
พิมพ์หน้านี้
|
ผบ.ทบ.ท่านพูดว่า ทักษิณฯกลับไม่น่าห่วง แต่ให้ระวังมือที่สาม ฟังเพี้ยนไป หูเฟื่อนว่า "ให้ระวัง แผนที่สาม?" แผนแรก คิดเอาเอง การรัฐประหารเพื่อล้ม"ทักษิณฯ" แผนสอง ใช้กลไกทางกฏหมายสกัดกั้น ล้ม ทักษิณฯ เมื่อแผนแรก ล้มเหลว แผนสองล้มเหลว ก็ต้องใช้แผนสาม ล้มทักษิณฯ กลุ่มที่ไปรับ กลุ่มที่ต่อต้าน ถ้ามีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้น ให้ระมัดระวังตัวด้วย อาควิโน ของฟิลิปปินส์ ลงบรรไดเครื่องบิน เหยียบถึงพื้นก็ถูกยิงตายคาลานจอดเครื่องบิน ประธานาธิบดีเก่าของปากีสถานเข้าประเทศ ก็ถูกกันให้ไปอยู่ที่อาคารเทอมินอลสนามบินแล้วส่งตัวขึ้นเครื่องกลับ นางบุชโต ก็โดนระเบิดสิ้นชีพไป การเมืองในเอเชีย ชักเล่นกันแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะ"อำนาจ"ตัวเดียว เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ผู้รู้บอกว่าน่าจะไม่เกิดเหตุแบบนั้น ประเด็นมันอยู่ที่ท่านทักษิณฯและทีมงานจะวิเคราะห์สถานะการณ์ให้ถี่ถ้วน อาจใช้กลยุทธ์เรื่อง"ซ่อมทางเปิดเผยแต่ลอบเดินทางลับ"คือออกข่าวว่าจะมาใน28ก.พ.51 แต่มาก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งหลายทั้งปวงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ฝ่ายมือที่มองไม่เห็นอาจนึกได้ "ตีงูต้องตีที่หัว" เพราะคราวที่แล้ว"ตีงูหลังหัก"เอาไว้ งูดันมีชีวิตรอด เลยใช้เชือกกล้วยล่ามคอไว้ งูดันดิ้น และมีทีท่าจะรอดจากเชือกกล้วย ครั้งนี้จึงจำเป็นที่จะต้อง"ตีงูที่หัว"ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป เพราะถ้าปล่อยไว้เภทภัยอาจจะมาถึงตัวไม่ช้าก็เร็ว อานุภาพของC4 น่าจะทำลายล้างได้เป็นกิโลเมตร หรือพลซุ่มยิง สแนปเปอร์ ไรเฟิ้ลติดกล้อง เก็บเสียง หรือ ระเบิดพลีชีพจะใช้ไหม เหล่านี้เป็น"ความหวาดระแวง"ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ บ้านเมืองตอนนี้ ทุกภาคส่วนต้องเรียกร้องความสมานฉันท์ให้บังเกิดผล แต่ไม่ใช่ความสมานฉันท์ของประชาชน แต่เป็นความสมานฉันท์ของ"ผู้มีอำนาจ"นั่นเอง เขาจะฆ่า หรือ ไม่ฆ่า เป็นเรื่องของเขา ถ้าเขาไม่ฆ่า ก็ดีไป แต่ถ้าหากเขาเกิดคิด"ฆ่า"กันขึ้นมาแล้ว กลัวแต่"เบี้ย"ประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ จะมาพลอยรับเคราะห์กรรมไปด้วยเปล่าๆปลีๆ โหรต่องแต่งก็ไม่รู้หดหัวหดหางไปไหนกันหมด สถานะการณ์เดินมาถึงจุดไคลแม๊กอย่างนี้ สมควรต้องออกมาฟันธง บ้านเมืองเราจะเป็นแบบพม่าหรือไม่ หรือเช้าวันที่29กพ.51 ประชาชนจะได้ยินเพลงมาร์ชเกิดขึ้นแล้วมีเสียงโฆษกกล่าวว่า "โปรดฟังอีกครั้ง" |