• เลือดอีสาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nutch30@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-18
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 3296
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
NutchZaa30
หวัดดีค่ะ...*-*ยินดีต้อนรับสู่ www.oknation.net/blog/NutchZaa30 ค่ะ*-*
Permalink : http://www.oknation.net/blog/NutchZaa30
วันพุธ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551
คนแปลกหน้าในดินแดนแปลกถิ่น
Posted by เลือดอีสาน , ผู้อ่าน : 186 , 18:28:22 น.   | หมวดหมู่ : 050170042  
พิมพ์หน้านี้


คนแปลกหน้าในดินแดนแปลกถิ่น

ก่อนที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงในช่วงกลาง/ปลายชีวิตราชการ  หรือสามารถย้ายไปประจำที่อินเดีย  โดยทั่วไปแล้วเจ้าหน้าที่  ICS ฝึกหัดที่เริ่มมาปฏิบัติงานในพม่าต้องทำงานเป็นนายอำเภอ ราว15ถึง20ปีจึงจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง   การที่การจัดเก็บรายได้ถูกจัดให้เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่งอันเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลอาณานิคมที่มุ่งเน้นการรักษากฎและระเบียบโดยใช้ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด  ทำให้เจ้าหน้าที่ ICS ที่เริ่มปฏิบัติงานในพม่ามักถูกมอบหมายให้ไปประจำอยู่ตามหัวเมืองหรือเขตชนบทที่ห่างไกลเพื่อทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลทางด้านประชากรศาสตร์  ภูมิศาสตร์  และข้อมูลด้านอื่นๆ  เพื่อจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานการจัดเก็บรายได้  มากกว่าประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ที่เมืองย่างกุ้ง  ด้วยเหตุนี้ผู้สอบผ่านเข้าเป็น ICS  ที่มีความมุ่งหวังสูงจึงมักเลือกไปปฏิบัติงานในอินเดียมากกว่าพม่า

                ตั้งแต่อังกฤษเข้ายึดครองดินแดนบางส่วนของพม่าตอนล่าง  โดยตั้งแต่ค.ศ. 1832  นักบริหารอาณานิคมอังกฤษในพม่าถูกเรียกร้องให้ต้องชี้แจงเหตุผลในการกระทำของตนต่อผู้บริหารระดับสูงที่กัลกัตตา  ตามระเบียบปฏิบัติทางราชการของจักรวรรดิอินเดียของอังกฤษ  และแม้กระทั่งถึงค.ศ.1937 ซึ่งพม่าแยกตัวจากอินเดียแล้ว  นักปกครองอังกฤษในพม่าก็ยังมองว่าพวกเป็นเพียงส่วนหนึ่งในสายการบังคับบัญชาอันยืดยาวซึ่งเริ่มต้นจากลอนดอน  ผ่านกัลกัตตา  ถึงย่างกุ้ง  นักบริหารอาณานิคมชาวอังกฤษบางคนพบว่าชีวิตราชการที่พม่านั้นโดเดี่ยวอย่างยิ่ง  ถูกตัดขาดจากผู้คนที่มีการศึกษาระดับเดียวกัน  ทั้งยังถูกละเลยและถูกขัดขวางจากรัฐบาลที่อินเดีย  ซึ่งมักไม่ฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับพม่าจากเจ้าหน้าที่ในพื้นเมืองอย่างที่อย่างพวกเขาทั้งที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับพม่าเลย  กล่าวได้ว่าโดยภาพรวมนักปกครองอังกฤษ-พม่ารู้สึกว่าพวกเขาอยู่ ณ ชายขอบของอำนาจตราบเท่าที่รัฐบาลที่อินเดียได้เข้ามาเกี่ยวข้อง

                นอกจากความรู้สึกแปลกแยกที่มีต่อผู้ปกครองระดับสูงที่อินเดีย  เจ้าหน้าที่ ICS ที่ปฏิบัติงานในพม่ายังต้องเผชิญกับความแปลกแยกจากคนพื้นเมืองที่พวกตนต้องปกครอง  กล่าวคือ  ภายใต้วัฒนาการปกครองแบบอุปถัมภ์  ระบบอาวุโส  และปิตานิยม ที่แพร่หลายในสมัยวิกตอเรียน  เจ้าหน้าที่ ICS  ซึ่งส่วนใหญ่เติบโตและได้รับการศึกษาที่อังกฤษภายใต้หลักสูตรที่เน้นความรู้ทั่วไป  การฝึกฝนทำงานเป็นกลุ่ม  การเชื่อฟังคำสั่ง  และให้ความสำคัญกับความเป็นชายอย่างยิ่ง  รวมถึงการเป็นชาวคริสต์ที่ดีก่อนมาประจำการในอาณานิคม  จึงพยายามรักษาระยะห่างจากคนพื้นเมืองชาวพม่าซึ่งเป็นชนชาติที่พวกเขามักมอง/กล่าวถึงว่าเป็นพวกที่มีอุปนิสัยและบุคลิกภาพขัดแย้งในตนเอง     ด้วยการใช้ผู้นำท้องถิ่นที่เป็นคนพื้นเมืองเพื่อเป็นคนกลางในการปกครองหรือการติดต่ออื่นๆ  อันมีที่มาจากความเชื่อของนักบริหารชาวอังกฤษที่ว่าแนวทางดังกล่าวมีประสิทธิภาพ  ประหยัด  และสะดวกที่สุดสำหรับการปกครองอาณานิคมในดินแดนตะวันออกที่ล้าหลัง

