พิมพ์หน้านี้
|
อีกคู่แล้ว! ! ! ดิฉันพร่ำกับตัวเอง หลังจากที่ได้ข่าวคราวการหย่าร้าง บอกลาและไม่รักกันแล้ว ของเพื่อนคนหนึ่ง ถามไถ่ดูถึงอาการทางใจ เห็นว่าสบายดี ก็ดี คงต้องใช้เวลา อีกพักใหญ่หากได้เจอกันเธอคงบอกเอง ข่าวของคนคู่นี้ ข่าวแบบนี้ เป็นข่าวที่สองสำหรับดิฉันในรอบปีนี้ เมื่อประมาณกลางปีก็บอกเลิกกันไปแล้วหนึ่งคู่ ลองนับนิ้วดู ในกลุ่มเพื่อนที่คุ้นเคยและได้คบหาพูดคุยกันอยู่บ่อย มีอยู่ ๑๐ คนที่ได้หย่าร้างกันแบบนี้ เยอะไม๊ ? ? ? . . . . . ถ้าเทียบสัดส่วนของจำนวนเพื่อนที่คบหากันอยู่ ก็คงไม่ แต่หากเทียบกับสิ่งที่รู้สึกก็มากพอดู . . . . . แค่คู่เดียวก็เกินพอ หากเป็นตะก่อน ประมาณ ๕-๑๐ ปีที่แล้ว ที่ได้ข่าวเรื่องหย่าร้างของเพื่อนคนแรกๆ ตอนนั้นก็งงพอควร มันสงสัย เห็นใจ และอยากให้กลับมารักกันอีก มันไม่อยากจะเชื่อเลย อาจเพราะภาพแห่งความสุขของคู่รักในวันฉลองสมรสยังติดตาอยู่ ก็เกือบทุกคู่ที่ได้มีโอกาสไปร่วมแสดงความยินดีในวันแต่งงาน แต่พอช่วงหลัง สิ่งที่ได้เห็น พัฒนาการด้านความสุขของเพื่อนที่ได้เห็นตั้งแต่ เพื่อนๆ เมื่อยังไม่มีคนรัก เธอก็มีความสุขกันดี พอมีความรัก ก็เห็นเธอสุขยิ่งกว่า พอได้แต่ง เธอก็สู๊ขขข สุข แล้วเธอก็เริ่มจะไม่สุข และไม่มีสุขมากขึ้นเมื่อพบกับความไม่รัก จนสุดท้ายเมื่อได้เลิกลาจากความไม่รัก จึงได้เห็นเจ้าเพื่อนๆ กลับมามีความสุขอีกครั้ง ความสดชื่น ความเป็นชีวิตกลับมาอีกครั้ง ตระหนักได้เช่นนั้นแล้ว ก็ตามใจเหอะ อะไรก็ได้ที่ทำแล้วสุข เมื่อคิดว่า ความสุขของอีกคนหนึ่งที่เคยรัก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสุขของแกแล้ว ฟังก์ชั่นแห่งความสุขของอดีตคนรักคงไม่เกี่ยวพันกันอีก กลายเป็นความ ไม่ รัก ไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็หยุดสร้างทุกข์ต่อกัน ก็ดี ที่ได้เคยอ่าน มีความพยายามที่จะอธิบายการตัดสินใจแต่งงานของคู่รักคู่หนึ่งๆ ออกเป็นแนวคิดต่างๆ มากพอดู มีถึงขั้น Cost Benefit Analysis หลากหลายแนวที่จะได้คิด ยิ่งอ่านก็ยิ่งจะหดหู่ มันไร้ชีวาเกินไป โดยส่วนตัวดิฉันเห็นว่ามนุษย์ตัดสินใจกระทำสิ่งใดเพราะตนมีความสุขค่ะ มีความสุขถึงจะทำ - คงเป็นเพราะว่าดิฉันเป็นพวก สุขนิยม ล่ะมัง - แต่ก็บอกไม่ได้ว่าฟังก์ชั่นความสุขของแต่ละท่านขึ้นกับสิ่งใดบ้าง บางท่านอาจมีความสุขจากผลของ Cost Benefit Analysis ก็เป็นได้ วิเคราะห์ผลได้ผลเสียกันแล้วจึงตัดสินใจแต่งงาน อันนี้เป็นสิทธิ์ของใครก็ของคนนั้น ได้คุยกับเพื่อนที่เคยมีความไม่รัก เธอและเค้าบอกทำนองว่า คิดว่ารู้จักกันลึกซึ้งตอนตกลงใจแต่งงาน แต่ที่จริง เวลาที่อยู่ด้วยกันต่างหาก บอกให้รู้ว่า ต่างฝ่ายต่างเพิ่งรู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ก็เคยได้ยินเหมือนกันว่า เวลาที่มีรักแล้วสมรัก แล้วคิดว่ามีความสุข แต่ตอนที่อยากเลิกกับใครสักคน แล้วได้เลิกสมใจ มันสุขกว่า เป็นร้อยเป็นพันเท่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็เลิกเหอะ มีเรื่อง Joke ที่ ท่านอาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ เล่าไว้ใน Hidden Economy โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ภาค ๒ ว่า เงินเดือนของ คนรับจ้างทำงานบ้าน ถูกรวมไว้ใน GDP: Gross Domestic Product แต่หากงานเดียวกันนี้ทำโดย แม่บ้าน เงินเดือนที่พึงได้แต่ไม่ได้รับจริงจะไม่ถูกรวมไว้ใน GDP ดังนั้น หากเจ้าของบ้านแต่งงานกับเด็กลูกจ้าง GDP ของประเทศก็จะลดลง และถ้าหากพ่อบ้านหย่ากับแม่บ้าน แล้วหาเด็กมาทำงานบ้านแทนโดยจ่ายเงินเดือน GDP ของประเทศก็จะสูงขึ้น อาจารย์บอกว่า นี่เป็นข้ออ้างที่ดี เพื่อการหย่าของนักเศรษฐศาสตร์ ส่วน Joke ของพวกสุขนิยมเยี่ยงดิฉันที่ยึดถือความสุขสงบเป็นหลัก คิดได้ว่า หากการตัดสินใจนั้นทำแล้วมีสุข หมดทุกข์ต่อกัน ย่อมส่งผลต่อ GNH: Gross National Happiness ที่น่าจะมีมากกว่า GDP หลายเท่า เพราะการตัดสินใจที่ได้ไต่ตรองดีแล้วของอดีตคู่รัก ไม่เพียงแต่อดีตพ่อบ้านหรืออดีตแม่บ้านได้มีความสุขและความศานติสุขยิ่ง แต่ผลนั้นย่อมก่อให้เกิดความสุขต่อคนรอบข้างในครอบครัวอีกหลายต่อหลายคน ดิฉันว่าประเด็นนี้ GNH ของประเทศคงเพิ่มขึ้นอีกมากมาย |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |