• freeRider
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : iamfreerider@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-09
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 6145
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
"There Ain't No Such Thing As A Free Lunch."
คำเศรษฐศาสตร์ . . . . . จากอดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/No-free-lunch
วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน 2550
- หลงกลตน ไปกับ “ตัวเลข” -
Posted by freeRider , ผู้อ่าน : 202 , 00:19:57 น.   | หมวดหมู่ : rIcE  
พิมพ์หน้านี้


วันก่อน . . . . ได้ชมรายการ พาเที่ยวร้านอาหาร รายการหนึ่ง ส่วนใหญ่รายการเช่นนี้มักจะให้เจ้าของร้านพูดถึงแรงบันดาลใจในการเริ่มกิจการและการทำอย่างไรให้อยู่รอดหรือก้าวหน้าต่อไป ดิฉันขี้มักจะชอบดูรายการแบบนี้ ชอบฟังสิ่งที่เค้าฝันหรือคิด และดูในสิ่งที่เค้าไม่ได้พูดออกมา เข้าทำนองว่า “ฟังในส่งที่เธอไม่ได้พูด“ ซึ่งก็ได้จริงๆ ได้ทั้งสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจ และพลังต่างๆ ที่เค้ามีอยู่เยอะมาก และมาก (ที่ตัวเองไม่ค่อยมี บ่อยครั้งที่รู้สึกเหมือนตนเป็น Robot มีแต่สิ่งที่ทำและไม่ทำ) แล้วก็ได้สะดุดใจกับประโยคที่ว่า “ผมวัดผลทุกอย่างด้วยตัวเลข”

เท่าที่ได้ฟัง . . . เจ้าของธุรกิจท่านนี้ เคยทำงานกับนักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์มากก่อน บอกกับผู้ชมว่า ได้เรียนรู้จากการทำงานและจากอาจารย์ ว่า ทุกอย่างสามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้หมด . . . อาโหยวว!!! ดิฉันคิดในใจว่าเจ้าของร้านท่านนี้ มอเดิร์นมาก แล้วก็ฟังในสิ่งที่เค้าพูดต่อว่า เค้าวัดคุณภาพการบริการของพนักงานจากจำนวนตังค์ให้ติบ(Tip) โอ๊ะโอ . . . ดิฉันคิดค้านในใจทันที ว่า หากใช่เกณฑ์นี้ ก็วัดผลได้ว่า ร้านอาหารของพี่ไทยคงบริการกันไม่ดี . . . อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวว่าคนไทยไม่ค่อยให้ตังค์ติบ ซึ่งหากนำจำนวนเงินให้ติบมาเป็นเกณฑ์ในการวัดคุณภาพการบริการของพนักงาน เหล่าบริกรคงเหี่ยวแห้งและหมดกำลังใจ แต่เมื่อฟังต่อว่า ลูกค้าของผมเป็นชาวต่างชาติ ก็ได้ตระหนักเลยว่า เจ้าของร้านท่านนี้ ทั้งมอเดิร์นและแรฌั่ชแนลอิทิ จริงๆ สมเหตุสมผลค่ะ รับได้

ดิฉันมีความเชื่อโดยส่วนตัวว่า “ตัวเลขไม่โกหก” แต่บ่อยครั้งที่เรา “หลอกตัวเองด้วยตัวเลข” คนทำงาน พยายามวัดผลทุกอย่างให้อยู่ในรูปตัวเลข พอๆ กันกับ ผู้บริหารระดับสูงงงง ต้องการดูบทสรุปในรูปตัวเลข ปัจจุบันจึงเกิดวิธีการวัด ตัววัดผล ดัชนีชี้วัด และสารพัดจะวัด ทั้ง TQM, KPI, Balance score card, Six sigma ในแทบทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่ความพึ่งพอใจทางการเมือง มีการวัดผลความพึ่งพอใจที่เห็นกันอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ดิฉันมิได้ปฏิเสธการวัดผลและดัชนีชี้วัดต่างๆ ออกจะยอมรับและเห็นถึงประโยชน์ของตัวเลขชี้วัดด้วยซ้ำไป ดัชนีทางตัวเลขเป็นเครื่องมือชี้วัดที่ทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์ใช้กันมานานแล้ว แต่บ่อยครั้งที่ต้องระวังการใช้ที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับความรู้สึกหรืออารมณ์ของมนุษย์มันมีข้อที่ต้องพึ่งระวังอย่างมาก และมากจริงๆ

ครั้งหนึ่ง มี KPI เป็น ความพึ่งพอใจลูกค้าวัดจาก %Customer complaint โดยตีความว่า ถ้าค่าน้อยจะดี ถ้าค่ามากจะถูกนายด่า แต่ประสบการณ์ที่ได้เห็นเค้ามา พบว่า ที่มันน้อย เพราะลูกค้าขี้เกียจบ่น วิ่งไปซื้อเจ้าอื่นซะแล้ว และที่มันมากเพราะลูกค้ายังอยู่ แต่บ่นให้ปรับปรุงและบอกว่าทำให้ดีหน่อยยังซื้ออยู่ อันนี้ใช้ proxy ที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว อยู่ที่การค้นหาความเชื่อมโยงที่เป็นเหตุและผล เพราะใจมนุษย์สุดยากแท้หยั่งถึง

ในส่วนของการเลือกใช้ Proxy หรือ Indicator ที่วัดผล ดูเหมือนง่ายแต่โดยส่วนตัวแล้วคิดเห็นว่าไม่ง่ายนัก เช่น ในอุตสาหกรรมที่เป็น mass production การใช้กำไรสุทธิของทั้งกิจการเป็น KPI บ่งชี้ความสำเร็จนั้น อันนี้ไม่ถูกต้องนักในแง่ของการเลือกดัชนีวัดผลที่ดี เพราะหากให้ได้ผลดี ต้องใช้ตัวชี้วัดเป็นรายผลิตภัณฑ์ว่า ตัวไหนให้กำไร หรือตัวไหนที่ขาดทุน แยกออกเป็น Cost by product ตาม Activity Based Costing หากไม่เช่นนั้นแล้ว ก็หลงกล ตัวเลข เพราะเลือก Proxy ที่ผิด

อีกด้านหนึ่งที่ก่อให้ หลงกลในตัวเลข ในความเห็นของดิฉัน คือ วิธีการได้มาซึ่งข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับความรู้สึกของคน ช่วงนี้จะเห็นการสำรวจความคิดเห็นต่างๆ อยู่มากมายทางการเมือง ยอมรับเลยว่า เวลาฟังผลการสำรวจความรู้สึกของประชาชนที่มีใครประกาศมา ด้วยความขี้ระแวงของตน มักจะสงสัยในคำถามของ questionnaire – แบบสอบถาม ที่ให้ได้มาซึ่งข้อมูลนั้นๆ มีความเป็นไปได้อย่างมากว่า การตั้งรูปประโยคในคำถามมักก่อให้เกิดความลำเอียงและการชี้นำ ทัศนะของกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบ และส่งผลต่อผลชี้วัดที่ได้ แต่ก็บอกกับตัวเองว่า ต้องเคารพในความรู้ของผู้ทำการสำรวจและวิจัย แม้บ่อยครั้งที่ทำใจย่อมรับผลที่ประกาศมาไม่ได้ก็ตาม

ว่าไปแล้วดิฉันก็ได้ หลงกล “ตัวเลข” เหมือนกัน . . . ลูกของป๊าและหม่าม้า (พี่และน้องของดิฉันนั่นแหละ) อยู่เมืองกรุง เพราะฉะนั้นในแต่ละวันจะมีเสียงสายเรียกเข้าของมือถือคุณแม่ดังบ่อยมาก เป็นที่รู้กันว่า ลูกๆ โทรมา Say hello ลูก ๓ คน อย่างน้อยวันหนึ่งก็ ๓ ครั้ง คนละครั้ง แต่บางวันที่บางคนบ้าพลัง ๓ ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน เป็นอันว่าบางวันมีมากเกือบ ๑๐ Calls ดิฉันก็เข้าใจว่าเป็นดัชนีชี้วัดความสุขของแม่ ถ้าพวกนี้โทรมามาก แม่ก็มีความสุขมาก แต่มีอยู่วัน จำนวนรับสายมีมากกว่า ๓ Call ผลปรากฎว่า คืนนั้นแม่นอนไม่หลับ สอบถามดู ได้รู้ว่า ลูกชายสุดที่รักไม่ค่อยสบาย ตอนหลังเลยต้องคอยฟังและคอยมองสีหน้าแม่ ว่าคุณภาพของเรื่องที่คุยกันเป็นอย่างไร เชื่อไม่ได้เลย ปริมาณ เนี่ย! ! !

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
Giftyourlife วันที่ : 29/11/2007 เวลา : 22.06 น.
http://www.oknation.net/blog/giftyourlife

ชอบครับ
เลยตามอ่าน

สาเหตุที่ "แวดวงวิชาการ" ชอบวัดผลงานออกมาเป็นตัวเลข คงเป็นเพราะรู้ตัวเองดีว่า พูดภาษาชาวบ้านไม่ค่อยรู้เรื่อง อธิบายเป็นถ้อยคำหรือถ้อยความไม่ค่อยได้ ก็เลยต้องนำข้อมูลที่ควรอธิบายเป็นถ้อยความ ไปเข้ารหัสเป็นตัวเลข

แล้วก็ถอดรหัสจาก "ตัวเลข" มาเป็น "ถ้อยความ" อีกครั้ง
เฮ้อ! เหนื่อย
ความคิดเห็นที่ 11
มิสนอราห์ วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 16.36 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

นั่นจิ การเมืองใช้ตัวเลขพลิกแพลงให้เป็นประโยชน์จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 10
freeRider วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 23.31 น.
http://www.oknation.net/blog/No-free-lunch
Happiness   is  LIKING  what you get. 

. . . ใบแดง
ความคิดเห็นที่ 9
kilroy วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy


ระวัง กกต. มาแจกใบแดงนะครับ
เชื่อแล้วว่าทักษิโณมิกส์ทำให้ "นอมินี" กลายเป็นแฟชั่น
ระบาดมาถึงบล็อกเกอร์ในชุมชุนนี้ด้วย
ความคิดเห็นที่ 8
kilroy วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 23.57 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy


น่าน...นั่น !
ว่าแล้วเชียวว่าเจ้าของบล็อกต้องเป็น "เป็ด" แน่

ความคิดเห็นที่ 7
freeRider วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/No-free-lunch
Happiness   is  LIKING  what you get. 

จาก ความเห็นที่ ๔-๕ . . . ทำให้ได้มานั่งย้อนคิด ถึง สิ่งที่ร่ำเรียนมา และการทำงานที่ผ่านมา
คิดว่า ตรงจุดไหนบ้าง เวลาใดบ้าง สถานการณ์ใด . . .
ที่สามารถ ทำให้ดิฉันเป็น "เป็ด" ได้เยี่ยงนี้
ความคิดเห็นที่ 6
freeRider วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/No-free-lunch
Happiness   is  LIKING  what you get. 

ลป. - ลืมไป ( .... ไปติดตาติดใจ จาก blog ไหนซักที่)
ขอบคุณนะคะ สำหรับ ๑ เม็นท์ ๑ โหวต และ คำชม - ทักษะยุทธ-
หากถูกใจ เห็นว่าเข้าท่า และมีประโยชน์ ก็รู้สึกดีเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
kilroy วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 01.00 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ช่วงห้าปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสอ่านงานประเภท performance measurement มาก จากผู้เขียนหลาย ๆ ท่าน (ต่างประเทศ)
รู้สึกสนุกกับทุก tools แต่อ่านไปอ่านมาถ้าจับแก่นได้ของมันได้จะไม่ได้แตกต่างกัน
ข้อควรระวังการใช้ตัวชี้วัดที่เขียนมาเป็นเรื่องที่ดีครับ ในหลาย ๆ องค์กรไม่ได้ระวังเรื่องตัวชี้วัดที่มีความขัดแย้งกันเอง
ที่ถูกใจมากที่สุดในความเห็นของผมตอนนี้คือต้องผสาน BSC เข้ากับ ABC และ ABM ให้กลมกล่อมแค่นี้ก็น่าจะโอแล้วนะ (ตัวย่อเยอะจัง)

ปล.ขอชมว่าเจ้าของบล็อกเป็นผู้ทักษะยุทธครบเครื่องทั้ง ศศ.และ finance+modern management และเขียนเรื่องได้น่าอ่านอีกด้วย เขียนต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
kilroy วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 00.51 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

วันนี้ คุณfreeRider ขน modern management tools มายำใหญ่เลย
ตามอ่านมาทุกตอนแต่มิได้แสดงความเห็นทุกครั้ง หลัง ๆ เกิดความสงสัยว่า academic background รวมถึงอายุอานาม ของเจ้าของบล็อกจะใกล้เคียงกับบล็อกเกอร์ท่านหนึ่งที่ผมรู้จักนะ


ความคิดเห็นที่ 3
kilroy วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 00.47 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

What gets measured, Gets done.
ความคิดเห็นที่ 2
feng_shui วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 00.41 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ปริมาณ ไม่ได้บอกถึง เนื้อหาของสิ่งที่เราจะวัด จริงด้วยค่ะ
แหะ แหะ

ชอบงานเขียนประมาณนี้จัง
1โหวตนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
jam_noyam วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 00.22 น.
http://www.oknation.net/blog/asyoulikeit

เอาไป ๑ เม้นท์
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



เศรษฐศาสตร์
จานหลัก
5 คน
ของว่าง
2 คน
ของแปลก
0 คน
ยาขม
1 คน

  โหวต 8 คน