*/
  • SuperGoodGirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2020-10-12
  • จำนวนเรื่อง : 194
  • จำนวนผู้ชม : 59560
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม 2565
Posted by SuperGoodGirl , ผู้อ่าน : 283 , 17:37:44 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไทยเสียแชมป์ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลกไป ราวปี 2555 จากปริมาณที่เคยส่งออกสูงสุดกว่า 6 แสนตัน เหลือเพียง 2 แสนกว่าตันเท่านั้น ตกมาอยู่อันดับที่ 6 ในปีที่ 2564 เป็นรองประเทศอินเดีย เอกวาดอร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และสินค้าเกษตรตัวที่ 2 ที่เราสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจและสถานะแชมป์โลกอีกหนึ่งรายการ คือ ข้าวอันดับ 1 ของโลก ไปเมื่อปี 2561 จนถึงปัจจุบันตกลงมาเป็นอันดับ 3 รองจากอินเดียและเวียดนาม ตามลำดับ จากปริมาณส่งออก 11.23 ล้านตัน เหลือ 6.12 ล้านตัน สินค้าอาหารทั้งสองรายการมีความเหมือนกัน คือ “เสียตำแหน่ง” แต่ก็มีความแตกต่างกันที่ปัจจัยของมูลเหตุ

วันนี้ ขอปักหมุดประเด็นน่าสนใจเรื่องการนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดีย ที่มีการวิพากย์กันกว้างขวาง เพราะเชื่อมโยงกับการเสียแชมป์โลกส่งออกกุ้ง ขณะที่การนำเข้าดังกล่าวทำคนในอุตสาหกรรมเสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ที่ยกมือเห็นด้วยคือห้องเย็น โรงงานแปรรูปและเกษตรกรบางส่วน โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องนำเข้าเพราะวัตถุดิบในประเทศขาดแคลนหนัก กับอีกฝ่ายออกเสียงคัดค้านประกอบด้วยสมาคมกุ้งไทยและเกษตรกรหลายพื้นที่ ด้วยมองการณ์ไกลว่าระยะยาว จะทำลายภาพลักษณ์สินรค้าคุณภาพดีที่ 1 ที่ไทยสั่งสมไว้ และความภักดีในแบรนด์สินค้าของผู้บริโภค (Brand Royalty) มายาวนาน ที่จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของกุ้งไทยในอนาคตด้วย

สืบไปต้นทาง หลังส่งออกกุ้งไทยตกเป็นรองอินเดียและเวียดนาม เพราะโรคระบาดแพร่กระจาย เช่น โรคตัวแดงดวงขาว (WSD) โรค EMS เป็นต้นเหตุทำให้ผลผลิตลดลงต่อเนื่อง ส่งออกเลยร่วงตาม เป็นที่มาของการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ที่มี เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามแต่งตั้ง ขณะที่ เฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง ที่ชื่อเหมือนเจ้ากระทรวงผนึกกำลังกัน นั่งหัวโต๊ะ ร่วมกับ เกษตรกร ชมรม-สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้ง ห้องเย็น และโรงงานแปรรูป (แต่ไม่มีสมาคมกุ้งไทย) เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาและแบบบูรณาการในการแก้ปัญหาด้านโรคกุ้งทะเล โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตกุ้งในประเทศให้ได้ 4 แสนตัน ในปี 2566

อย่างไรก็ตาม ผ่านมา 2 ปี ช่วงโรคกุ้งยังเป็นปัญหาเรื้อรัง เป้าหมายผลิตกุ้งปีนี้ 2.7-2.8 แสนตัน จากที่ฝันไว้ 3 แสนตัน ราคาก็ดีดตัวขึ้น ตามหลักการผลผลิตน้อยความต้องการสูง กระทบห้องเย็นและโรงงานแปรรูปผลผลิตไม่เพียงพอและต้นทุนสูง และอาจผิดสัญญาส่งมอบกับลูกค้าได้ จึงขอมติ Shrimp Board นำเข้าเอากุ้งราคาถูกจากต่างประเทศคือเอกวาดอร์เข้ามาเติมเต็มคำสั่งซื้อ ด้วยเงื่อนไขประกันราคารับซื้อในประเทศในราคาตลาด “ขายผ้าเอาหน้ารอด” หวังผลเฉพาะหน้า

ที่สำคัญ กรมประมง ไม่กระโตกกระตากให้สังคมรับรู้ แต่ดันปล่อยให้สื่อต่างประเทศป่าวประกาศว่าไทยอนุญาตให้นำเข้ากุ้งเอกวาดอร์ 36 ฟาร์ม โดยมีการตรวจสอบรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและยอมรับกันทั้งไทยและเอกวาดอร์ นับว่ารัฐบาลเอกวาดอร์มีเทคนิคการสร้างภาพลักษณ์แบบมืออาชีพในการยกระดับสินค้ากุ้งของตัวเอง โดยเกาะประเทศไทยไว้ ในฐานะประเทศผู้ส่งออกกุ้งคุณภาพสูงและราคาดี “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”

หากมองระยะยาวว่าการนำเข้าครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมให้เอกวาดอร์ขึ้นมาผงาดในตลาดโลกทัดเทียมเรา จากความได้เปรียบทั้งปริมาณการผลิต ต้นทุนที่ต่ำกว่าและราคาที่จูงใจผู้ซื้อมากกว่าไทยแล้ว ขณะที่ดึงกุ้งไทยให้ต่ำลงในสายตาผู้นำเข้าเพราะกุ้งของเอกวาดอร์คุณภาพเป็นรองไทย ความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาเนิ่นนานต้องตกต่ำลง ที่สำคัญการนำเข้าวัตถุดิบกุ้งราคาถูกเข้ามา ใครจะรับประกันว่าจะไม่มีการกดราคาในประเทศไทย

ปัญหาของภาครัฐ คือ ทำไมยังหาทางแก้ปัญหาโรคให้เกิดผลสัมฤทธิ์ไม่ได้ วาระแห่งชาติที่เป็นรูปธรรมควรชัดเจนหากต้องทวงตำแหน่งแชมป์โลกคืน งานวิจัยเพื่อการพัฒนาต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วกับสถาบันการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เพื่อหารูปแบบฟาร์มและวิธีป้องกันโรคที่เหมาะสม และถ่ายทอดให้เกษตรกรนำไปเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” แทนที่จะปล่อยให้ห้องเย็นนำเข้ากุ้งราคาถูกมาผสมกับกุ้งราคาแพงของไทยเพื่อลดต้นทุนการผลิต และสำราญกับผลประโยชน์จนเกิดเป็นความเคยชิน แบบนี้กุ้งไทยก็เดินหน้าไปไม่ถึงฝั่งฝัน ที่สำคัญผู้บริโภคทั่วโลกก็จะลดเกรดกุ้งไปอยู่กลุ่มเดียวกับเอกกวาดอร์ ถึงเวลานั้นสถานะกุ้งไทยคงไม่เหลืออันดับใดๆ ในตลาดโลก./

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.thethaipress.com/2022/73986


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน