• Nuchyyyyy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2010-10-18
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 43241
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
NuchyInspire
All around me...Nuchy Mojo ;)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/NuchyMango
วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม 2554
Posted by Nuchyyyyy , ผู้อ่าน : 5178 , 21:28:56 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Canไทเมือง โหวตเรื่องนี้

เดี๋ยวนี้ใครๆก็พูดถึงแต่ New Media, New Media แล้วก็ New Media!!! 

New Media หรือสื่อใหม่ ดูเหมือนจะมีอิทธิพลมากเหลือเกินในยุคสมัยนี้ ในขณะที่สื่อเก่า (Old Media) ก็กำลังเป็นที่จับตามองว่าจะเอาตัวรอดในสังคมที่เปลี่ยนไปได้หรือไม่ ถึงแม้จะเอ่ยชื่อว่าเป็น สื่อเก่า สื่อใหม่ แต่สิ่งที่เป็นประเด็นพูดคุยกันในปัจจุบันคงไม่ใช่เรื่องของการเกิดก่อนเกิดหลังอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ (Function) ในบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไปมากกว่า ซึ่งหากจะเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสื่อเก่าและสื่อใหม่ด้วยคุณสมบัติแต่ละประการนั้น คงเป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างในแง่มุมเชิงบริบททางสังคมกันบ้างดีกว่าค่ะ

สื่อเก่า-สื่อใหม่ กับการเปลี่ยนอำนาจระหว่างรัฐ-เอกชน-ประชาชน 

สำหรับประเทศไทย สื่อเก่าชนิดแรกที่เกิดขึ้นคือ หนังสือพิมพ์ ซึ่งแพร่หลายตั้งแต่สมัยที่เรายังเป็นสยามประเทศ แม้จะริเริ่มโดยสามัญชน แต่ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์และสร้างอำนาจให้กับฝ่ายรัฐ (สำนักราชวัง) นั่นเป็นเพราะลักษณะการสื่อสารของสื่อเก่า เป็นการสื่อสารทางเดียว นั่นคือจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารเท่านั้น จึงเอื้อต่อการสร้างpropaganda หรือการโฆษณาชวนเชื่อและประกาศต่างๆของสำนักราชวัง

และเมื่อเกิดการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ประชาชนจึงเข้ามามีบทบาทในการดำเนินการด้านสื่อมากขึ้น ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์  วิทยุ และโทรทัศน์  ที่มีความทันสมัยมากขึ้น สามารถเผยแพร่ได้ทั้งภาพและเสียง แต่เนิ่องจากในยุคนั้นเป็นยุคของการเร่งพัฒนาเชิงโครงสร้าง  และกระตุ้นการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นประชาชนที่เข้ามามีบทบาทด้านสื่อจึงมีฐานะเป็นเอกชนที่รวมตัวกันเพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าฐานะประชาชนจริงๆ ทำให้ประชาชนที่เป็นปัจเจกบุคคลยังไม่รอดพ้นจากการเป็นเหยื่อของการสร้าง propaganda อยู่ดี

แต่ในปัจจุบัน สังคมไทยและสังคมโลกได้เข้าสู่ยุคเว็บ 2.0 ซึ่งเป็นยุคที่ประชาชนเข้าถึงสื่อ มีสื่อเป็นของตนเอง ทำให้ประชาชนมีอำนาจในข้อมูลข่าวสารมากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งอำนาจในการเคลื่อนไหวทางสังคม รวมถึงอำนาจในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลด้วย ทั้งนี้เป็นผลมาจากสื่อใหม่ที่มีลักษณะการสื่อสารแบบ 2 ทาง ซึ่งสามารถทำได้โดยทันที (Instantly) ประชาชนจึงเป็นทั้งผู้รับสารและผู้ส่งสาร โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ดและเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับต้นๆของโลกอย่าง facebook และ twitter

