พิมพ์หน้านี้
|
อนันตริยกรรม ที่มีพลังอำนาจมากให้ผลก่อนกรรมอื่นๆ และไม่มีกรรมใดมาขวางกั้นได้ มีพลังแรงอย่างทันตาเห็นในชาติปัจจุบันและสามารถส่งผลถึงชาติหน้าได้ ในส่วนชั่ว หรือบาปหนัก นั้น เรียกว่า อนันตริยกรรม คำว่า อนันตริยกรรม เป็นคำยืมจากภาษาสันสกฤต มาจากคำว่า อนนฺตริย ซึ่งแปลว่า ไม่มีช่องว่าง กับคำว่า กรฺม ซึ่งหมายถึง การกระทำที่ทำด้วยความจงใจ คำว่า อนันตริยกรรม มีความหมายตามรูปศัพท์ว่า การกระทำที่ไม่มีช่องว่าง หมายถึง การกระทำที่ไม่มีช่องว่างระหว่างกรรมที่กระทำลงไปแล้วกับวิบาก หรือผลที่จะตามมา นั่นคือ กรรมที่จะต้องได้รับผลแห่งการกระทำนั้นทันที โดยไม่ต้องรอเวลาที่ผลกรรมจะตามมาสนอง สาเหตุที่ต้องรับผลกรรมทันทีก็เพราะว่าเป็นกรรมชั่วหรือเป็นความผิดร้ายแรงที่สมควรได้รับโทษรุนแรงอย่างที่สุด อนันตริยกรรมจึงมิได้หมายถึงกรรมโดยทั่วๆ ไป แต่หมายเอาเฉพาะกรรมชั่วที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้นซึ่งมีอยู่ห้าประการด้วยกัน ได้แก่ ในสมัยพุทธกาล พระเทวทัต ได้เป็นผู้กระทำ อนันตริยกรรมข้อ โลหิตปาท นี้จนถูกธรณีสูบตกนรกอเวจีไป ในสมัยปัจจุบัน ก็มีบาปหนักเสมออนันตริยกรรม แต่ไม่ใช่อนันตริยกรรม กล่าวคือผู้มีเจตนาชั่วร้ายใฝ่หากรรมอันเป็นบาปหยาบช้า ทำลายล้างวัตถุที่พระพุทธเจ้า เช่น ทำลายพระพุทธรูป ทำลายเจดีย์ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ทำลายต้นไม้มหาโพธิ์ นี่เองที่คนโบราณจึงไม่กล้าทำลายพระพุทธรูป หรือพระเครื่องถึงแม้ว่าจะแตกหักแล้วก็ตาม แต่ผู้มีบาปมากไม่กลัว สามารถตัดเศียรพระพุทธรูปได้ อย่างที่อยุธยา หรือทำลายทุบตัดแขนขา หรืออย่างที่พม่าเผาผลาญ พระพุทธรูปและเจดีย์เพื่อจะเอาทองคำ ในคราวสมัยอยุธยาแตก ฆ่าพระอรหันต์ ได้ชื่อว่าเป็นอรหันต์ฆาตทั้งนั้นคฤหัสถ์ที่บรรลุธรรมวิเศษ เป็นพระอรหันต์ แต่ยังไม่ทันได้บวชเป็นพระสงฆ์ ผู้ใดฆ่าก็เป็นอนันตริยกรรม และถึงแม้ขณะเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ท่านถูกทำร้ายด้วยอาวุธหรือยาพิษ ในน้ำดื่มหรืออาหาร เกิดทุกขเวทนา แล้วท่านได้กำหนดเอาทุกขเวทนามา เป็นบาทแห่งวิปัสสนา จนเกิดมรรคผลสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วดับผลสู่นิพพาน ผู้ทำร้ายย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้ฆ่าพระอรหันต์ อย่างไรก็ตาม ผู้ฆ่าพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี ถึงแม้จะไม่ได้ชื่อว่า เป็นอรหันตฆาต แต่ก็มีบาปหนักเสมอ อนันตริยกรรม ไม่เข้าข่ายเป็นมาตุฆาต และต้องเป็นการฆ่าของลูกมนุษย์ต่อแม่มนุษย์เท่านั้น การที่สัตว์เดรัจฉานฆ่าพ่อแม่ของตนนั้นไม่จัดเป็นอนันตริยกรรม การฆ่าแม่นั้นถึงแม้ว่า จะสำคัญผิดหรือไม่รู้ก็จัดเป็นอนันตริยกรรม ก็ยังได้ชื่อว่า เป็นผู้มีคุณแก่ลูกมากอยู่ดี เพราะฉะนั้น ถ้า แม่กับพ่อ เป็นคนดีมีศีลธรรมเสมอกัน มาตุฆาต ย่อมให้ผลก่อนปิตุฆาต ยกเว้นในกรณีที่พ่อ เป็นผู้มีคุณธรรม มีศีลธรรมมากกว่า แม่ เท่านั้น ปิตุฆาต จึงจะให้ผลก่อนมาตุฆาต อนันตริยกรรมนั้น มีพลังโทษมาก เมื่อได้กระทำลงไปแล้ว แม้ต่อมาภายหลังรู้สึกสำนึกตนหวังให้พ้นทุกข์โทษในอเวจีมหานรก ด้วยการสร้างกุศลบุญใหญ่ ก็ไม่มีพลังอำนาจพอ ถึงแม้ว่าจะสร้างเจดีย์ทองคำสูงใหญ่ มากมายเต็มจักรวาล หรือจะถวายทานแก่พระสงฆ์ทุกรูปที่มีอยู่ในโลก หรือโชคดีพบพระพุทธเจ้าแล้วเข้าอุปฏฐากใกล้ชิดจนสิ้นชีพ ก็ไม่มีพลังอำนาจพอที่จะลบล้าง อนันตริยกรรม ทั้งห้านี้ได้ พุทธศาสนาเชื่อว่าผู้ที่ทำกรรมชั่วขั้นที่เรียกว่า อนันตริยกรรมนั้นจะต้องไปชดใช้กรรมที่ตนก่อในนรกขั้นที่ต่ำที่สุดที่เรียกว่า อเวจีมหานรก จะไม่มีโอกาสได้ขึ้นสวรรค์และไม่มีโอกาสได้เข้าสู่พระนิพพาน แหล่งที่มาผู้มีพระคุณ ---- http://www.geocities.com/metharung/karu-kram.htm http://th.wikipedia.org/wiki/อนันตริยกรรม |
| สมาชิก ครับผม เชิญทำความรู้จักกันได้เลย จ้า----- | ||
สมาชิก กลุ่ม NU-PS |
||
|
View All |
||
| (((((*****สมาชิก*****))))) | ||
ไม่ต้องคำบรรยายใด ๆที่ลึกซึ้ง ไม่ต้องบรรยายใดๆ ให้สวยเลิศ..... |
||
|
View All |
||