พิมพ์หน้านี้
|
วันก่อนอ่านบทความเรื่องหนึ่ง ตอนท้ายของบทความมีเสียงพร่ำบ่นทำนองว่า - Starbucks สุดแสนจะโ . . . แพง แต่คนไทยก็ยังทะลึ่งกิน ดิฉันไม่เคยกิน Starbucks ค่ะ จะเรียกว่าเชยไม๊ อืม . . . ไม่มั๊ง เพราะพยายามเลิกกินกาแฟ จนปัจจุบันพูดได้ว่าห่างหายกันมานาน แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยกับ Starbucks พอสมควร จาก Pour Your Heart Into It รินหัวใจใส่ธุรกิจ หนังสือที่ Howard Schultz ได้บันทึกตำนานและอนุสรณ์แห่งความสำเร็จของเขาและสตาร์บัคส์ไว้ อ่านแล้วได้พลังฝันดีค่ะ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากมีธุรกิจของตัวเอง กลับมาที่ ราคาอันแสนแพงของ Starbucks กันต่อ . . . พออ่านบทความนั้นจบ ก็เกิดความสงสัยในราคาของ Starbucks ในทันใด แต่ไม่ได้สงสัยดอกนะว่าทำไมคนไทยถึงยังทะลึ่งกิน ประเด็นนี้น่าจะเป็น willing to pay เป็นหลัก ก็เค้าออกจะแสดงจิตวิญญาณความเป็นตำนานของ Starbucks ขนาดนั้น ทั้งค่านิยม ทั้งความเป็นแบรนด์ ก็คงต้องยกให้เป็น luxury Goods ค่ะ [แต่ช่วงหลังนี้เริ่มขยาย Line และมีปัญหาแรงงาน สงสัยเวลาผ่าน จิตวิญญาณเปลี่ยน] มาเข้าประเด็นกัน ที่ดิฉันสงสัยคือเรื่องราคาของ Starbucks ที่น่าจะสะท้อน The purchasing power parity theory PPP ได้เหมือนอย่างที่ The Big Mac Index ของ The Economist ทำเอาไว้ ซึ่งดิฉันชอบมากเลย Big Mac Index เนี้ยะ คิดได้เช่นนั้นก็เริ่ม Search หาราคากาแฟของ Starbucks ทั้ง US, บาท, สกุลอื่นๆ ด้วยความที่ไม่เคยกิน ตั้งใจมากเลยว่าจะคิดสัดส่วน แล้วเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนดู เผื่อว่าจะได้ Starbucks Index กับเค้าบ้าง ความรู้สึกตอนนั้น ตื่นเต้นดีค่ะ แต่แล้ว . . . ความสุขอันนั้นก็อยู่กับดิฉันได้ไม่นาน เพราะ Search ไปสักครู่ ก็เจอ บทความเกี่ยวกับ Starbucks Index ลองอีกครั้ง ใช้ key word ว่า Starbucks Index ผลปรากฎว่ามีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้พอควร และคิดโดย The Economist เจ้าเก่าเจ้าเดิม โธ่ถัง . . . . ดิฉันเพิ่งจะเดินออกจากหลังเขา ในขณะที่ The Economist คำนวณ Starbucks Index ผ่านมาแล้ว ๔ ปี The purchasing power parity theory PPP [โดย Gustav Cassel ชาวสวีเดน เมื่อ 1918] พยายามอธิบายถึงอัตราแลกเปลี่ยนระดับที่สมดุลย์ที่เกิดจากการเปรียบเทียบระดับราคาสินค้าชนิดเดียวกันของสองประเทศ ว่าหากไม่มีการควบคุมสินค้าเข้าออก ไม่มี Transaction cost อัตราแลกเปลี่ยนระดับสมดุลย์จะมีค่าใกล้เคียงกับอัตราส่วนของราคาสินค้าชนิดเดียวกันของสองประเทศ The Big Mac Index [Pam Woodall of The Economist in 1986] เป็นตัวอย่างของการคิด PPP โดยนำราคา Big Mac ของ McDonald's มาหาสัดส่วนของราคาในรูปเงินตราสกุลประเทศต่างๆ เทียบกับราคาเงินดอลลาร์ ว่ามีความใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด แต่ก็พบว่าเป็นตัววัดที่ไม่ดีนัก โดยในอดีตนั้นมีเหตุผลว่าสัดส่วนดังกล่าวถูกบิดเบือนจากการกีดกันทางการค้า ภาษีการค้าของประเทศต่างๆ และค่าเช่า แต่ในปัจจุบันมีประเด็นว่าตำแหน่งทางการตลาดของ Big Mac ในการรับรู้ของผู้บริโภคแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน เช่น ทางอเมริกามองเป็น Junk food สินค้าราคาถูก แต่ประเทศตะวันออกมองเป็นสินค้าหรู ระดับ luxury Goods ไปเลย ทำให้การตั้งราคาต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตาม The Big Mac Index ก็ยังคงเป็นประโยชน์ต่อการประมาณอัตราแลกเปลี่ยน และยังเป็นตัวอย่างที่จะทำความเข้าใจกับ PPP ได้ดีอยู่ http://en.wikipedia.org/wiki/Purchasing_power_parity http://en.wikipedia.org/wiki/Big_Mac_Index [ตะก่อนหาอ่าน The Big Mac Index จาก The Economist ได้มากทีเดียว แต่เดี๋ยวนี้คิดตังค์ซะแล้ว . . . No-free-lunch นะคะ] Lattenomics - Starbucks Index http://www.economist.com/finance/displaystory.cfm?story_id=E1_NPGTDSN http://www.finfacts.ie/Private/bestprice/latteindex.htm ไปอ่านกัน ถ้าสนใจและขยัน จนถึงเวลานี้ ก็ยังไม่รู้เลยค่ะว่ากาแฟ Starbucks ในบ้านเรา ขายกันแก้วละเท่าไร . . . . . คนหลังเขา |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |