2518 - ยุคเขมรแดงมีอำนาจ
2521 - เวียดนามส่งกำลังเข้าช่วยเพื่อการปลดปล่อยประชาชาติ (The National United Front for National Salvation) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยเฮง สัมริน เพื่อต่อต้านรัฐบาลเขมรแดง(เวียดนามคอยหนุนหลังให้กับเฮง สำรินมาโดยตลอด) เกิดรัฐบาลพนมเปญ
2525 - เกิดรัฐบาลร่วมสามฝ่ายเพื่อต่อต้านเฮง สำริน= รัฐบาลรวมพรรคกัมพูชาประชาธิปไตยได้แก่กลุ่มมูลินากา (Moulinaka) ของสีหนุ กลุ่มเขมรเสรีของซอน ซาน และกลุ่มเขมรแดงของเขียว สัมพัน
เหตุ ไทยจีน และกลุ่มอาเซียนช่วยกันผลักดันในเกิด เนื่องจากกลัวเวียดนามมีอำนาจมากจนเกินไป
-รัฐบาลรวมพรรคกัมพูชาประชาธิปไตยได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ และสมัชชาสหประชาชาติลงคะแนนสนับสนุนข้อเรียกร้องให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา สีหนุใช้วิถีทางการทูต เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อขอความสนับสนุน และกดดันให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา รวมทั้งใช้กำลังทหารเข้าขับไล่ (ไม่ค่อยมีบทบาทด้านการเมือง)
2527 -นายเฮงสำรินตาย อำนาจนายกไปที่นายฮุนเซน
2532 -เวียดนามออกจากกัมพูชา
2534 -เขมรทั้ง 4 ฝ่ายประชุมคือ (UNTACควบคุม)
1เขมรแดงโดยเขียว สัมพัน
2เขมรเสรีโดยซอน ซาน
3เขมรเฮง สัมริน (รัฐบาลพนมเปญ)โดยฮุน เซน
4กลุ่มเจ้าสีหนุ โดยเจ้ารณฤทธิ์
ร่วมประชุมกันเพื่อหาแนวทางสันติภาพของทุกฝ่าย(ประชุมกันหลายครั้งมาก)
-จัดตั้งสภาสูงสุด
-จัดตั้งการเลือกตั้งเพื่อรัฐบาลชุดใหม่
-ให้ทุกฝ่ายปลดอาวุธ
ผลฮุนเซนไม่พอใจ ไม่ต้องการเขมรแดงต้องกำจัด ไม่ต้องการให้เลือกตั้งมาเป็นรัฐบาล
เขียวไม่ยอมรับสันธิสัญญา
1ไม่อยากปลดอาวุธ** เพราะยังมีทหารเวียดนามอยู่มาก ทหารกัมพูชาโหดร้ายมาก
**ไม่เชื่อใจUNTACเพราะUSAเกลียดเขมรแดง
**กองกำลังเขมรแดงเข้มแข็งมากที่สุด แต่มีพื้นที่ยึดน้อย หากไม่มีอาวุธก็เท่ากับหมดตัว
2ไม่ยอมรับการเลือกตั้งแน่นอน**ตัวเองเป็นฝ่ายรองอยู่มาก อ้างว่าการเมืองกัมพูชาไม่เสรี จริง ไม่ยุติธรรม
**อำนาจส่วนใหญ่อยู่ที่รัฐบาลฮุนเซน ไม่ใช่UNTAC และสภา ทำให้โกงง่าย
**สุดท้ายคือเขมรแดงไม่ยอมลงเลือกตั้งตามสันธิสัญญา เป็นการผิดมาก เท่ากับเป็นการไม่ยอมรับการร่วมสร้างความเป็นหนึ่งในเขมร --หลายฝ่ายบังคับ เช่นการบีบบังคับทางการค้าตั้งแต่นั้นมาคือเขมรแดงกลายเป็นพวกนอกกฎหมาย(หลังการเลือกตั้งเสร๊จ)
2536 -เกิดการเลือกตั้งเพื่อรัฐบาลใหม่ขึ้นมี20พรรคลงแข่ง
1. พรรคปชชกัมพูชา (Cambodian peoples party) นำโดยฮุนเซน
2. พรรคฟุนซินเปค (พรรคแนวร่วมแห่งชาตกัมพูชาที่เป็นเอกราช เป็นกลาง สันติ และร่วมมือ) นำโดยเจ้ารณฤทธิ์
3. พรรคพุทธเสรีประชาธิปไตย นำโดยซอนซานผู้นำเขมรเสรี
4. พรรคเอกภาพแห่งกัมพูชา นำโดยเขียว สัมพัน ผู้นำเขมรแดง (ไม่ได้ลงเลือกตั้ง)
แข่งกันระหว่างปชช - ฟุน
ข้อเรียกคะแนน
ข้อถูกโจมตี
พรรคประชาชน
-มีความเชี่ยวชาญในการทำงาน
-คุมอำนาจส่วนใหญ่ของประเทศ
-เป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของเวียดนาม
-มีปัญหาคอรับชั่น
-เกลียดเขมรแดงซึ่งจะนำมาซึ่งการสู้รบ
พรรคฟุน
-เป็นพรรคที่ก่อตั้งโดยเจ้าสีหนุ
-พรรคใหม่มาแรง รู้จุกบกพร่องรัฐบาลเก่า
-เจาะกลุ่มคนจน
-เห็นใจเขมรแดงซึ่งเป็นพวกโหดร้าย รุนแรง
ผลการเลือกตั้ง
ที่นั่งในสภา ฟุนซินเปค -58ที่นั่ง
ปชชกัมพูชา -51ที่นั่ง
พุทธเสรีกัมพูชา -10
โมลินาคา -1
**สรุปคือฟุนชนะการเลือกตั้งโดยได้มาเพราะพึ่งบารมีพระสีหนุ มีอำนาจคุมกระทรวงใหญ่ๆมากกว่า มีอำนาจมากกว่า ทั้งหมดจัดเป็นรัฐบาลร่วม ในตอนแรกฮุนเซนไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ตนเองไม่ชนะ ทั้งที่คิดว่าชนะแน่ ทำให้คิดจะแบ่งแยกดินแดน ภายหลังเจ้าสีหนุประนีประนอมให้มีนายกรัฐมนตรี2คนได้คือให้ เจ้ารณฤทธิ์---นายกคนที่1 มีอำนาจมากกว่าตามฐานคะแนนเสียง
นายฮุน เซน---นายกคนที่สอง
-กัมพูชาได้รัฐธรรมนูญ ใหม่เป็นประชาธิปไตยโดยมีk.เป็นประมุข ทำให้เข้าสีหนุถูกบีบให้ขึ้นครองราชย์ทั้งที่ไม่อยากขึ้นเพราะ
1อึดอัด เป็นพิธีการมากไป
2อยากอทิศตนเพื่อปชชเต็มที่
3เป็นkแล้วถูกจำกัดอำนาจทางการเมือง
-UNTACถอนตัว
รัฐบาลใหม่
แผนงานบริหารประเทศ
1. แก้ปัญหาคอรัปชั่น- เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้ให้ปชช
2. ห้ามตัดไม้ทำลายป่า ต้องปลูกป่า-พัฒนาสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝนตกน้อย ประมงแย่ ปลาไม่วางไข่
3. พัฒนาชนบทเพื่อตัดฐานกำลังเขมรแดง-ให้ชาวบ้านมีกินมีใช้ ไม่ไปอยู่ฝ่ายเขมรแดง พัฒนาให้เป็นพื้นที่รัฐ ขยายพื้นที่
**นอกจากนี้ก็มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ
เขมรแดง อยากเข้าร่วมรัฐบาลเพราะ
-กังวลว่าตนจะไม่มีส่วนร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่
-กลัวรัฐบาลชุดใหม่ที่เป็นการรวมสามพรรค+พันธมิตรต่างชาติจะรุมเขมรแดง
-ในเมื่อพรรคปชช ไม่ได้เป็นรัฐบาลเดี่ยว ไม่ชนะ ก็ไม่กังวลอีกต่อไป
ผลตอบรับ เจ้าสีหนุ มีความต้องการให้เกิดความปรองดองมานานแล้ว จึงเสนอข้อเสนอไป ยังตกลงไม่เสร็จUSเข้ามาเทรกแซงเนื่องจากไม่ชอบเขมรแดง จึงบีบไม่ให้เขมรแดงเข้าร่วม สีหนุไม่ชอบการแทรกแซงแต่USขู่ว่าจะไม่ยอมให้เงินสนับสนุน ตัดขาด
ในช่วงนั้นกัมพูชาต้องการเงินมากๆ เพราะ
1กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาประเทศ
2เพิ่งผ่านสงครามมากมายมา
3UNTACถอนตัวออกไปแล้ว ต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น
**ท้ายที่สุดคือการตกลงไม่เป็นผล ปัจจัยการทะเลาะมากขึ้น ฝ่ายรณฤทธิ์ และฮุนเซนเริ่มเห็นเขมรแดงเป็นศัตรู ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน และไม่ยอมรับความปรองดอง มีการประชุมโดยผลักดันโดยเจ้าสีหนุมาก แต่ไม่เคยเป็นผล ในที่สุกสู้รบกัน
ฮุนเซนเขมรแดงเป็นพวกป่าเถื่อน ควรตั้งเป็นพวกนอกกฎหมาย แล้วกำจัดให้สิ้น
เขมรแดง--พรรคฮุนเซนเป็นพรรคหุ่นเชิดของเวียดนามที่มาหาผลประโยชน์ในกัมพูชา
2537 -รัฐบาลและเขมรแดงรบอย่างจริงจัง รัฐบาลมีการขอความช่วยเหลือจากUSทางการเงิน และอาวุธ
***บีบคั้นเขมรแดงเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านการค้าก็ปิดกั้นไม่ให้ประเทศใดทำการค้าด้วย /ค้าอัญมณี และไม้/ ส่งผลให้ไม่มีเงินเลี้ยงดู ซื้ออาวุธ ยากจนมาก และเขมรแดงรุ่นใหม่ก็ไม่มีอุดมการณ์แข็งกร้าวเท่ารุ่นเก่าส่งผลให้เขมรแดงบางส่วนแยกตัวออกมาเข้าร่วมกับรัฐบาล
àเขมรฝ่ายเอียงสารีเข้าร่วมกับฝ่ายฮุนเซน โดยฮุนเซนรับเพราะต้องการตัดกำลังเขมรแดง และเอากำลังเขมรแดงที่แข็งแรงมาเสริมกำลังให้ยิ่งใหญ่กว่ารณฤทธ์
**ภายหลังเขมรแดงกลุ่มเขียว สัมพันก็เข้าร่วมกับฝ่ายฟุนซินเปค
การเข้าร่วมกันของทั้งสองฝ่ายเป็นการหาผลประโยชน์เข้าตัวเองทั้งสิ้นไม่ส่าจะเป็นเขมรแดงที่ต้องการผลักให้ตัวเองกลายเป็นพวกถูกกฎหมาย ไต่ขึ้นไปเป็นรัฐบาลได้ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะถึง ส่วนฝ่ายพรรคก็ต้องการกำลังที่แข็งแรงของเขมรแดงเพื่อมาเป็นอำนาจที่เหนือกว่า และอำนาจการต่อรอง
-มีการปรับคณะรัฐมนตรี แลกเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีโดยพรรคฟุน และปชชร่วมมือกัน
***นายสม รังสี รัฐมนตรีเศรษฐกิจการคลังถูกปลด มีเบื้องหลังคือทำงานอย่างยุติธรรม มีการตรวจสอบสินค้า ปราบคอรัปชั่นต่างๆ ไฟแรงเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ ขัดต่อฮุนเซน และรณฤทธิ์มาก จนภายหลังออกไปตั้งพรรคชาติเขมร เป็นพรรคฝ่ายค้าน
2540 -เนื่องจากในปี2541จะมีการเลือกตั้งทั่วไปโดยกำหนดมีนายกคนเดียว จึงมีการหาเสียงการอย่างดุเดือดของสองฝ่ายคือ พรรคปชช พรรคฟุนซินเปค
àเอาใจประชาชนสร้างโรงเรียน โรงบาล และอื่นๆ
àออกหาเสียง
àหากลุ่มเขมรแดงเข้ามาเป็นกำลังเพิ่ม
**ทางฝ่ายพรรคปชช ฮุนเซนปรับรัฐมนตรีใหม่โกง ปลดรณฤทธิ์ออกจากการเป็นนายกคนที่1 แล้วตั้งคนในพรรคตนเองขึ้นแทน
2546- เกิดการเลือกตั้ง
พรรคตัวเต็ง
พรรคประชาชนกัมพูชา
โดยนายกฮุนเซน
พรรคฟุนซินเปค
โดยเจ้ารณฤทธิ์
พรรคชาติเขมร
โดยสม รังสี
-คุมอำนาจส่วนใหญ่ ทางการเมือง
-มีฐานเสียง และคุมพื้นที่กว้าง
พรรคอ่อนแอมาก
-เกิดการขัดแย้งระดับผู้นำของพรรค
-เกิดพรรคนิยมเจ้าขึ้นมาใหม่คือเจ้าจักรพงศ์ที่ตั้งใจจะเข้าร่วมกับสมรังสี
-ขยายฐานเสียงระดับรากหญ้า มีคนสนับสนุนพอควรคือพวกมีแนวคิดก้าวหน้า เช่นนักศึกษา
-มีการขยายอำนาจพรรคไปตามตั้งสาขาพรรคในหมู่บ้าน
-มีนโยบายอุดช่องโหว่ของพรประชาชนกัมพูชา คือคอรัปชั่น จะพัฒนาเสรีภาพ คุณภาพชีวิต
ผลสรุปคือฝ่ายพรรคฟุนและสม รังสีร่วมมือเป็นพันธมิตรกัน โดยใช้ชื่อ Alliance of Democrats ได้ไป50ที่นั่ง ในขณะที่พรรคปชชได้ไป73ที่นั่ง ตัดสินใจกันสร้างรัฐบาลร่วม โดยให้นายฮุน เซนเป็นนายก และไม่มีพรรคฝ่ายค้านเลย
***การเมืองต่อไปเมื่อไม่มีพรรคฝ่ายค้านแล้ว พรรคแต่ละพรรคคงจะทำงานแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างพรรคมากกว่าที่จะทำงานที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
พิมพ์หน้านี้