พิมพ์หน้านี้
|
ผมถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีที่จิ่วจ้ายโกวไว้หลายสิบรูป วันนี้เอามาให้เพื่อนๆ ดูอีก 5 รูป ที่ยากมากคือการตัดสินใจว่าจะคัดรูปไหนออก เพราะทุกรูปสวยหมด ถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีไม่ใช่ง่ายเลย ผมต้องเดินตลอดวันเพื่อหารูปที่สวย ต้องหามุมที่สวย บางครั้งเจอมุมแล้ว แต่เข้าไปยืนจุดที่เหมาะที่สุดไม่ได้ บางทีมีคนยั้วเยี้ยเต็มไปหมด แดดก็สำคัญมาก ถ้าได้แดดอ่อนๆ กระทบใบไม้ถูกมุมพอดี รูปจะออกมาสวยมาก แต่หุบเขาจิ่วจ้ายโกวอยู่ระหว่างสองเทือกเขาที่สูงมาก เวลาที่มีแดดเหมาะๆ นั้นค่อนข้างสั้น มิหนำซ้ำ ตอนเช้าฝั่งหนึ่งจะไม่ถูกแดด แต่อีกฝั่งหนึ่งจะไม่ถูกแดด ส่วนตอนเย็นนั้นกลับกัน ช่างภาพจึงต้องศึกษาทิศทางของแดดให้ดีก่อน ผมเห็นตากล้องบางคนยืนคอยตั้งนานเพื่อให้แดดส่องลงมา เพราะฤดูใบไม้ร่วงมีเมฆเยอะเหมือนกัน แล้วช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่เหนือเทือกเขาสูงก็น้อยเสียด้วย เข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่า หากไปเที่ยวทัวร์ธรรมดา รูปภาพที่จิ่วจ้ายโกวถึงไม่ค่อยออกมางดงามตะลึงตาตะลึงใจเท่าของจริง เพราะไม่มีเวลา ต้องเร่ง ผมอยากให้ตากล้องเก่งๆ แบบคุณหลาน ChMinivet ช่วยวิจารณ์หน่อยครับ เพราะตัวผมเองลำเอียงแบบกะเท่เร่ขนาดหนัก ใบไม้สีอ่อนๆ หลายโทนสีตั้งแต่เหลืองอ่อนไปถึงสีแสด แดดรำไร น้ำสีน้ำเงิน ถ้าผมเป็นจิตรกร คงจะไปนั่งวาดรูปตั้งแต่เช้าถึงเย็น ดูแล้วสบายตาสบายใจเหลือเกิน ผมเข้าข้างตัวเองมากไปหรือเปล่านะ นี่ก็รูปใบไม้กำลังเปลี่ยนสีอีกรูปหนึ่ง แต่จิ่วจ้ายโกวไม่ได้มีรูปแบบนี้ตลอดทางนะ ระยะทางถนนจิ่วจ้ายโกวยาวถึง 30 กิโลเมตร มีวิวสวยๆ แบบนี้แค่ประปรายเท่านั้น ผมต้องคอยจ้องสังเกตดูจากรถประจำทาง แล้วเห็นวิวไหนที่สวยก็จะลงจากรถ (เขาไม่ได้ให้ลงตามใจชอบครับ ลงได้แค่ที่ป้ายเท่านั้น) แล้วเดินย้อนมาเพื่อถ่ายรูปโดยเฉพาะ กลับถึงเมืองไทยต้องตามหาหมอนวดเลยครับ เมื่อยขาจริงๆ ขี้เกียจอธิบายแล้ว ดูเอาเองก็แล้วกันว่าสวยขนาดไหน ต้นไม้ที่จิ่วจ้ายโกวส่วนมากจะเป็นต้นสนที่สีเขียวตลอดปี ต้นที่ใบเปลี่ยนสีจะมีแค่ประปร่าย ผมสังเกตว่าใบไม้เปลี่ยนสีที่จิ่วจ้ายโกวมักจะอยู่ติดกันเป็นกลุ่ม และจะเป็นทางยาวลงมาจากเขา (แต่ไม่เสมอไป) คล้ายๆ กับลำน้ำอย่างนั้นแหละครับ น่าจะมีคำอธิบายว่าทำไมถึงเป็นบบนี้ ใครรู้บ้างครับช่วยบอกที รูปนี้ถึงไม่มีแบ๊คกราวน์เป็นน้ำสีน้ำเงิน (เพราะใบไม้อยู่สูงเหนือหัวผม) แต่ก็ยังสวยมากอยู่ดี เพราะถูกแดดช่วงบ่าย (แดดจิ่วจ้ายโกวจะหมดประมาณบ่าย 4 โมงกว่าๆ เพราะดวงอาทิตย์ละลับเทือกเขาที่สูงชันเร็วกว่าบนที่ราบ) ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้มาจิ่วจ้ายโกวช่วงที่มีแดดเยอะ เมื่อสองปีก่อนผมมาจิ่วจ้ายโกวช่วงฝนตก หารูปสวยๆ ยากหน่อย |