พิมพ์หน้านี้
|
จิ่วจ้ายโกวสวยตลอดปี แต่ช่วงที่สวยที่สุดคือตอนใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ผมถามคนจิ่วจ้ายโกวว่า วันไหน เดือนไหนที่ใบไม้เปลี่ยนสีแน่ๆ ทุกคนบอกผมว่า เขาบอกไม่ได้เลย เพราะแล้วแต่อากาศแต่ละปี ซึ่งเดาย๊ากยาก นอกจากนั้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีถึงวันที่ใบไม้ร่วงกินเวลาแค่ 7-10 วันเท่านั้น ผมจึงถามเขาว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ใบไม้เคยเปลี่ยนสีเร็วที่สุดวันไหน ช้าที่สุดวันไหน และใบไม้ร่วงเร็วที่สุดวันไหน จากนั้น ผมเลยคำนวณได้ว่า ช่วง 22-24 ตุลาคมเป็นช่วงที่ผมมีโอกาสดีที่สุดที่จะเห็นใบไม้เปลี่ยน แต่ก็ไม่แน่ 100% หรอก ที่เหลือก็ต้องให้โชคช่วย จากนั้นผมจึงวางแผนเดินไปจิ่วจ้ายโกววันที่ 22-24 ตุลาของปีต่อไป ผมกะว่าจะจองตั๋วการบินไทยจากกรุงเทพฯ ไปเฉิงตูตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อความแน่ใจ คือจองตั้งแต่เมษายน แต่ไอ้หยา พอผมโทรไปการบินไทยเดือนเมษายน เขาบอกว่าซอรี่ ตั๋วเต็มหมดแล้ว เป็นอันว่าผมต้องเลื่อนการเดินทางไปหนึ่งปีเต็มๆ คราวนี้ ผมจองตั๋วตั้งแต่เดือนธันวาคม และให้พรรคพวกที่มีเส้นช่วยจองด้วย สำเร็จครับ 10 วันก่อนเดินทาง ผมเริ่มดูพยากรณ์อากาศของจิ่วจ้ายโกว ทุกวันมีแต่คำว่า หนาว เมฆ ฝน แม้แต่หิมะ ไม่เห็นมีแดดจ้าเลย ชักไม่ค่อยดีแฮะ ผมลองโทรไปถามคนที่จิ่วจ้ายโกว เขาบอกว่าหนาว มีหิมะด้วย ใบไม้ร่วงไปเยอะแล้ว สงสัยเทพเจ้าแห่งโชคไม่เข้าข้างผมเสียแล้ว แต่ผมซื้อตั๋ว จองโรงแรม นัดพรรคพวกไว้เรียบร้อยแล้ว เลยไม่มีทางเลือก ต้องเดินหน้าลูกเดียว ในที่สุด ผมก็ไปถึงจิ่วจ้ายโกว เกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับ ปาฎิหารย์ !! ฝนนิดเดียว มีเมฆบ้าง แต่ไม่มาก แดดเกือบทั้งวัน แถมยอดเขายังมีหิมะด้วย อากาศหนาวสดชื่น แต่ที่สำคัญที่สุด 22-24 ตุลาคมปีนี้เป็นช่วงกลางถึงปลายของช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี ไม่เชื่อ ก็ดูรูปที่ผมถ่ายสิครับ แล้วคอย entry หน้านะครับ มีรูปจิ่วจ้ายโกวให้เพื่อนๆ ดูอีก รูปนี้ถ้าจำไม่ผิดเป็นรูปทะเลสาบดอกไม้ห้าดอกเหมือนกัน แบ๊คกราวน์ไกลๆ จะเห็นหิมะ สีน้ำในทะเลสาปมีทั้งสีน้ำเงินอ่อนและน้ำเงินแก่ ทะเลสาบนี้ทุกทัวร์จะพานักท่องเที่ยวไปเที่ยว กว่าจะหามุมที่ไม่มีคนมารบกวน เหนื่อยเหมือนกันครับ ต้องเดินเกือบรอบทะเลสาป วิวบนเนินเขาสูงชัน ผมชอบที่มีสีสันหลายสีมาก แต่ละสีก็อ่อนเย็นตา รูปนี้ก็เหมือนกันผมถ่ายมาหลายรูปและเลือกรูปที่ผมคิดว่าดีที่สุด ผมใช้เทเลโฟโต้ของกล้องโซนี่ดิจิตอลธรรมดาครับ ถ้าเป็นคุณหลาน ChMinivet ถ่ายด้วยกล้องชั้นดี น่าจะสวยกว่านี้หลายเท่า (มาจิ่วจ้ายโกวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ใบไม้ยังไม่เปลี่ยนสี เลยไม่ได้เห็นวิวสวยๆ แบบนี้ แต่ครั้งนี้เห็นซะอิ่มตาไปเลย) ทางเดินลงเขาจากทะเลสาบหนึ่งไปอีกทะเลสาบหนึ่ง ยาวประมาณ 1-2 กิโลเมตร ไม่ได้สวยแบบนี้ไปตลอดทางหรอกครับ ตากล้องจะต้องเดินไปดูไปสังเกตไปว่าตรงไหนเหมาะสำหรับถ่ายรูป บางทีวิวเหมาะแต่ไม่มีแดด ก็ไม่สวยนัก พวกที่คลั่งไคล้ถ่ายรูปจริงๆ เขาจะใช้ขาตั้ง และจะนั่งคอยจนกว่าจะมีแดด แต่ผมไม่มีเวลามากขนาดนั้นหรอกครับ แต่บังเอิญวันนั้นโชคดีมากมีแดดพอเหมาะเจาะ แต่ผมก็ต้องเดินวนไปวนมาหลายรอบกว่าจะหาจุดที่เหมาะที่สุด ตามทางเดินนี้ผมไม่พบคนไทยเลย เพราะทัวร์ไทยจะไม่ยอมให้ลูกทัวร์เดินเล่นแบบนี้หรอกครับ เสียเวลานาน ควบคุมก็ยาก รูปนี้ใช้เทเลโฟโต้ ถ่ายจุดชมวิวของทะเลสาบที่สวยที่สุดในจิ่วจ้ายโกว (ในสายตาของผม) คือทะเลสาบดอกไม้ห้าดอก ผมถ่ายตั้งหลายรูปแล้วเลือกรูปที่ผมคิดว่าดีที่สุดมาให้เพื่อนๆ ดู (เลือกยากเหมือนกัน) ที่เห็นคนใส่ชุดสีขาวๆ นั่นคือนางแบบเจ้าสาวครับ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนี้ช่างภาพจีนเขาจะมาถ่ายรูปเจ้าบ่าวและเจ้าสาวกันเต็มไปหมด (เข้าใจว่าเป็นนายแบบนางแบบครับไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาวตัวจริง) ผมดูแล้วก็ตลกดี หนุ่มสาวชาวจีนสมัยนี้รับวัฒนธรรมของตะวันตกเข้าไปเต็มที่ เจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งชุดแต่งงานแบบตะวันตก 100% ไม่มีวัฒนธรรมจีนหลงเหลือมาให้ดูเลย รูปนี้ผมชอบมาก คนอื่นคิดอย่างไรผมไม่ทราบ แต่รูปใบไม้อ่อนๆ กำลังเปลี่ยนสี (ที่ไม่แน่นขนัด) ต้องแดดรำไรช่วงเย็นหรือช่วงเช้า และมีแบ๊คกราวน์เป็นน้ำสีน้ำเงินสด ช่างสวยเหลือเกิน ผมเห็นรูปแบบนี้แล้วอดไม่ได้ ต้องถ่ายทุกครั้ง แต่การที่จะพบจังหวะที่ทุกองค์ประกอบพอเหมาะพอเจาะพอดีไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ แต่ไม่น่าเชื่อว่าที่จิ่วจ้ายโกวมีวิวแบบนี้มากเหลือเกินถ้ารู้จักที่และไปถูกเวลา แต่สายตาก็ต้องคมด้วย ตากล้องหลายคนเดินผ่านวิวแบบนี้ไป หรือเขาจะเห็นว่าวิวแบบนี้มีมากมายเหลือเฟือเสียจนไม่คุ้มที่จะถ่ายผมก็ไม่ทราบ เพื่อนๆ คิดอย่างไรครับ
|