พิมพ์หน้านี้
|
รู้ไม๊ ? ? ? ผู้หญิงวัยดิฉันส่วนใหญ่มีปัญหาอันใดกัน . . . . . เพื่อนของดิฉัน ที่เธอๆ เพิ่งแต่งงาน หรือที่แต่งกันเมื่อประมาณ ๔-๕ ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เผชิญกับปัญหามีบุตรยาก จริงๆ แล้วก็ยังไม่เข้าใกล้วัยทอง และยังห่างใกล้วัย Platinum อีกตั้งหลายปี แต่ก็ต้องทรมานใจกับเรื่องนี้ ตอนนี้ดิฉันให้กำลังใจอยู่ก็มีประมาณ ๕ คู่ ที่ผ่านมามีหลายคู่ที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ใช้เวลาพอควร ดิฉันว่าภาวะนี้มันเกิดจากความเครียดเป็นหลัก แค่เธอเครียด เจ้าตัวน้อยก็ไม่กล้ามาเกิดแล้ว ดิฉันได้แต่ให้กำลังใจค่ะ ไม่มีประสบการณ์ตรง ได้แต่แนะนำแพทย์บ้างตามที่ได้ฟังจากผู้อื่นว่ามีคุณภาพ ก็ประสบความสำเร็จบ้าง แต่บ้างก็ไม่ เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ เพื่อนที่รักคู่หนึ่ง เธอเสียตังค์ไปกับ อิกซี่ กิ๊ฟ แล้วก็ชื่ออะไรแปลกๆ อีกสารพัด ร่วมแสน แต่ก็ไม่เกิดผล จนต้องขอให้หยุดทรมานร่างกายบ้าง พักใจพักกาย แต่มีเพื่อนที่รักอีกคน เธอแต่งแล้วรออยู่ซักพักก็ไม่มา แต่จากนั้นไม่นานก็มาทีเดียวเลย ๒ คน เลยถามไถ่ด้วยความแปลกใจ เธอตอบว่าปรึกษาหมอดูค่ะ (เรื่องนี้เป็นทัศนคติส่วนบุคคล เคารพสิทธิ์ ของใครก็ของคนนั้น) ด้วยความสงสัยว่าเค้าทำอย่างไร เธอเล่าว่ามาดูที่บ้านแค่แนะนำให้เปลี่ยนมุมวางเตียง เธอให้เครดิตท่านหมอคนนี้ สุดท้ายดิฉันจึงได้รู้เพิ่มว่า คุณหมอท่านนี้ เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยและเป็นรุ่นพี่คณะของดิฉันเอง จ๊ากก. . . . . แต่ฟังประวัติแล้วก็ไม่เสียหายอะไร คุณพี่หมอเคยเป็นผู้บริหารของบริษัทหนึ่งมาก่อน Early retire แล้วสนใจศาสตร์ดวงจีน เน้นฮวงจุ้ยเป็นหลัก ไม่มีการให้ทำบุญใดๆ ทั้งกับพี่หมอเองหรือกับวัดใด และราคาค่าดูแล้วแต่ศรัทธา แล้วแต่จะให้ค่ะ ดิฉันเลยถามว่า แล้วแกให้เท่าไร เธอตอบว่า ๔๐๐ ดิฉันตกใจ เพราะเพื่อนที่รักคนนี้ เธอจบบัญชี เพื่อนที่รัก เธอจบบัญชี มี CPA ชีวิตเธอตั้งอยู่บน Reasonable price ราคาที่สมเหตุและผล เป็นอย่างมาก ด้วยระยะเวลาที่คบหากันมานานถึง ๑๗ ปีตั้งแต่ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัย ดิฉันมั่นใจมากว่า ๔๐๐ บาท ที่จะเสียให้กับหมอดูหนึ่งคน มิใช่ Reasonable price ต่อการตัดสินใจจ่ายของเธอ วันนั้นเธอยิ้มแล้วบอกว่า ก็ชั้นพอใจจะจ่ายราคานี้ ให้หมอคนนี้ ดิฉันเข้าไป Search ข้อมูล ธุรกิจหมอดู ที่ศูนย์วิจัยกสิกรทำไว้ พบว่าราคาที่เพื่อนที่รักจ่าย มันมากกว่าราคาเฉลี่ยต่อครั้งในการดูหมอ แต่ข้อมูลยังบอกว่ามีการจ่ายต่อครั้งมากสุดถึง ๒,๐๐๐ บาท (นี่มันงบไว้ซื้อหนังสือของดิฉันได้ ๒-๓ เดือนเชียว) แสดงว่ากลยุทธ์การตั้งราคาแบบ willing to pay PRICING มันได้ผลดีที่เดียว แต่คิดอีกที ก็ไม่แปลกเพราะคุณพี่หมอได้สร้างศรัทธา สร้างสิ่งที่เกิดการคาดหวัง ทำให้อำนาจทางการตลาดมีมาก มากพอที่จะทำให้เกิดความเต็มใจจ่ายเกินกำไรปกติ มาก และ มาก สำหรับธุรกิจที่มีการแข่งขันเสรีนั้น ในทางเศรษฐศาสตร์ถือว่าธุรกิจมีกำไรปกติ Normal Profit ผลกำไรนั้นคือ Opportunity Cost ที่ผู้ประกอบควรจะได้ หากมากไปกว่านั้นก็จะมีผู้เข้ามาแข่งในตลาดเพิ่มขึ้น ปริมาณสินค้าเพิ่ม ราคาก็ตก ทำให้กำไรลดลงจนเข้าสู่กำไรปกติ ที่ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้ แต่เมื่อใดที่มีผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งมีกำไรเกินปกติ แสดงว่าท่านนั้นมี อำนาจทางการตลาด Market Power เข้าให้แล้ว ดิฉันว่าคุณหมอดูบางท่าน มีอำนาจทางการตลาดสูงมากทีเดียว มากจนทำให้เกิด Economics rent กำไรส่วนเกิน เป็นกำไรที่มีมากกว่า Opportunity Cost ที่เค้าควรจะได้ ถ้าคิด ชั่วโมงละ ๒,๐๐๐ บาท ดูแค่วันละ ๕ คน ตกวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ทำงานเดือนละ ๒๐ วัน ได้ตังค์เดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท มีไม๊ทำงานเดือนละ ๒๐ วัน วันละ ๕ ชั่วโมงแล้วเค้าให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่มันเป็นไปแล้ว เมื่อสิ่งที่ศรัทธา สร้างอำนาจทางการตลาด ก็สามารถสร้าง willing to pay PRICING ได้ และเมื่อเต็มใจจ่าย ก็สร้างกำไรเกินปกติได้เช่นกัน เป็น Super Extra Economics Rent พยายามมองหาอยู่เหมือนกันว่า นอกจาก ธุรกิจหมอดู แล้ว ยังมีธุรกิจไหนบ้างที่สามารถสร้างสิ่งที่เหนือการคาดหวัง Over Expectation แล้วกำหนดราคา ตามแต่จะให้ จนทำให้เกิด กำไรส่วนเกิน ได้บ้าง เท่าที่พยายามคิดก็ไม่เห็นอันอื่น หรือประเทศเราไม่ค่อยมี เท่าที่เห็นก็มีแต่ ราคาเดียวแต่กินไม่อั้น บางครั้งก็ งก จนกินไม่หมด ธุรกิจหมอดู :
แต่ดิฉันว่า หากมีเรื่องทุกข์ใจ แต่ไม่อยากเสียตังค์หาหมอดู อันนี้ก็ดี http://www.suadmon.com/ |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |