• freeRider
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : iamfreerider@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-09
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 7133
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
"There Ain't No Such Thing As A Free Lunch."
คำเศรษฐศาสตร์ . . . . . จากอดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/No-free-lunch
วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม 2550
- customer value PRODUCT . . . ซื้อสองหมื่น ใช้หนึ่งพัน -
Posted by freeRider , ผู้อ่าน : 170 , 00:22:25 น.   | หมวดหมู่ : rIcE  
พิมพ์หน้านี้


ได้โทรไปคุยกับเพื่อนที่รัก ที่อยู่แดนไกลถึงถิ่นอีสาน . . . โทรอยู่นานและหลายครั้ง แต่ก็ไม่รับสาย เธอโทรกลับมาบอกว่า เปลี่ยนมือถือใหม่เป็น “รุ่นมอเดิร์น” ไปตั้งค่าใดไม่ทราบได้ จนยังไม่สามารถ Set ให้มีเสียงเรียกเข้า และตอนนี้กำลังทำการศึกษาอุปกรณ์ชิ้นใหม่อยู่ . . . ดิฉันเลยไปเม้าธ์ต่อให้เพื่อนที่รักอีกคนฟัง เลยได้ยินมาว่า “นั่นแหละ มันซื้อมาสองหมื่น แต่คงใช้แค่พันเดียว” . . . มานั่งคิดดู ก็จริงดั่งเธอว่า

หากพูดถึงด้านการงาน ดิฉันไม่มีโอกาสได้ทำงานทางด้านการตลาดและไม่คิดจะทำ เพราะส่วนตัวเห็นว่ามันเป็นการทำงานที่จัดการกับความรู้สึกของมนุษย์มากเกินไป แต่ถ้าพิจารณากันจริงๆ แล้ว ในทุกศาสตร์การจัดการที่ได้เรียนรู้มา ศาสตร์ทางด้านการตลาดเป็นศาสตร์ที่ใกล้เคียงกับเศรษฐศาสตร์มากที่สุด เป็นวิชาที่เรียนเพื่อจัดการกับพฤติกรรมของมนุษย์ หากนักเศรษฐศาสตร์เก่งที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ในภาคทฤษฎี นักการตลาดก็ยอดเยี่ยมที่ตีโจทย์ได้แตกฉานแล้วนำไปปฏิบัติ

กลับมาที่เรื่องมือถือรุ่นมอเดิร์น ของเพื่อนที่รักอีกที . . . ในเรื่องพฤติกรรมการซื้อ คงไม่ต้องพูดถึง เพราะมันเป็นเรื่องของความพอใจ – Willing and ability to pay – แต่สิ่งที่นักการตลาดสามารถทำให้เกิดการซื้อได้สิ น่าพิศวงนัก . . . “โทรศัพท์ไร้สายราคาสองหมื่น” ไม่น่าจะขายได้ง่ายนัก พูดกลับกันคือไม่น่าจะเสียตังค์จ่ายกันง่ายนัก . . . แต่มันไม่ธรรมดาตรงที่เป็น “รุ่นมอเดิร์น” นี้แหละ

ด้วยความเชยสุดๆ ของดิฉัน จึงไม่รู้จริงๆ ว่า “รุ่นมอเดิร์น” ที่เพื่อนรักใช้อยู่ หรือที่ใครต่อใครใช้กัน มันมี Option ใดบ้าง ดิฉันใช้อยู่สองเครื่อง ใช้ต่างวัตถุประสงค์กัน แต่ทั้งสองเครื่องที่ใช้อยู่ หากเรียกเป็นภาษาการตลาดก็เป็น “Basic product” เป็นมือถือที่ทำหน้าที่เพื่อการสื่อสารเท่านั้น แต่มี option ขึ้นมาหน่อยตรง hand free และฟังวิทยุได้(อันนี้ไม่เคยใช้เลย) สองเครื่องที่ใช้มีการเพิ่ม value ขึ้นมาจาก “Core benefit product” ที่มีหน้าที่เพียงกดโทรออกหรือรับสาย สื่อสารแล้วก็วางสาย รุ่นนี้คงหาไม่เจอแล้วในปัจจุบัน น่าจะถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์มือถือไปเรียบร้อยแล้ว

หากเป็นรุ่นที่มีกล้อง ฟังเพลงได้ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีมากกว่าเครื่องที่ดิฉันใช้อยู่ นักการตลาดจะเรียกว่า “Expected product” กลุ่มนี้ให้สิ่งที่เหนือความคาดหวังจากหน้าที่หลักที่มือถือจะสามารถทำได้ คิดว่าปัจจุบันกลุ่มนี้ก็ตกรุ่นไปแล้วเช่นกัน ส่วน “รุ่นมอเดิร์น” ที่เพื่อนรักใช้ น่าจะเป็นรุ่นที่นักการตลาดกำลังทำการตลาดกันอยู่ในปัจจุบัน เป็นช่วงของ “Augmented product” ไม่รู้ภาษาไทยแปลว่ากระไร รู้แต่ว่าเป็นกลุ่มที่ให้สิ่งเพิ่มเติมจากสิ่งที่เหนือการคาดหวังเข้าไปอีก ต่อ net ดูหนัง ฟังเพลง organizer และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ไม่รู้ได้ใช้กันบ้างรึไม่ . . . และสุดท้ายที่นักการตลาดทุกท่านคาดหวังว่าจะทำให้เกิดกับสินค้าของตน คือ “Potential product” ที่ทำให้เกิดความต้องการซื้อในอนาคต มีคำแซวว่าต่อไปมือถือจะเป็นไมโครเวฟ เป็นเตารีด ดิฉันว่ามิดีเท่าไร ลองนั่งคิดดูว่ามือถือจะเป็นอะไรได้บ้างที่แสดงถึง Potential product ในอนาคตได้ อืมม . . . ส่งกลิ่นได้ . . . เป็นไงความคิดของดิฉัน

เท่าที่รู้มา . . . เหตุที่นักการตลาดพยายามพัฒนา Product ให้ถึงระดับที่ห้า (ต่อไปในอนาคตอาจมากกว่านี้) เพราะต้องการให้เกิดการซื้อซ้ำ เมื่อมีสิ่งที่ใช้งานตามหน้าที่ของมันได้ดีอยู่แล้ว การก่อให้เกิดการซื้อซ้ำหรือเปลี่ยนตัวใหม่ใน"แบรนด์เดิม" ต้องสร้างความพอใจในการซื้อให้มากขึ้นและมากกว่าเดิม ต้องเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตนมีคุณค่ามากยิ่งขึ้นเมื่อได้สัมผัสมัน จึงเกิดการเปลี่ยนรุ่น พัฒนา option กันอยู่บ่อยๆ และนักการตลาดที่ดีย่อมไม่ยอมให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าตัวเดิม เมื่อของชิ้นเก่าเสีย ควรเพิ่มตังค์อีกซะนิด up grade รุ่นเสียหน่อย แล้วคุณจะเป็นลูกค้าที่มีคุณค่ายิ่ง

ว่าแล้วก็อดคิดถึง รุ่นพี่ที่รัก ในวันงานเลี้ยงฯ ที่เพิ่งเจอะกัน ท่านได้เปลี่ยนพาหนะใหม่เสียแล้ว จาก Civic ปีก่อนหน้าปัจจุบันรุ่นหนึ่ง เป็น CRV รายนี้เป็น “Honda“ Brand royalty ตัวจริง . . . รถสวย แต่บ่นว่าซดน้ำมันชิบ . . . อยากถามเหมือนกันว่าได้ลองใช้ 4WD ที่มีมาด้วยแล้วหรือยัง . . .

แล้ว เวลานี้ เพื่อนที่รักของฉัน ได้ใช้ “รุ่นมอเดิร์น” เกินหนึ่งพันหรือยัง . . . หนอ ???


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
Giftyourlife วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 11.14 น.
http://www.oknation.net/blog/giftyourlife

งานยุ่งหรือไร
เรื่องใหม่จึงยังไม่มา
...............
กลับมาอีกครั้ง
ต้องได้อ่านเรื่องใหม่นะครับ
ความคิดเห็นที่ 5
Giftyourlife วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 22.27 น.
http://www.oknation.net/blog/giftyourlife

ผมกลับมาบอกว่า

Gotoknow.org ผมเคยไปมาแล้วครับ
แต่ Onopen.com เพิ่งรู้จัก
และเพิ่งเคยไป

ขอบคุณ "ประตู" แห่งนี้
ที่นำไปสู่เรื่องราวดี ๆ มากมาย
ความคิดเห็นที่ 4
Giftyourlife วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 15.01 น.
http://www.oknation.net/blog/giftyourlife

เศรษฐศาสตร์ เกิดมาเพื่อความคุ้มค่า
คือ ประหยัด และประโยชน์สูงสุด

การตลาด เกิดมาเพื่อผลตอบแทนหรือกำไร
ซึ่งก็คือ ประหยัด (ต้นทุน) ประโยชน์สูงสุด (กำไร) เช่นกัน

แล้วต่างกันตรงไหนนะ
ใช่การช่วงชิง และ/หรือ การตั้งรับ
หรือเปล่า

หรือไม่ใช่ทั้งหมดที่กล่าวมา
ความคิดเห็นที่ 3
kilroy วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 01.48 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ประการที่สาม
จขบ. (เจ้าของบล็อก)
เป็น "เป็ด" จริง ๆ เอนทรีนี้เริ่มเขยิบมาที่มาร์เก็ตติ้งแล้ว
จะรออ่านต่อไปว่ามีมุขอะไรดี ๆ มาเล่าสู่กันฟังอีก


ความคิดเห็นที่ 2
kilroy วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 01.45 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ประการที่สอง
เคยคิดว่า Marketing เป็นวิชาที่ไม่น่าจะมี Tools หรือวิธีคิดอะไรมากมาย
ปรากฎว่าเมื่อได้สัมผัสจริง ๆ จัง ๆ พบว่ามีเสน่ห์เหลือร้าย
และมี discipline แจ๋ว ๆ หลายเรื่องที่เดียวล่ะ


ความคิดเห็นที่ 1
kilroy วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 01.43 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ประการแรก
เห็นด้วยที่ว่า Marketing ใกล้เคียงกับ Economics
มากที่สุด
ต่างกันมากที่สุดน่าจะเป็นในเรื่องที่ว่า

Marketing => Pro-Active
Economics => Re-Active


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



เศรษฐศาสตร์
จานหลัก
6 คน
ของว่าง
2 คน
ของแปลก
0 คน
ยาขม
1 คน

  โหวต 9 คน