
พิมพ์หน้านี้
|
ฟังการอภิปราย การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวานนี้(19กพ.50) สถานะการณ์สร้างวีระบุรุษ จริงๆ ด้วยเหตุที่สมาชิก สนช.(ของ คปค.คมช.)ท่านหนึ่ง ลุกขึ้นมาอภิปราย แล้ว"สับ"ระบบการเมืองและพรรคการเมืองไทย ด้วยความสุดโต่ง ด้วย"แนวความคิดทหาร"ที่มีต่อนักการเมือง เป็นการสุดโต่งในลักษณะ"แยกการเมือง ออกจาก การบริหารการปกครอง"อย่างแท้จริง จนสมาชิก ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งต้องลุกขึ้นท้วงว่า"บ้า" ในขณะที่ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งทุกคน ตกตะลึงต่อแนวคิดของ"เบ๊"ทหารนั้น คุณอภิสิทธิ์ฯปชป.ได้ลุกขึ้นตอบโต้ชี้แจง ในประเด็นของ"ความชอบธรรม"ในการถูกคัดเลือก"โดยประชาชน" มิใช่"ถูกคัดสรร โดยทหาร" โดยเฉพาะคำกล่าวของคุณอภิสิทธิ์ฯปชป.ที่ว่า"ถ้าเป็นผม ถูกทหารคัดสรร ผมก็จะไม่มาเป็น(คือรับใช้ทหาร) คำกล่าวนี้แสดงถึงคุณธรรม ความกล้าหาญทางการเมืองและจิตวิญญาณประชาธิปไตยโดยแท้จริง ในอดีต นักการเมืองในดวงใจที่มีคุณธรรมความกล้าหาญทางการเมืองนั้น น่าจะเป็นท่านแรกคือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่แสดงความกล้าหาญทางการเมือง บินไปเปิดสัมพันธไมตรีกับจีนแดง สัมผัสมือกับประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ท่านเมา เซตุง ท่านที่สองคือคุณทักษิณ ชินวัตร ที่แสดงความกล้าหาญทางการเมือง สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไม่มีใครกล้าสร้างได้ในรอบ46ปี ท่านที่สามคือคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนี้ ที่แสดงความกล้าหาญทางการเมือง แสดงจุดยืนของระบบประชาธิปไตย และแสดงจุดยืนของจิตวิญญาณประชาธิปไตย ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ทหาร ขอคาราวะด้วยใจจริง ที่ท่านกล้าแสดงจิตวิญญาณประชาธิปไตยให้โลกได้รับรู้ ขอให้ถนอมตัว และปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรอีกนิด ใช้ความกล้าหาญในการเป็นภาวะผู้นำ อนาคตท่านสดใสในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแน่นอน "คำพูดที่ว่าถ้าเป็นผม(อภิสิทธิ์)จะไม่มารับใช้ทหาร"นั้น กินใจเหลือเกินแล้ว สถิตย์อยู่ในดวงหทัยพลัน |