สื่อเก่า-สื่อใหม่ และบทบาทของภาคประชาสังคม

            สืบเนื่องมาจากเรื่องของการเปลี่ยนอำนาจในวงการสื่อ จะพบว่าผู้ที่เข้ามามีอำนาจในข้อมูลข่าวสารยุคเว็บ 2.0 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่ประชาชนที่เป็นปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มไม่หวังผลทางธุรกิจ ทั้งชุมชน องค์กร ชมรม สมาคม ฯลฯ เพราะสื่อใหม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ปราศจากข้อกังวลในเรื่องงบประมาณและเงินทุน ซึ่งตรงข้ามกับสื่อเก่า ทำให้ภาคประชาสังคมเติบโตอย่างรวดเร็ว การขับเคลื่อนทางสังคมจึงเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ Cathy Brayan, Roza Tsagarousianou และDamian Tambini นักวิจัยด้านข้อมูลและการสื่อสารได้กล่าวถึงปัจจัยในการส่งเสริมสร้างเครือข่ายความเป็นประชาสังคมของสื่อใหม่อย่างอินเทอร์เน็ตไว้ในหนังสือ Cyberdemocracy ดังนี้

1. สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และมีประสิทธิภาพทำให้ประชาชนควบคุมข้อมูลได้มากขึ้น เป็นการติดอาวุธทางด้านข้อมูลให้กับประชาชน

2. สามารถใช้เป็นมาตรวัดความพึงพอใจของประชาชน ตอบสนองความต้องการของประชาชน

3. เป็นที่รวบรวมปฏิกิริยาทางการเมือง

4. หลีกหนีการใช้อำนาจรัฐในการแทรกแซงสื่อ เกิดรูปแบบใหม่ทางการเมืองที่ปลอดจากรัฐ

เปลี่ยนเป็นการสื่อสารในแนวราบมากยิ่งขึ้น

5. ประชาชนที่เป็นผู้รับสารสามารถโต้ตอบได้เร็วขึ้น

6. ทำให้สื่อมวลชน และนักการเมือง ไม่สามารถบิดเบือนข่าวสารได้สะดวกเหมือนเก่า

7. สื่อใหม่สามารถออกแบบได้ตามความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้น้อยมากหรือแทบไม่มีเลยในสื่อเก่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์

 

สื่อเก่า-สื่อใหม่ กับบันไดสู่ Celebrity

จากกระแสการสร้างตัวตนในสื่อใหม่ โดยเฉพาะ www.youtube.com เว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนธรรมดาๆ ได้ก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นบุคคลสาธารณะ (Celebrity) ด้วยการอัพโหลดคลิปวิดีโอลงบนเว็บไซต์และเผยแพร่ไปยังผู้ชมทั่วโลก ทำให้การก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงของเด็กสมัยใหม่เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ผิดกับสมัยรุ่นพ่อแม่ หรือรุ่นปู่ย่าตายายของเรา กว่าจะได้เป็นดาราบนจอหนังหรือจอแก้วได้นั้น เรียกได้ว่าเลือดตาแทบกระเด็น!

จะเห็นได้ว่าทั้งสื่อเก่าและสื่อใหม่ ต่างก็เป็นปัจจัยในการสร้างบุคคลสาธารณะ แต่เมื่อลองสังเกตจะพบว่า Celebในยุคสื่อใหม่ เกิดง่าย ตายเร็ว ต่างจากสื่อเก่าที่มีพิธีรีตรองและกระบวนการในการผลิตผลงานค่อนข้างมาก ใช้เงินทุนมหาศาล ดังนั้นจะต้องคัดคุณภาพมั่นใจว่าจะขายได้ ตอบสนองต่อตลาดผู้ชม จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เหตุใดดารารุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่เติบโตมาจากสื่อเก่าอย่างแท้จริง จึงสามารถอยู่ในวงการมาได้จนถึงทุกวันนี้

สังคมอุดมปัญญา กับวัฒนธรรม One Content Multi-channel         

อย่างที่ทราบกันดีว่ากระบวนการผลิตสื่อเก่าใช้ระบบอะนาล็อก การทำสำเนาหรือถ่ายโอนข้อมูลจากสื่อหนึ่งไปยังอีกสื่อหนึ่งจึงเป็นไปได้ยากมาก ข้อมูลข่าวสารจึงไม่เป็นที่แพร่หลาย ส่งผลให้สังคมขาดองค์ความรู้และความเข้าใจในหลายเรื่องหลายประเด็น ซึ่งสื่อใหม่ก็ได้มาตอบโจทย์นี้ด้วยการผลิตข้อมูลในรูปแบบดิจิตอล จึงสามารถทำสำเนาข้อมูลได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และถ่ายโอนข้อมูลระหว่างสื่อได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น สื่อใหม่จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสังคมอุดมปัญญา แต่ก็ต้องถูกตั้งคำถามว่าอุดมปัญญาจริงหรือ? เพราะความง่ายในการถ่ายโอนข้อมูล ทำให้เกิดวัฒนธรรม One Content Multi-channel นั่นหมายถึงการที่ข้อมูลข่าวสารชุดเดียวกันสามารถนำไปเผยแพร่ได้หลากหลายช่องทางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตที่เป็นจุดนัดพบของข้อมูลจากทั่วสารทิศ เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นเนื้อหาที่เหมือนกันแทบจะทุกตัวอักษร ปรากฎอยู่บนหน้าจอเกือบสิบเว็บไซต์ นี่เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สะท้อนว่า ความต่างของสื่อใหม่ที่พัฒนาเพิ่มมากขึ้นนั้น ยังคงมีช่องโหว่ที่ทำให้สังคมสารสนเทศยังไม่พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น

นี่เป็นตัวอย่างที่หยิบยกขึ้นมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “สื่อเก่า”และ“สื่อใหม่” ที่มีความเชื่อมโยงกับบริบททางสังคมหลากหลายประเด็น หากจะต้องตอบคำถามว่า สื่อเก่า-สื่อใหม่ ใครจะแน่กว่ากัน! คงไม่อาจสรุปแบบฟันธงได้ ขึ้นอยู่กับว่าในบริบทที่ต่างกัน เราในฐานะผู้ที่ต้องสื่อสารในสังคมสมัยใหม่ จะชั่งน้ำหนักความต่างของสื่อเก่า-สื่อใหม่ และจะเลือกใช้อย่างไร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และสร้างสังคมสารสนเทศที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Hiriotappa วันที่ : 25/12/2011 เวลา : 02.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


ปีทีีแล้วเราฮิตคำว่าContentแล้วก็มาถึงNews media เวลาผ่านไปเนิ่นนานไป จากคนมองสื่อในแง่ผู้ตาม เชื่อถือ เขาว่าอะไรเป็นเช่นนั้นหมด ใครเตือนก็ไม่ฟัง จนกระทั่งไปพบกับคนที่ใช้สื่อมาทำร้ายเรา ถ้าเราเชื่อเราต้องทำตาม และต้องฆ่าตัวตาย ทำให้พ่อแม่ล่มจม เป็นไปในทางต่ำ ต่อสู้หลบเลี่ยงกับคนประเภทนั้นจนรู้เช่นเห็นชาติและพบว่าสื่อต่างชาติไม่ได้เป็นเช่นนั้น(แต่ก็ไม่ได้ดีไปทั้งหมด)และสื่อในชรติก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นทั้งหมด จนมาถึงปัจจุบันตัวเองรู้สึกว่า กำลังนั่งมองวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ไปได้ช้าเอามากๆ สาเหตุที่มันไปได้ช้านั่นก็มาจากคำว่า ..ยัดเยียด..นั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนมองน้ำ วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/22022528

สื่อ ใน อุดมคติ คำนี้หน้าสนใจครับ แต่เมื่อไหร่เราจะได้เห็น ผมไม่สนใจเรื่อง สื่อเก่า สื่อใหม่ หรอกครับ
มันพอๆกับคำว่า ประชาธิปไตยเลยที่เดียวครับ ประชาธิปไตยในโลกอุดมคติกับความเป็นจริง
สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า ไม่มีอะไรในโลกที่สมบูรณ์แบบหรอกครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน