พิมพ์หน้านี้
|
มีคนรักไม๊ค่ะ? ? ? ถ้าไม่ . . . แล้วมีคนที่รักไม๊ค่ะ ? ? ? . . . . แล้วมีคนที่มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันไม๊ค่ะ ? ? ? ถ้า ไม่ ทุกข้อ คงต้องหยุดอ่านแล้วปิดหน้าจอไป เพราะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะอ่านความเรียงเรื่องนี้ . . . . . เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่เวลาได้ล่วงผ่านเป็นวันอาทิตย์ได้ไม่กี่นาที ดิฉันเผยแพร่เรื่องล่าสุดของ Blog นี้ ตรวจสอบคำถูกและรูปแบบตามที่ต้องการแล้วก็ log off เข้าสู่หน้าหลัก กวาดสายตาดู Topic อื่นๆ ที่เผยแพร่ในเวลาที่ใกล้กัน เลือกอ่านในบางเรื่องที่น่าสนใจ จากนั้นก็เข้าดู Blog อื่น ที่เข้าอยู่บ่อยๆ การเข้าดู Blog นั้นทำให้ได้บรรยากาศกลิ่นแห่งความสุข อันนี้ดิฉันถือเป็นข้อดีอีกข้อของการอ่าน blog ค่ะ เป็น Positive Externality กลิ่นของความสุขที่บอกนั้นเป็นการอวยพรให้กับเพื่อนคนหนึ่งจากกลุ่มเพื่อนที่มีสัมพันธภาพที่จริงและดีต่อกันในโลกเสมือนจริงแห่งนี้ ประติดประต่อเหตุการณ์จาก blog เพลงที่ได้เข้าไปอ่านก่อนหน้านั้น ก็เข้าใจเองว่าน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อเธอมีความสุขฉันก็สุขใจ ตามหลักของเศรษฐศาสตร์ มนุษย์ตัดสินใจกระทำกิจกรรมต่างๆ โดยยึดความพึ่งพอใจที่ได้จากการกระทำกิจกรรมนั้นเป็นหลัก หรือกล่าวให้เป็นทางการว่า การตัดสินใจกระทำสิ่งใดก็ตามจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับอรรถประโยชน์เท่านั้น Utility โดยจะกระทำสิ่งใดก็ต่อเมื่อได้รับความพึ่งพอใจหรือมีความสุขจากการทำกิจกรรมนั้นๆ และเชื่อแน่ว่าจะไม่กระทำในสิ่งที่ไม่ได้รับความสุข และเมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ตัดสินใจกระทำบางสิ่งที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความสุขโดยตรงจากสิ่งนั้น ก็ให้หาเหตุว่าต้องมีสิ่งอื่นที่ได้สร้างความพึงพอใจให้ และหากมนุษย์คนใดทำเช่นนั้นได้ ก็แสดงว่าท่านนั้นกำลังมีความรัก หรือมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ดิฉันพยายามเลี่ยงเนื้อหมู หลังจากบอกเลิกกับเนื้อวัว แล้วทานหมูน้อยลง จนไม่เลือกทาน ในแง่ของอรรถประโยชน์แล้วความพึงพอใจที่ได้จากการกินเนื้อหมูเท่ากับศูนย์ แต่ก็มีบางโอกาสที่เดินเข้าร้านต้มเลือดหมู ข้าวขาหมูพร้อมกับครอบครัว เพราะคุณป๊าชอบกินเครื่องในหมูและเนื้อหมู พฤติกรรมแบบนี้ของดิฉันถือเป็นคนก๊องที่อารมณ์ไม่คงที่หรือไม่ เมื่อทำการพิจารณาตนแล้ว ได้คำตอบว่าความสุขของดิฉันที่เข้าร้านขายพวกหมูๆ ไม่ได้เกิดจากการกินหมู แต่เกิดจากความสุขของคุณป๊า แสดงว่าฟังก์ชั่นอรรถประโยชน์ของดิฉันในการกินหมูเกี่ยวข้องกับฟังก์ชั่นอรรถประโยชน์ของคุณป๊าที่ชอบกินหมู เพราะเรารักกัน และค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ดิฉันรู้ว่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในโลกไซเบอร์นี้ ที่รวมกลุ่มกันในจำนวนที่ไม่น้อยเป็นกลุ่มที่สร้างความสัมพันธ์กันจนเรียกได้ว่ามีความรักและความผูกพันธ์กัน เพราะจากพฤติกรรมการเผยแพร่เรื่องแล้ว ดิฉันคิดว่าเรื่องที่เพื่อนคนหนึ่งเผยแพร่ในวันเสาร์นั้นอาจไม่ได้ให้ความสุขแก่ผู้เผยแพร่โดยตรงมากนัก แต่ผู้เผยแพร่ได้รับความสุขจากความสุขของเพื่อนอีกทีหนึ่ง คือเมื่อเพื่อนที่รักได้อ่านเรื่องที่ตน post แล้วมีความสุข ผู้ post เรื่องก็มีความสุขยิ่งกว่า ทั้งนี้เพราะฟังก์ชั่นความสุขของผู้ Post มีความเกี่ยวข้องกันกับฟังก์ชั่นความสุขจากการอ่านของเพื่อนผู้เป็นที่รัก เมื่อความพึงพอใจที่เราได้รับจากกิจกรรมบางอย่างที่เราทำนั้นขึ้นอยู่กับความสุขของอีกคนหนึ่ง นั้นคือ ฟังก์ชั่นอรรถประโยชน์ที่เกี่ยวพันกัน นั้นคือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ความรัก . . . |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |