• SweetestTears
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 2640
  • จำนวนผู้โหวต : 27
  • ส่ง msg :
ม อ ง โ ล ก ด้ ว ย หั ว ใ จ
Prism's Point of View
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Myheart
วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม 2551
Schoenbrunn Palace และ จักรพรรดินีแสนเศร้าที่งามที่สุดในโลก
Posted by SweetestTears , ผู้อ่าน : 228 , 15:56:49 น.   | หมวดหมู่ : นัยภาพ  
พิมพ์หน้านี้


Schoenbrunn Palace
พระราชวังเชินบรุน




พระราชวังเชินบรุน เป็นพระราชวังฤดูร้อน

ของราชวงศ์ฮับสบวร์กแห่งออสเตรีย


การมาเยือนเวียนนาหนนี้ มาแบบมีเวลาจำกัด

การเลือกเดินในแต่ละที่

จึงเป็นการเลือกแบบตามใจฉัน เอาที่ชอบ ที่อยากไป

เข้าว่า

 

 


ไม่เน้นว่าอะไรสำคัญประเภท

Must see or Have to

อะไรทำนองนั้น

ค่าที่คนไป เอาแต่ใจแบบที่ทราบๆกัน 



บล็อควันนี้ มาเล่าเรื่องเวียนนา

ที่จริง ดองเค็มมานานมาก เป็นการเดินทาง

ตั้งแต่ทริป Budapest ตั้งแต่ ต้นสปริง คือ ต้นเดือน

พฤษภาคม 2007


ดองเค็มได้ที่แล้วนะคะ

เป็นทริปเดียวกับ บูดาเปสต์หนก่อน

ที่เราจะเริ่มต้นออกจากบูดาเปสต์กัน

 



การเดินทางจาก บูดาเปสต์-ฮังการี

 มาเวียนนา-ออสเตรียนั้น

เรารีบไปจองตั๋วรถไฟตั้งแต่วันแรก

ที่พระอาทิตย์ทำงานของบูดาเปสต์แล้วค่ะ

เพราะความที่จองทางเวปไซท์ไม่ได้ เนื่องจากอ่าน

ภาษา Magyar (Hangarian) ไม่ออก แหะๆ

เวปเค้ายังไม่พัฒนาภาษาอื่น นอกไปจาก

 ภาษาฮังกาเรียน

เวลาก็น้อย เลยมาดุ่ยๆแบบนั้นอย่างคนใจเดียวใจเด็ด

ที่..แถวบ้านเรียกดื้อ

แต่ตัวเองเรียกมั่นใจ กิกิ



ความจริงอดคาดไปในทางร้ายๆไม่ได้

(ตามประสา จขบ. ที่มองอะไรก็มองร้ายไว้ก่อนแบบไม่

มีใครสอน ว่าเผื่อมันร้ายจริงได้ไม่เสียใจมาก และเผื่อ

มันดี ได้ดีใจไง้)

ในเรื่องของราคาตั๋วรถไฟว่าจะต้องแพงมหาศาล

เพราะเป็นการเดินทางข้ามประเทศค่ะ

คือการเดินทางด้วยรถไฟ เครื่องบิน หรืออะไรก็ตามใน

ยุโรปนี้

หากมีการจองล่วงหน้าก่อนการเดินทางจริงอย่างน้อย

ซักอาทิตย์

ราคาจะลดลงมาครึ่งต่อครึ่ง หรือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี

แต่ในกรณีของ ๒ ประเทศนี้

คือ ออสเตรีย และ ฮังการี

ความที่เคยเป็นหนึ่ง รวมกันมาแล้วในสมัยของราช

วงศ์ฮับสบวร์ก

และเหตุผลอื่นๆมากมาย

จึงมีการอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางไป-

มาระหว่างกันไว้อย่างดีเยี่ยม

แม้เราจะหารถไฟประเภท ICE

(คือรถไฟชั้นดีของเยอรมัน เดินทางระหว่างประเทศ

และวิ่งด้วยความเร็วได้ถึง ๒๐๐-๓๐๐ กม. / ชม.)

ไม่ได้

คือถ้าได้ ก็แพงมากแน่ล่ะนะคะ

แต่จนท.ของฮังการีบอกเราว่า

รถไฟทุกเที่ยว ทุกแบบ ระหว่างสองประเทศนี้ไม่ว่าช้า

หรือเร็ว

ราคาเท่ากันค่ะ ฮ่าๆ .. ดีใจชะมัดเลย

เดินทางระหว่างประเทศ จ่ายไป ๒๔ ยูโรถ้วน นั่ง

รถไฟเร็วต่างหาก ในเวลาสามชั่วโมง

ด้วยราคาเท่านี้ แสนจะดีใจนะคะ

เรามาถึงเวียนนา กว่าจะเข้าที่พัก

และงมหาแผนที่ /ซื้อตั๋วสำหรับโดยสารรถสาธารณะ

ในสามวันเสร็จก็บ่ายคล้อย

เลยขอเพื่อนว่า งั้นไปเดินเชินบรุนก่อนหนึ่งรอบ

 

 

 

แสงเงาสวยๆตอนเย็น กับบรรยากาศเหงาๆ

...ในใจคนถ่ายภาพ...


มาถึงพระราชวังเกือบเย็นแล้ว


และเห็นว่าไม่ควรเข้าชมวันนี้เพราะจะเดินไม่พอ(ใจ)

เลยเดินวนรอบๆ ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยไปก่อน




พบคุณลุง..กับการแต่งตัวที่ทำให้อมยิ้ม

อดนึกถึงขุนนางเก่าๆ ไม่ได้

ตรงข้ามกับเด็กน้อยวัยโจ๋ ที่ลุงเขม้นมองได้น่

เอ็นดูที่สุด




แผ่นโฆษณา การแสดงดนตรีโอเปร่าและบัลเล่ต์

ที่ปรกติจะแสดงในอีกที่

หากคราวนี้เราเหมือนจะโชคดี ที่จะมีการจัดงานแสดง

ในห้อง Great Gallery

ที่เดิมเคยใช้เป็นสถานที่จัดแสดงจริงในสมัยที่ยังเป็น

การปกครองแบบเก่า

และเป็นห้องที่ใช้จัดงานรื่นเริง ลีลาศต่างๆของ

พระราชวงศ์ด้วย








พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย Middle Age

4th Century)

รู้จักกันในนามของ Katterburg และถูกเปลี่ยนมือให้

เป็นสมบัติของรัฐ

ในสมัยของ Hermann Bayer (Mayor Of Vienna)

เมื่อ คศ. 1548

และมาตกเป็นสมบัติของราชวงศ์ Hubsburg เมื่อ

ค.ศ.1569

ในรัชสมัยของพระเจ้า Maximilian ที่ II

และถูกพัฒนาเรื่อยๆในหลายสมัยของจักรพรรดิ

องค์อื่นๆ

โดยเริ่มต้นจาก การที่พระราชวังแห่งนี้เป็นที่

ทรงสำราญในการล่าสัตว์

จึงเรียกกันต่อมาว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อน





และมามีการเปลี่ยนแปลงและบูรณะให้สวยงาม

ยิ่งใหญ่ที่สำคัญจนต้องเล่า

ในสมัยของ พระจักรพรรดิ Charles VI ซึ่งยก

พระราชวังแห่งนี้ให้แก่ลูกสาว

คือพระนาง มาเรีย เทเรสซา (Maria Theresa)

ซึ่งไม่ทรงเพียงยกพระราชวัง

แต่เป็นการยกพระราชสมบัติให้

ภายหลังการแก้กฎมณเฑียรบาล

ให้ ผู้หญิงขึ้นครองราชย์ได้ในฐานะของ Empress

ตรงนี้ มีความสำคัญมากต่อหัวเลี้ยวหัวต่อ

ของประวัติศาสตร์มาก

เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงแทบทุกอย่าง รวมถึง

แผนที่โลกเลยก็ว่าได้


ซึ่งจะเล่าเมื่อชาติต้องการนะคะ

ไม่งั้นจะหนักสาระมากเอาจริงๆค่ะ

เมื่อพระราชวังเชินบรุนนี้ตกมาอยู่ในมือของจักรพรรดินี

ผู้ยิ่งใหญ่

พระองค์ทรงปรับปรุง ก่อสร้าง และ ต่อเติมเชินบรุน

ขึ้นมากมาย

ทั้งความอลังการ ความสวยงาม และ ความยิ่งใหญ่

แบบที่ได้เห็นในปัจจุบัน

ล้วนเกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ทั้งสิ้น

 



สวน Gloriette

พระราชปณิธานสุดท้ายของพระนางมาเรีย เทเรสซา

ในการต่อเติม และ ก่อสร้างพระราชวังเชรินบุนที่มอง

จากห้องหนึ่งในพระราชวัง จะได้มองเห็นสวนนี้จาก

บานพระแกล

เป็นที่สำราญพระราชหฤทัยในช่วงสุดท้าย

ของพระชนม์ชีพอันเงียบเหงา

ที่พระราชสวามีผู้เป็นที่รักยิ่ง (Franz I Duke von

Lothringen) ทรงจากไปก่อน




The Neptune Fountain

และยังมี The Roman Ruins กับ The Obelisk ที่

เลื่องลือ และยังเป็นที่กล่าวขานกันจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดสังเกตุสเกลคนกับสิ่งก่อสร้างนะคะ ต้องถอย

ออกมาไกลมาก

แล้วใช้วิธีซูมเข้าไปจึงจะเก็บภาพได้หมด

การถ่ายภาพช่วงนั้นคนถ่ายออกจะเบลอจัด

เพราะงงกับการวางคอมโพส แสง และเสียง(ของ

เพื่อนว่าจะเอารูปแบบไหน -_-‘)

 

 

 

 



หาก....ทั้งหมดทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง

 ต่อเนื่องความเป็นมา ตลอดจนความเป็นไปของ

พระราชวังแห่งนี้

ที่จับใจและทำให้ จขบ. ต้องดั้นด้นมาและขอสัมผัส

จริงๆ

กลับไม่เกี่ยวข้องกับความยิ่งใหญ่

ของพระนางมาเรีย เทเรสซา

แม่แห่งบัลลังค์ยุโรปแต่อย่างใด


 

 

 

 



กลับเป็นการครอบครอง และ การเลือกจะมาพำนัก

ของพระจักรพรรดิ และ จักรพรรดินี

สองพระองค์ที่ติดตรึงใจ น่าค้นหา และ เศร้ามาก

องค์ที่เคยบอกว่าเป็แรงบันดาลใจในการเดินทาง

และการทำงานที่ตั้งใจจะทำแบบที่เคยเล่า

 

 

 

 





นั่นคือ

Emperor Franz Joseph และ Empress Elisabeth

(Sisi)

เจ้าหญิงจากแคว้น บาว่าเรี่ยนผู้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง

จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย

ด้วยความรักของพระองค์ผู้เป็นสวามี

โดยยอมขัดพระราชประสงค์ และ แบบแผน

ของพระราชมารดาและ ราชวงศ์







ความรักของพระองค์ เริ่มจาก การที่องค์จักรพรรดิ จะ

ต้องเดินทางไปแคว้นบาวาเรี่ยน

เพื่อ “ดูตัวเจ้าสาว” คือพี่สาวของ Sisi

หากองค์จักรพรรดิ กลับตกหลุมรัก สาวน้อยวัย ๑๖ ปี

ผู้ร่าเริงและสดใส

เต็มไปด้วยอิสระเสรี และ แสนอ่อนไหว เปี่ยมไปด้วย

คุณลักษณะของศิลปินอย่างยิ่งยวด

 

 

 

 




พระองค์ทรงกลับมาเวียนนา เพื่อจะประกาศกับพระ

มารดา ถึงความตั้งใจจริง

ความรัก และ ความต้องการของพระองค์ อันไม่สอด

คล้องกับความต้องการของพระมารดา และ

วิเทโศบายในการปกครองประเทศ

ที่ต้องการจักพรรดินีคู่บัลลังค์ที่สามารถช่วยผ่อนพระ

ราชภาระและโอนอ่อนต่อวัตถุประสงค์ของราชสำนัก

ได้อย่างดี

การแต่งงานถูกจัดการขึ้นต่อมา

ด้วยไม่อาจขัดพระราชปรสงค์อันแน่วแน่ขององค์

จักรพรรดิได้

 

 

 

 



เจ้าหญิงอลิซาเบธ สาวน้อยวัยสดใส

จึงก้าวขึ้นสู่บัลลังค์อันยิ่งยงของโลก

พระราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ และอยู่ในอำนาจนานที่สุด

ในโลก

และเต็มไปด้วยพระราชภาระนับแต่นาทีนั้นเป็นต้นมา

ชาวออสเตรียและพระราชสวามีต่างเรียกขานพระองค์

ด้วยนาม Sisi

 

 

 

 

 

 

 

 



การที่จักรพรรดินีพระองค์นี้ทรงโดดเด่นอย่างเหลือ

หลายจนกลายเป็นตำนาน ที่แม้ในปัจจุบัน

เชื่อว่าเจ้าหญิงพระองค์ใดย่อมยากจะดำเนินรอยตาม

เพราะพระจริยวัตรส่วนพระองค์

รวมถึงวิถีทาง ทางการเมือง การเป็นผู้ร่วมเคียงข้าง

พระสวามีในการตัดสินใจใดๆทางการเมืองด้วย

 

 

 

 


Sisi เป็นเจ้าหญิงผู้ไม่โปรด ราชธรรมเนียม

ปฏิบัติของราชสำนัก

ชนิดที่เรียกว่าทรงเป็นกบฎพระองค์ร้าย

ทรงมีวิถีทางดำเนินวิเทโศบายทางการเมืองที่แตก

ต่างจากพระราชสำนัก

และที่สำคัญ องค์จักรพรรดิก็ทรงเชื่อมั่นในพระองค์

อย่างยิ่งยวด


 

 

 

 


ทรงใช้”ความรัก” ขององค์พระสวามีที่มีต่อพระองค์

อย่างชาญฉลาด

และ อย่างเต็มที่ตลอดจนวาระสุดท้ายของพระองค์

ไม่โปรดการเฝ้าแหน ไม่โปรดการอยู่ท่ามกลาง

สังคมการทูต

สังคมการเมือง และ การพระราชพิธีทั้งปวง

ไม่โปรดการใดๆอันเป็น วิถีทางของกุลสตรีใน

ราชสำนักควรทำ

 

 

 

 


ทรงโปรดการขี่ม้า”โลดโผน” เล่นยิมนาสติก

โปรดการเสด็จท่องเที่ยวไปในโลกกว้างโดยไม่

เกรงกลัวใดๆ

 

 

 

 


ทรงพระนิพนธ์บทกวีมากมาย อันเป็นการแสดงถึง

ความเหงา

เศร้า และเปล่าเปลี่ยวพระราชหฤทัยเพียงไหน

ในการถูก “กักขัง” ด้วยพระราชอิสริยยศ

 

 

 

 


ทรงเป็นจักรพรรดินีที่ถือว่างามที่สุดในโลกในยุคนั้น

ทรงมีพระเกศายาวถึงข้อพระบาท

และทรงรักสวยรักงามเหนือสิ่งอื่นใด

ทรงใช้เวลาอยู่หน้าบานพระฉายในทุกวัน

อย่างยาวนาน

 

 

 

 


ทรงมีนางกำนัลผู้ถวายการดูแล โดยเฉพาะพระเกศา

โดยเฉพาะและเป็นการเอิกเกริก

ทรง”กลัวอ้วน” ด้วยการจำกัดอาหารในทุกมื้อตลอด

พระชนม์ชีพ

ทรงชั่งนน.วันละ ๓ ครั้ง ทุกวัน

และทรงเคร่งครัดอย่างยิ่ง ต่อการเล่นยิมนาสติก เพื่อ

รักษาทรวดทรง




 

 

 

บรรยากาศร้านกาแฟในบริเวณพระราชวัง ที่มีการ

สาธิตการทำขนม แอปเปิ้ล สทรูเดิ้ลต้นตำรับ

ซึ่งเป็นของหวานสุดโปรดของ Sisi และ

องค์จักรพรรดิ

ในการเที่ยวชมภายในพระราชวัง

เราจะได้เห็นห้องต่างๆ ที่แสดงกิจกรรมและชีวิตของ

พระองค์

ทั้ง องค์จักรพรรดิ และ องค์จักรพรรดินี

 

 

 

 

Sisi ทรงมีห้องลับ ที่มีทางลับ

เป็นบันไดเอาไว้ออกไปนอกพระราชวัง ลงไปในสวน

และเสด็จทรงม้าได้โดยไม่ต้องมีผู้ติดตาม

หรือจับตามองพระองค์

นับเป็นผู้หญิงที่ทรงมีความเป็นอิสระอย่างยิ่ง

ใน คศ.นั้น


และกลายเป็นความแปลก จนแทบจะมหัศจรรย์ในพระ

จริยาวัตรทั้งปวง

 

 

 





Sisi ไม่โปรดการอภิบาล

 พระราชธิดาและพระโอรสของพระองค์

เพราะจะทำให้พระองค์ตระหนักถึงพระฐานะที่แท้จริง

และ วัยวัน ความชราภาพที่ย้ำชัดว่าพระองค์ทรงเป็น

พระราชมารดาแล้ว

ไม่ใช่สาวน้อยอีกต่อไป

 

 

 


พระองค์ดำเนินชีวิตเหมือนอยู่ในห้วงความฝันส่วน

พระองค์ตลอดเวลา

กล่าวกันว่า ไม่มีใครเข้าใจพระองค์เลย

แม้จนวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

แม้แต่พระสวามีของพระองค์ ซึ่งทุ่มเท และตาม

พระทัยพระองค์จนถึงที่สุดก็ตาม

 

 

 


ไม่มีใครรู้ว่า หัวใจรักของเจ้าหญิงผู้แสนอิสระองค์นี้

อยู่ที่ไหน

 

 

 


กล่าวกันว่า ทรงมีความรักมากมายหลายครั้ง

ทรงมีพระญาติสนิท คือ พระเจ้า Ludwig ที่สอง

แห่งบาวาเรี่ยน

ซึ่งทรงมีความเป็นศิลปินอย่างยิ่ง และมากมายที่สุด

ของโลกพระองค์หนึ่ง

มีบางตำนานและข่าวซุบซิบเล่าถึง”ความรัก”ของ

เจ้าชาย และเจ้าหญิงสองพระองค์นี้

ที่ต้องพลาดรักจากกันไปเพราะเหตุผลทางการเมือง

และทำให้ คิงลุควิค ซึ่งในเวลานั้น ยังเป็นเพียงเจ้า

ชายแห่งบาวาเรี่ยนทรงผิดหวังอย่างรุนแรงเป็นเวลา

หลายปี

 

 

 


หากใครจำ เจ้าชาย หรือ องค์กษัตริย์ ลุควิคที่สอง

ไม่ได้

ลองนึกถึงปราสาทต้นแบบของ ซินเดอริลล่า

 ที่ ดิสนีย์เอามาสร้างเลียนแบบสิคะ

คิงลุควิคที่สอง คือ ผู้สร้างปราสาท

Neuschwanstein ที่เลื่องลือนั่นเองค่ะ

และมีข่าวว่า จากการพลาดรักครั้งนั้น

ทำให้พระองค์เบี่ยงเบน...

 และทรงมีพระจริยาวัตรมากมายเป็นที่ไม่ต้องใจ

ปวงประชาชน

จนถึงกาลล่มสลายของการปกครองแบบกษัตริย์ใน

คว้นบาวาเรี่ยน

จากสมัยของพระองค์ เมื่อพระองค์ถูกลอบสังหาร

และพบพระศพในทะเลสาบใกล้ปราสาทแห่งนั้น

นั่นเอง





 นกรับแขกของทีนี่

บินลงมาร่วมทานวิปครีมด้วยอย่างกันเองที่สุด

 

 

 


Sisi โปรดการแปรพระราชฐานมาพำนัก

 ที่พระราชวังเชินบรุน

มากกว่าจะอยู่ที่พระราชวังหลวงมาตลอดพระชนม์ชีพ


 

 

 

แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว

พระองค์ไม่ได้อยู่ติด”บ้าน”บ่อยนัก

ทรงเดินทางส่วนพระองค์ และ ท่องเที่ยวไปไกลๆ

เสมอ

โดยปราศจากองค์จักรพรรดิ แทบจะตลอดเวลาของ

ช่วงหลังของชีวิต ๓๕ ปีสุดท้าย

การเดินทางของพระองค์ เริ่มต้นมานาน

หากการเดินทางอันยาวนานและแทบจะไม่กลับมาสู่

อ้อมอกของพระสวามีเลย

 เกิดขึ้นจาก....ความโศกเศร้าอย่างยิ่ง

หลังการสิ้นพระชนม์ของพระราชโอรสองค์เดียว 

( Crown Prince Rudolph)

ที่ถูกลอบสังหารพร้อมกับ Mistress ของพระองค์

 

 

 

Sisi ทรงแสดงให้เห็นถึงความรักอิสระเสรี

ที่จนแม้ในทุกวันนี้ยังยากที่จะมีผู้หญิงธรรมดาคนไหน

ที่แต่งงานแล้วจะกระทำตามแบบได้

 

 

 

 

 แม้ในวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

ก็ไม่ได้เป็นเหตุแห่งธรรมชาติ

แม้ว่าพระวรกายของพระองค์จะทรงบอบบาง

และทนทุกข์กับพระโรคภัยมาตลอดเวลาก็ตาม

หากวันไหนที่พระองค์สามารถลุกขึ้นได้ พระองค์ก็จะ

โลดแล่นออกดินทางท่องเที่ยวไปในโลกกว้างทันที

 

 

 

 

 

Sisi ทรงถูกลอบสังหาร

โดยพวกต่อต้านราชวงศ์ คือ นาย Luccheni

ชาวอิตาลี่ยน เมื่อ คศ. 1898

 

 

 

 

 

แทบจะไม่ต้องจินตนาการถึงองค์พระจักรพรรดิ

ว่าจะทรงเศร้าโศกเพียงไหน

องค์จักรพรรดิขณะนั้น ทรงประทับอยู่ที่

พระราชวังเชินบรุน

เมื่อทรงได้รับข่าวร้ายที่สุด




ทรงบรรยายความรู้สึกขณะนั้นว่า

Is nothing to be spared me from this earth?

ท่านเค้านท์ Paar ผู้เฝ้าอยู่ใกล้ที่ประทับขณะนั้น

บันทึกเหตุการณ์ว่า

He (ท่านเค้านท์ Paar )was the only one to hear

he harsh and bitter sobs of a broken-hearted

an questioning his God.

Then, Francis Joseph looked across at the

portrait of the woman he had worshipped but

never understood.

And speaking to himself, rather than to Count

Paar, he said,

“NO ONE WILL EVER KNOW HOW MUCH I

LOVED HER”

 


และพระองค์ก็ทรงดำรงบั้นปลายพระชนม์ชีพ

โดยปราศจากผู้ใดมาแทนที่องค์จักพรรดินีผู้เป็นที่รัก

ยิ่งตลอดจนวาระสุดท้ายของพระองค์


ในพระจริยวัตรอันแสนจะแปลกนั้น

ย่อมมีเสน่ห์และความตราตรึงอันบุคคลภายนอกมิอาจ

ล่วงรู้

และเข้าพระทัยเรื่องราวของทั้งสองพระองค์ได้

ในความรัก

ในเรื่องราวซับซ้อนและความยากในการดำรงชีวิตส่วน

พระองค์ภายใต้ความกดดัน

จากทั้งทางราชสำนัก

ความไม่ทรงโปรดของพระราชมาดาของพระสวามี

และอื่นๆอีกมากมาย

รวมถึงความเศร้าโศกในการสูญเสียพระราชธิดา

พระราชโอรส

อาจเป็นสาเหตุของความห่างเหิน การปลีกตัวจากการ

พระโอรส พระธิดา

และการกำหนดวิถีทางในการดำรงพระชนม์ชีพต่อมา

ตามธรรมชาติของคนอ่อนไหวอย่างยิ่งเช่นพระองค์

โดยที่ใครอื่นไม่สามารถจะตัดสินและพิพากษา

พระองค์ได้เลย

หากว่า

ผู้เป็นเจ้าของความรัก

และภักดีอย่างพระสวามีทรงยอมรับและรักได้

แบบนั้น

Sisi ย่อมทรงเป็นจักรพรรดินีที่ทรงได้รับความเสน่หา

และงดงามที่สุด

และได้รับการยอมรับว่า ยามทรงปฏิบัติหน้าที่เพื่อ

ราชบัลลังค์ของพระองค์นั้น

ทรงกระทำได้งดงาม ฉลาดเฉลียวยอดยิ่ง

จนเป็นที่ยอมรับและไว้วางพระราชหฤทัยจากองค์

จักรพรรดิอย่างปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน





...เพราะในความรัก...

ย่อมไม่มีเหตุผล และ ความเข้าใจของใครอื่นใด

มากไปกว่าคนสองคน



ลาก่อน ในวันนี้

องค์จักพรรดินีผู้แสนเศร้า

และเป็นปริศนาที่สุดของโลก


















รูปปั้นหน้าบริเวณพระราชวัง

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21
SweetestTears วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 05.08 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way 




ลืมบอกไปอีกหน่อยนุงว่า

ชื่อจริง
เราชื่อ ป้าละเอียด (บางเรื่อง) อ่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
SweetestTears วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 04.38 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way 


โอย... คนนี้ ต้องตอบจริงๆด้วย

เดี๋ยวว่าหมั่นไส้อีก เว้อ

ไม่รู้แหละ กลับไปตอบที่บ้านแระนะคะ เหอ เหอ...
ความคิดเห็นที่ 19
SweetestTears วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 04.37 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way 

ขอโทษนะคะ ไม่ได้ตอบทุกเม้นท์น่ะค่ะ

แบบว่า.จะพยายามกลับไปเยี่ยมที่บ้านนะคะ
ความคิดเห็นที่ 18
SweetestTears วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 04.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way 


ค่ะ.. ไม่เป็นไรค่ะ

แหะๆ จะขอบคุณอะไรนักหนาเนี่ย

พี่ก็พี่ เอ้า
นึกว่าเป็นป้านะ ที่จริงอ่ะ





ความคิดเห็นที่ 17
SweetestTears วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 04.35 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way 


เอ่...ยั่งกะอ่านสารคดีเลยอ่ะคับ...

ละเอียดดีจัง...เวลาเราไปเที่ยวไหน...ไม่เคยรู้อะไรละเอียดอย่างนี้เลยอ่ะ

คงต้องใช้เวลาทำการบ้านก่อนไปเที่ยวเหมือนกันเนอะ...


ทีนี้...คุ้นๆว่าใช้แทมรอนถ่ายมาใช่อ่ะป่ะ...หรือว่าจำผิด...

ให้สีได้มันดีจังเลยอ่ะ...ชอบแฮะ...สีแบบนี้


อีกนิด...อย่าว่างั้นงี้เลยนะ...รู้สึกว่ารูปประมาณ 7 ถึง 9 จะออกเอียงๆหรือเปล่า...


ไม่รู้ว่าช่วงที่อยู่ที่นี่...จะมีโอกาสได้ไปแถวๆนั้นบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้...

ต้องหาเวลา...


เท่านี้นะ...สวัสดีครับ...
................................................................

แม่นแหล่วค่ะ แทมรอน ตอนนั้นเพิ่งหัดจับกล้อง
ยังใช้ของแถมมากะกล้องอยู่เยย
เป็นแทมรอนตัวไม่ค่อยดี และ สีเพี้ยนอย่างหนักค่ะ


เรื่องรูปเอียง ไม่ต้องอย่างงั้น อย่างงี้ไปเด้ดขาด
เอิ้ก ไม่ใช้โฟโต้ชอบแก้ด้วยแหละค่ะ
คนถ่ายตาเหล่น่ะค่ะตัวจริง.. รูปเลยมักจะเอียงเสมอๆ

เท่านี้นะคะ



อ้อ... เวลา ถ้าหาได้ ก็หาเถอะค่ะ รีบไปเที่ยวซะ
เวียนนาสวยลืมหายใจจริงๆนะ

เอ้า...

ความคิดเห็นที่ 16
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 01.17 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

แวะมาขอบคุณอีกครั้งครับพี่
จากฉันท์ของพี่.....ผมได้แปะความหมายของศัพท์บางคำไว้แล้วครับ
พออ่านของพี่แล้วถึงได้รู้สึกเลยว่า
อืมมม ... คนที่อ่านต้องพยายามระดับนึงเนาะ ถึงจะเข้าใจ แฮะๆๆๆ
แน่นอนถ้าผมไม่ได้หาความหมาย ก็คงไม่เข้าใจทุกคำครับ

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 15
ป.ประพันธ์ วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 01.17 น.
http://www.oknation.net/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

อยากให้นกที่มาขโมยกินขนม
มาช่วยพาความรู้สึกเวลาเศร้าของทั้งองค์
จักพรรดินี sisi และของเจ้าของบล็อคนี้
ไปทิ้งที่อื่นจัง

------------------------------------------
ไม่รู้เจ้าของบล็อคหายหมั่นไส้กระผม(คนแปลกหน้าที่ยังไม่เคยเห็นหน้า)หรือยังขอรับ
มาแอดบล็อคนี้เป็นเพื่อนบ้านด้วยคน
เพื่อจะช่วยให้หายหมั่นไส้ผมได้บ้าง


ความคิดเห็นที่ 14
naijoe วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 00.14 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

เอ่...ยั่งกะอ่านสารคดีเลยอ่ะคับ...

ละเอียดดีจัง...เวลาเราไปเที่ยวไหน...ไม่เคยรู้อะไรละเอียดอย่างนี้เลยอ่ะ

คงต้องใช้เวลาทำการบ้านก่อนไปเที่ยวเหมือนกันเนอะ...


ทีนี้...คุ้นๆว่าใช้แทมรอนถ่ายมาใช่อ่ะป่ะ...หรือว่าจำผิด...

ให้สีได้มันดีจังเลยอ่ะ...ชอบแฮะ...สีแบบนี้


อีกนิด...อย่าว่างั้นงี้เลยนะ...รู้สึกว่ารูปประมาณ 7 ถึง 9 จะออกเอียงๆหรือเปล่า...


ไม่รู้ว่าช่วงที่อยู่ที่นี่...จะมีโอกาสได้ไปแถวๆนั้นบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้...

ต้องหาเวลา...


เท่านี้นะ...สวัสดีครับ...



ความคิดเห็นที่ 13
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 11.19 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

เยี่ยมไปเลยครับ สมบูรณ์แบบทุกอย่าง
ทั้งภาพและเรื่องเล่า ที่เล่าได้อย่างน่าสนใจ ฉงน และติดตาม
อาจจะงงๆ บ้าง แต่ก็พอเข้าใจได้

"ไม่มีใครรู้ว่า หัวใจรักของเจ้าหญิงผู้แสนอิสระองค์นี้

อยู่ที่ไหน"

ชอบประโยคนี้ครับ
ขอให้มีความสุขมาก ๆนะครับ
ความคิดเห็นที่ 12
Fatmaster วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/fattystory

ลองแวะไปดูครับ

http://francetoo.multiply.com/photos/album/9/4_Country
http://francetoo.multiply.com/photos/album/7
http://francetoo.multiply.com/photos/album/6
http://francetoo.multiply.com/photos/album/10/Hungary


ความคิดเห็นที่ 11
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 23.29 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

รูปสวยๆ พร้อมเรื่องราวดีๆ
น่าสนใจมากคับ
อยากไปบ้างจังเลย
ความคิดเห็นที่ 10
สายธาร วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
Placing the condition of happiness upon society, Is dangerous.


สถานที่อันสวยงาม...น่าท่องเที่ยวเพื่อศึกษาวัฒนธรรมโบราณเก่าแก่ครับ
ความคิดเห็นที่ 9
roselobster วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.54 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

คุณรัม

สบายดีน๊า
ความคิดเห็นที่ 8
eddie วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/supermodels

เห็นคุณลุงแว้บๆตอนแรก นึกว่านกเพนกวิน
ความคิดเห็นที่ 7
Dogstar วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

ชอบพระราชวังนี้มากกว่าแวร์ซายส์อีกค่ะ
ว่าแต่ท้องฟ้าสวยจัง
ความคิดเห็นที่ 6
วรรณ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 20.09 น.
http://www.oknation.net/blog/wunwarinya07
"ชีวิตคือนวนิยาย ที่พระเจ้ากับซาตานสลับกันขีดเขียน"

สวยจัง พระราชวัง
จักรพรรดินีก็คงสวยมากแน่ๆ

สวยเหมือนคนโพสต์ไง


ความคิดเห็นที่ 5
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 16.21 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMueSai
.๐๐๐ บ้านหลังที่สอง ของสิงห์มือซ้าย ๐๐๐  

ชอบภาพสวน Glorietteกับภาพนกจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
เจเจค่ะ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 16.18 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ขอมาให้ช่วยทำการบ้านง่ะ




ความคิดเห็นที่ 3
เจเจค่ะ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 16.18 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

แอบหยอดตั้งครั้งแระ

มะหร่ายเจ้าของบ้านจาใจอ่อนก็มะรุ



บอกด้วยนะคร้า

เด๋วจาให้แม่ไปสู่ขอ
ความคิดเห็นที่ 2
เจเจค่ะ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

สวยทู้กรูปเยยนะคร้า



คนโพสต์ก็คงสวยทู้กวันเช่นกาน