เมื่อพิจารณาในด้านลักษณะชีวิตทางสังคม  โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ ICS ในอาณานิคมพม่ามิได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนพื้นเมืองเท่าไหร่นักอันเนื่องมาจากความแตกต่างของประเพณีทางสังคม ความสนใจ  การศึกษา  และโดยเฉพาะภาษา  แต่ก็ปรากฏว่ามีนักบริหารอาณานิคมชาวอังกฤษน้อยมากที่ศึกษาภาษาพม่าอย่างจริงจัง   จากสภาวการณ์เช่นนี้  นักบริหารอังกฤษในอาณานิคมพม่าจึงต้องเผชิญกับความแปลกแยกทั้งจากคนเชื้อชาติเดียวกันและคนต่างเชื้อชาติ

แรงกดดันจากการทำงานและการใช้ชีวิตในดินแดนที่แตกต่างจากแผ่นดินแม่  รวมถึงความรู้สึกเบื้องลึกที่ว่าตนเองเป็นคนแปลกถิ่น  ผลักดันให้ชีวิตทางสังคมหลังเลิกงานและวันพักผ่อนของนักบริหารอาณานิคมชาวอังกฤษและชาวอังกฤษกลุ่มอื่นในพม่ารวมศูนย์อยู่ที่สโมสรเพื่อทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ  เช่น เทนนิส  กอล์ฟ  เต้นรำ  ดื่มวิสกี้  คุยซุบซิบ   กล่าวได้ว่าสโมสรคือศูนย์กลางชีวิตทางสังคมของชาวอังกฤษในพม่าและเป็นสถานที่ซึ่งชาวอังกฤษสามารถรู้สึกว่าได้กลับไปอยู่ในที่ซึ่งพวกตนคุ้นเคย  นั่นคือบ้านที่อังกฤษ

ในความเห็นของ  Collis  ชาวอังกฤษและชาวยุโรปชาติอื่นที่สามารถเข้าเป็นสมาชิกของสโมสรอาจจำแนกได้เป็น  3กลุ่มคือ  เจ้าหน้าที่พอเรือน  เจ้าหน้าที่ทหาร  และพ่อค้า  เขากล่าวว่าพวกเจ้าหน้าที่พลเรือนซึ่งตัวเขาเองเป็นส่วนหนึ่งด้วยนั้นโดยส่วนใหญ่ยินดีที่จะให้มีการรับคนพื้นเมืองเข้าสู่สโมสร  เนื่องจากโยรูปแบบการทำงานแล้ว  เจ้าหน้าที่พลเรือนชาวอังกฤษจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับชาวตะวันออก  เช่น  ชาวอินเดียและชาวจีน  ดังนั้นการได้เห็นชาวพม่าในสโมสรจึงเป็นเรื่องที่ดี  ทว่า  พวกนายทหารและพ่อค้ากลับไม่สนับสนุนความเห็นดังกล่าว Collis  กล่าวว่าชาวอังกฤษที่เป็นพ่อค้าอาจมีเหตุผลทั้งในแง่ของอาชีพและอารมณ์ความรู้สึกอยู่บ้างที่จะผลักดันให้พวกเขายินดีต้อนรับชาวพม่า

ในขณะที่พวกพ่อค้ามีแรงจูงใจน้อยที่จะเชิญชวนชาวพม่าเข้าสู่สมาคมหรือสโมสร  พวกเจ้าหน้าที่ทหารนั้นกลับมีน้อยมากหรือไม่มีเลย   ความที่เป็นกลุ่มคนซึ่งผ่านการฝึกฝนและดำเนินภารกิจเฉพาะทาง  ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารอังกฤษไม่ได้สัมผัสกับชีวิตของชาวพม่า  Collis  กล่าวเชิงเสียดสีว่า  ถ้าคนเหล่านี้ปฏิบัติงานในพม่าเกินเวลา  3 ปีโดยไม่พูดกับชาวพม่าแม้แต่คำเดียว  นั่นก็ไม่ทำให้เกิดความแตกต่างแก่ประสิทธิภาพในงานที่ปฏิบัติ  อาจกล่าวได้ว่าอคติที่มองว่าชาวพม่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยส่งผลให้ชาวอังกฤษทั้งสองกลุ่มมีความเห็นว่าพวกตนไม่มีความจำเป็นต้องสร้างความคุ้นเคยกับคนพื้นเมือง   และนำไปสู่ความรู้สึกไม่ยินดีที่จะรับคนพื้นเมืองเข้าสโมสรหรือสมาคมของชาวยุโรป  ความรู้สึกแบ่งแยกทางชาติพันธุ์ยังเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมเกิดขึ้นคล้ายกันในอาณานิคมด้านตะวันออกของอังกฤษแห่งอื่นๆ

นักบริหารชาวอังกฤษจำนวนหนึ่งจึงโน้มเอียงที่จะยอมรับชีวิตที่จืดชืดนี้ด้วยการยึดมั่นในความเชื่อเกี่ยวกับภาระหน้าที่ของพวกเขาที่มีต่อชาวตะวันออกอุดมการณ์ทางการเมืองและศาสนาที่ต้องการปลดปล่อยคนพื้นเมืองจากความทุกข์ยากและล้าหลังได้สร้างโลกทัศน์ใหม่ที่จะมีอิทธิพลสำคัญต่อการตีความประสบการณ์ที่ได้รับในอาณานิคมแก่คนเหล่านี้

ข้อมูลจาก เอกสารโลกทัศน์และความรู้สึกนึกคิดต่อพม่าและคนพื้นเมืองของนักบริหารอาณานิคมชาวอังกฤษในพม่า ปลายคริสต์ศตวรรษที่19ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่20  โดย ธนภาษ  เดชพาวุฒิกุล


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29