
พิมพ์หน้านี้
|
เรียกเป็นการสร้างจิตสำนึกในการระวังเหตุการณ์ร้ายแรง ระวังภัย ในองค์กรต่างๆก็จะมีคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวะอนามัยและสิ่งแวดล้อม มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต่างๆ แต่ในสังคมครอบครัว เราไม่มี สุดแต่ประสบการณ์ของผู้เป็นพ่อเป็นแม่หรือญาติ ธรรมชาติบางอย่างต้องอาศัยภาครัฐในการป้องกัน แก้ไขหรือฟื้นฟู เช่น ซึนามิ น้ำป่า ดินถล่ม ไฟไหม้ น้ำท่วมฯลฯ ในสังคมชีวิตประจำวันก็ต้องระวัง คน เครื่องจักร และ ธรรมชาติ แต่เรามักไม่มีการสอนในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ภาครัฐมักไปแก้ที่ปลายเหตุ เครื่องบดเนื้อ บดมือผู้ขายแรงงานไปเท่าไรแล้ว วิศวกรรมจราจร การบังคับใช้กฏหมายที่อ่อนแอ ทำให้คนตายไปมากน้อยแค่ไหนแล้วในการใช้รถใช้ถนน ธรรมชาติฆ่าคนไปเท่าไหร่แล้ว โรงงานตุ๊กตาเครเด้อ ตายไปกี่ศพฯลฯ วิธีการของภาครัฐ ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นตัวPROTECTION ให้กับประชาชน เช่นอุทยาน ต่างๆต้องมีคนรู้จริงคอยแนะนำ มีป้ายเตือนฯลฯบังคับใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัด มีการตรวจตรากันอย่างสม่ำเสมอถึงทางหนีไฟต่างๆตามสถานที่ราชการ โรงมหรศพ ศูนย์การค้าฯลฯ โรงเรียนต้องพัฒนาหลักสูตรด้านนี้ให้นักเรียนได้ตระหนักด้วย อุดมศึกษาการเรียน รด.ต้องพัฒนาหลักสูตรใหม่ถึงเรื่องพวกนี้ ให้รู้จักสังเกตุระวังไม่ประมาท เตรียมทางหนีทีไล่ไว้ในใจ พักโรงแรมต้องสำรวจชั้นที่พัก ทางหนีไฟต่างๆเรียกว่าพร้อมรับมือเหตุการณ์ทุกสถานะการณ์ ไม่ใช่ปล่อยเป็นเรื่องของภาครัฐ เป็นเรื่องของตำรวจ ต้องปรับความคิดถึงวิธีการช่วยตนเองและครอบครัว อย่ายืมจมูกคนอื่นหายใจในสถานะการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทำได้ อายุจะยืน ไม่ตายเพราะกรรมมาตัดรอนเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไปงานศพจนเบื่อแล้ว |