่างประเทศอาจไม่ทราบและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงได้เร่งให้จัดพิมพ์หนังสือข้อควรและไม่ควรปฏิบัติในวัฒนธรรมไทย หรือ THE DOS AND DONTS ACCORDING TO THAI CULTURE โดยจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเผยแพร่ไปยังสถานทูตประเทศต่างๆ และแจกไปยังโรงแรมเพื่อให้ชาวต่างประเทศรับทราบข้อมูลความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกกับวัฒนธรรมตะวันตก และใช้เป็นคู่มือปฏิบัติตัวกับคนไทยเพราะมีสาระสำคัญที่มุ่งแก้ปัญหาอยู่ในหมวดของศาสนาที่มีข้อห้ามไว้ชัดเจน และจะเร่งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำพระพุทธรูป หรือสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธไปใช้อย่างไม่เหมาะสม
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมจัดพิมพ์หนังสือเสร็จแล้วมีทั้งสิ้น 1 หมื่นเล่มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะนำไปแจกจ่ายตามหน่วยงานต่างๆ อาทิ สถานทูตประเทศต่างๆ สถานกงสุล โรงแรม สายการบินไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจะเผยแพร่ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติทางเวบไซต์กระทรวงวัฒนธรรม www.m-culture.go.th ใน 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาอารบิก ฝรั่งเศส อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น รัฐเซีย และเยอรมัน
นายวีระ กล่าวอีกว่า หากเกิดกรณีการขายสินค้าที่ลบหลู่ต่อศาสนาอยู่ในไทย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งระบุชัดเจนว่า การกระทำใดๆ แก่สิ่งที่เคารพ นับถือ หรือสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 206 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี และการใช้พระพุทธรูปเป็นเครื่องหมายทางการค้า เช่น ขนม เครื่องดื่ม เครื่องดองของเมา เครื่องเล่น หรือภาพพระพุทธรูปไปประทับ ปรากฏอยู่กับวัตถุที่เป็นของใช้สอยทั่วไปในชีวิตประจำวันของบุคคล เช่น รองเท้า ถุงเท้า ชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นใน เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะพระพุทธรูปเป็นสิ่งสักการะสูงสุดของศาสนาพุทธ
น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กล่าวว่า ศูนย์เฝ้าระวังฯ ได้รับการร้องเรียนประเด็นข้างต้นเป็นจำนวนมาก และประสานองค์กรพระพุทธศาสนาให้ชี้แจงทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม การที่ชาวต่างประเทศกระทำการโดยไม่เคารพพระพุทธศาสนา สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่คนไทยทำการค้าเชิงพุทธพาณิชย์ โดยไม่มีจริยธรรมและไม่เคารพพระพุทธศาสนาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้ชาวต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำเศียรพระพุทธรูป พระพุทธรูปลักษณะต่างๆ ไปวางแร่ขายบนพื้นดินที่มีคนเดินเหยียบย่ำพื้นไปมา เช่น การจำหน่ายให้เช่าพระบริเวณถนนพระจันทร์ วัดมหาธาตุ และตามทางเท้ารอบๆ สนามหลวง หรือกรณีการนำพระพุทธรูปไปตกแต่งในห้องน้ำ หรือตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม
"เมื่อเร็วๆนี้ รมว.วัฒนธรรมได้ประชุมร่วมกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าฯ กทม. เพื่อจัดระเบียบการค้าเชิงพุทธพาณิชย์ที่ไม่เหมาะสมในกทม. เพื่อรักษาความเคารพในพระพุทธศาสนา และไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่ชาวต่างประเทศ" น.ส.ลัดดา กล่าว
นายกนก แสนประเสริฐ ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ชาวพุทธในต่างประเทศช่วยกันสอดส่อง ดูแลพุทธศาสนาด้วย เพราะจากกรณีเวบไซต์ขายสินค้านั้น เป็นอำนาจที่อยู่นอกเหนือกฎหมายของไทยจะดำเนินการได้ หากเกิดขึ้นในไทย จะมีความผิดตามมาตรา 206 ของประมวลกฎหมายอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 5,000-10,000 บาท และ พศ.จะทำหนังสือถึง กทม.ให้ช่วยกวดขันการจัดตั้งแผงขายสินค้าประเภทพุทธศิลป์ หรือพระพุทธรูป พระเครื่อง บริเวณท่าพระจันทร์ด้วย เพราะการตั้งแผงพระจะวางอยู่กับพื้น หรือบนทางเท้า อาจจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้ชาวต่างชาติได้
พศ.ได้ทำหนังสือถึง กทม.หลายครั้งแล้ว แต่ก็ได้รับการแก้ไขเป็นช่วงๆ คือ เทศกิจจะไปช่วยดูแลไม่ให้ตั้งแผงขายพระ แต่เมื่อทิ้งระยะไปสักพัก ก็ขาดการดูแล ทำให้แผงพระกลับมาขายเหมือนเดิม ภายใน 2-3 วันนี้ จะทำหนังสือแจ้งไปยัง กทม.อีกครั้ง และจะหารือกับ กทม.หาสถานที่ที่เหมาะสมในการจำหน่ายสินค้าประเภทพระพุทธรูปหรือพระเครื่องให้เป็นหลักแหล่ง นายกนก กล่าว
|