
พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าเป็นกติกามวยสากลและมวยไทย พันธมิตร ชกได้สองแบบ"ในเวลาเดียวกัน" กล่าวคือชกกติกาสากล(ปชต.)ก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเตะตัดขาคู่ต่อสู้ในกติกามวยไทย(อนาธิปไตย)ก็ได้ ฝ่ายรัฐบาล ชกได้ในกติกามวยสากล กติกาเดียวเท่านั้น เจอนอกกติกา คือใช้มวยไทยเตะตัดขา"ก็มีอาการเซ"ให้เห็น"เล็กน้อย" ทั้งหมดนี้เรียกพันธมิตรว่า"พวกนกมีหู หนูมีปีก" คือพอเห็นช่องในระบบรัฐสภาฯ ก็ใช้ชิงความได้เปรียบตามระบบ แต่พอเห็นท่าไม่ดี ก็ใช้ระบบอนาธิปไตย(คือ"ไม่มีกฏหมาย"ทันที) ยิ่งในกรณี"เขาพระวิหาร" นี่เห็นได้ชัดเจน ยูเนสโก้ คือ ที่ดิน เขมรคือเพื่อนบ้าน จะโฆษณาบ้าน ยูเนสโก้ที่ดินจึงเรียกเพื่อนบ้านไทยไป"ชี้เขต" ไทยไปชี้เขตเรียบร้อย แต่ดันถูกพันธมิตรและ สว.สรรหาฟ้องศาลคุ้มครองชั่วคราว สรุปคือถ้าพิพากษาว่าไทยไม่ต้องไปชี้เขต และยูเนสโก้ก็ดันสถาปนาบ้านเขมรขึ้นคนเดียวแล้ว ตุลาการภิวัตน์"ต้องรับผิดชอบ" ในกรณี เช่น เขมรปิดตัวปราสาทไม่ให้ขึ้นทางไทย แล้วไปร่วมมือกับญี่ปุ่น ทำถนน ทำกระเช้าลอยฟ้า ขึ้นทางหน้าผาฝั่งเขมร ราษฎรไทย ที่ทำมาหากินบริเวณนั้นก็ต้อง"หน้าเหี่ยว หัวโต"แน่นอน แทนที่จะได้ประโยชน์ร่วมกันเหมือนสมัยก่อน อีกอย่างกรณี "เสียดินแดน"นี่ แทบไม่ต้องพูดถึง ไม่เสียแน่นอน แต่กรณีปลุกปั่นชาตินิยม จะชิงเขาพระวิหารคืน หรือกรณีจะขับไล่เขมร ที่มาตั้งร้านค้าอยู่ในเขตไทยนั้น "เหลวไหลสิ้นดี" เพราะข้อเท็จจริง ต้องไปดูทหารในพื้นที่ ดูอบต.ในพื้นที่ ดูกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นั้น"เก็บส่วย"ร้านค้ากันอย่างไร ไม่ต้องถึงระดับประเทศ แค่ ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ชายแดนเท่านั้นก็สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วในการบุกรุกพื้นที่ ส่วนกรณีจะไปขอ"ร่วม"ด้วยนั้น ณ นาทีนี้ เขมรเขาส่ายหน้าแล้ว ก็แค่ให้มาชี้เขต ถ้าเรียบร้อย ก็ยังทำมาหากินร่วมกันตลอดไปเหมือนเดิม แต่พอถูกปลุกปั่นขึ้นมา ก็อย่าร่วมกันเลยดีกว่า รายได้จากการท่องเที่ยวเขาพระวิหาร ที่ขาดหายไปในอนาคตอันใกล้นี้ ราษฎร์บริเวณนั้นไร้ที่ทำมาหากินแล้ว พันธมิตร ส.ว.สรรหา ที่ฟ้อง และ ตุลาการภิวัฒน์ นั้น รวมทั้งพวกรณรงค์ถือป้ายประท้วงที่บริเวณเขาพระวิหาร คงนอนหลับสบายและฝันดีเน๊อะ |