*/
  • SuperGoodGirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2020-10-12
  • จำนวนเรื่อง : 193
  • จำนวนผู้ชม : 59276
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม 2565
Posted by SuperGoodGirl , ผู้อ่าน : 324 , 15:29:56 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมูเถื่อนทะลักเข้าประเทศ ขายเกลื่อนราคาถูก 135 บาท/กก. ร้านข้าวแกง-หมูกระทะแห่ซื้อ ชี้เป็นขบวนการใหญ่ทั้งสำแดงเท็จเลี่ยงภาษีผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งลักลอบนำเข้าทางเรือประมง-ด่านชายแดนเพื่อนบ้านมาขึ้นฝั่งที่ภาคใต้ ให้โรงเฉือดสวมใบอนุญาตชำแหละขาย กระทบผู้เลี้ยงในประเทศหนัก โรงเชือดรับซื้อหมูจากฟาร์มลดลง อธิบดีกรมปศุสัตว์บอกขอตรวจสอบข่าวก่อน ยันมีมาตรการเข้มงวดอยู่แล้ว

แหล่งข่าวในวงการผู้เลี้ยงสุกร เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (African Swine Fever) หรือ ASF ขึ้นในประเทศ มีผลทำให้ “แม่พันธุ์หมู” จากทั่วประเทศ 1.1 ล้านตัว (ผลิตลูกหมูหรือ “หมูขุน” ได้ 21-22 ล้านตัว/ปี) เสียหายไปกว่า 50% ทำให้เหลือแม่หมูอยู่ประมาณ 550,000 ตัว และผลิตเป็นหมูขุนได้เพียง 12-13 ล้านตัว/ปี หรือเท่ากับ “ซัพพลาย” หมูหายไปกว่า 10 ล้านตัว ประกอบกับผู้เลี้ยงหมูรายกลางและรายเล็กยังไม่กล้าเสี่ยงที่จะกลับมาเลี้ยงหมูใหม่ เนื่องจากมีอัตราการตายและต้นทุนการเลี้ยงสูง ส่งผลให้ราคาหมูเนื้อแดงในประเทศพุ่งทะยานขึ้นไปใกล้แตะเพดาน 300 บาท/กก.

แต่ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่ “ผิดปกติ” ขึ้นในวงการผู้เลี้ยงหมู เนื่องจากราคาหมูชำแหละได้ลดต่ำลงอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้ง ๆ ที่การเลี้ยงหมูยังไม่ฟื้นตัวจากการระบาดของโรค ASF ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างวิพากษ์วิจารณ์และพยายามหาสาเหตุที่ราคาหมูลดลง

จนพบว่า ปัจจุบันเกิดกระบวนการ “ลักลอบ” นำเข้าหมูชำแหละและเครื่องในเถื่อนจากต่างประเทศ โดยเป็นกระบวนการที่ใหญ่โตมาก เพราะหมูชำแหละเถื่อนที่ไม่มีที่มาที่ไประบาดไปตามตลาดต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว โดยเนื้อหมูเถื่อนเหล่านี้จะสังเกตได้ว่า มีการจำหน่ายในราคาต่ำประมาณ กก.ละ 135-145 บาท และยังพบว่า มีโรงเชือดซื้อหมูเนื้อแดงเถื่อน ไปสวม “ใบอนุญาต” ส่งขาย มีกำไรดีกว่ารับซื้อหมูจากเกษตรกรไปเชือดเอง

“หมูเถื่อนเหล่านี้บรรจุเป็นกล่องมาในตู้คอนเทนเนอร์ ระบุต้นทางมาจากประเทศเยอรมนี สเปน ส่วนใหญ่มาขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมทำเอกสารสำแดงเท็จ จะระบุเป็นปลา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจเรื่องโรคระบาดและหลบเลี่ยงการขอใบอนุญาตขนย้ายซากสัตว์จากกรมปศุสัตว์ เมื่อนำเข้ามาได้แล้วก็จะกระจายนำไปฝากห้องเย็นเดือนละไม่ต่ำกว่า 1,000 ตู้ ทั้งที่จังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม สมุทรปราการ และห้องเย็นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

และล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 มีการนำเข้ามาเป็นจำนวนมาก วางขายกันเกลื่อนตลาดในร้านขายหมูหรือช็อปหมูที่เปิดขายกันทั่วประเทศ จนส่งผลกระทบต่อราคาหมูมีชีวิตที่ฟาร์มของเกษตรกรไปเข้าโรงเชือดลดลงจำนวนมาก” แหล่งข่าวกล่าว

โรงเชือดนำหมูเถื่อนสวมใบอนุญาต

ส่วนข้อสงสัยที่ว่า ทำไมหมูเถื่อนเหล่านี้จึงสามารถจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าหมูชำแหละในประเทศนั้น เป็นเพราะต้นทุนต่อหน่วยในการเลี้ยงหมูต่างประเทศต่ำกว่าไทย เพราะเลี้ยงเป็นจำนวนมาก โดยต้นทุนหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มตกประมาณ 40 บาทต่อ กก. ยิ่ง “เครื่องใน” ยิ่งแทบไม่มีราคา เพราะคนไม่นิยมบริโภคกลายเป็นส่วนเกินที่ทิ้ง ส่งผลให้ผู้ลักลอบนำเข้าหมูเสียค่าใช้จ่ายเพียงค่าขนส่งมาถึงไทยเท่านั้น เปรียบเทียบกับเกษตรกรไทยมีต้นทุนการเลี้ยงหมูอยู่ที่ 93-98 บาทต่อ กก.

ตอนนี้เกษตรกรขายหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม 104-110 บาท/กก. เมื่อซื้อหมูมาเข้าโรงเชือด จะมีต้นทุนค่าเชือดต่าง ๆ จะตกประมาณ 200-210 บาท ซึ่งในหมู 1 ตัว มีเนื้อแดงเพียง 50-55% ที่เหลือเป็นเครื่องใน ขณะที่ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดแต่ละภาคขายเฉลี่ยประมาณ 170-230 บาท/กก. ดังนั้นการที่โรงเชือดซื้อหมูเนื้อแดงเถื่อนมาสวมใบอนุญาตจึงได้กำไรดีกว่า ไม่ต้องถัวเฉลี่ยราคาเครื่องในที่ขายได้ในราคาต่ำ

“การที่กรมปศุสัตว์แถลงจับหมูเถื่อน-ไก่เถื่อนได้นั้น เป็นแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ยืนยันว่า มันมีกระบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนเกิดขึ้นจริง แต่มันใหญ่โตกว่าที่จับได้มาก มีการพูดกันถึงขั้นที่ว่า สามารถนำเข้าหมูเถื่อนได้ไม่ยาก เพราะมีการเคลียร์สิ่งที่เรียกกันว่า “เคลียร์ค่าตู้แล้ว” จึงมีหมูเถื่อนราคาถูกกว่าปกติมาวางจำหน่ายในตลาดทั่วไปได้ง่าย ๆ ผ่านทางเครือข่ายห้องเย็นทั่วประเทศ” แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกต

ซากหมูดัมพ์ตลาดภาคเหนือ

ด้านนายสุนทราภรณ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือปกติปริมาณการเลี้ยงหมูจะไม่เพียงพอต่อการบริโภค จะมีการส่งหมูจากพื้นที่ภาคกลางขึ้นมาขาย ปกติหมูมีชีวิตเข้ามาเชือดในพื้นที่ประมาณ 2,000-3,000 ตัวต่อเดือน และมีการนำเข้าซากหมูหรือหมูที่เชือด โดยมีใบอนุญาตถูกต้องเข้ามาประมาณ 2-3 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน แต่สมาคมมีข้อน่าสังเกตว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 มีการนำเข้า “ซากหมู” ที่มีใบอนุญาตขนย้ายถูกต้องขึ้นมาทางภาคเหนือเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านกิโลต่อเดือน ส่งผลกระทบทำให้กระทบยอดขายหมูมีชีวิตในฟาร์มเริ่มช้าลง 30%

“เราไม่รู้ว่าหมูที่เข้ามาจะเป็นหมูเถื่อนหรือไม่ เพราะหมูที่เข้ามาทั้งหมดมีใบอนุญาตระบุถูกต้อง แต่เป็นซากหมูจำนวนมากที่เข้ามาตีตลาดในภาคเหนือ โดยขายกันในราคา 230 บาทต่อ กก. ส่งผลทำให้เกษตรกรขายหมูได้น้อยลง เช่น เขียงเคยเข้ามาจับ 3 ตัวต่อวันก็จับเหลือเพียง 1-2 ตัวต่อวัน

โดยราคาขายหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มในพื้นที่ภาคเหนือราคาประมาณ 110 บาท/กก. ทำให้ผู้เลี้ยงต้องเลี้ยงหมูที่ยังขายไม่ได้ต่อไป และเริ่มสะสมน้ำหนักเกิน 100 กก. ต้นทุนการเลี้ยงยิ่งสูงขึ้น หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้หวั่นเกรงจะกระทบต่อราคาขายจะเริ่มลดลง แต่ในกลุ่มผู้เลี้ยงรายใหญ่คุยกันพยายามตรึงราคาไว้ไม่ให้ลง เพราะต้นทุนการเลี้ยงสูง เพราะการเลี้ยงให้รอดจากโรค ASF ยาก ต้นทุนค่าอาหารสัตว์ก็สูง

ร้านอาหารชี้มาจากภาคใต้
พร้อม ๆ กันนี้มีรายงานข่าวจากวงการธุรกิจร้านอาหารเข้ามายืนยันอีกด้วยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นภาพการ “ลักลอบ” นำเข้าเนื้อหมูเถื่อนเข้ามาจำหน่ายในตลาดภายในประเทศ โดยมีต้นทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ขนส่งผ่านทางเรือประมงและด่านชายแดนในภาคใต้

โดยเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้ามาจะเป็นหมูชำแหละแช่แข็ง มีโรงพักหมูอยู่ที่จังหวัดใหญ่ ๆ เพื่อส่งกระจายต่อไปตามแหล่งต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และขายถูกมากในราคา กก.ละ 100-120 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้า เจ้าของเขียงหมู ตามตลาดนัดจากหลาย ๆ พื้นที่รับไปจำหน่ายต่อ เพราะเนื้อหมูที่แช่แข็งมาละลายน้ำ ถ้าไม่สังเกตให้ดีจะคล้าย ๆ “หมูสด” ทั่วไป

“ลูกค้าหมูเถื่อนจะเป็นร้านอาหารรายเล็ก ๆ บางแห่ง เช่น ร้านข้าวราดแกง ร้านหมูกระทะ ที่ซื้อมาเพื่อประกอบอาหารเพราะต้นทุนถูกกว่าการซื้อหมูเขียงตามปกติที่ราคา กก.ละ 200 กว่าบาท ประกอบกับมีบางช่วงที่หมูของผู้เลี้ยงในประเทศโตไม่ทันความต้องการ จึงหันไปซื้อหมูจากการลักลอบนำเข้าในลักษณะนี้” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้หมูเถื่อนดังกล่าวเชื่อกันว่า เป็นหมูที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการเลี้ยงที่ต้นทุนต่ำ และเป็นหมูที่ตายแล้วหรือเป็นหมูที่น็อก อาจทำให้เนื้อหมูไม่สดและอาจมีการปนเปื้อน และอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคได้

อธิบดีบอกขอตรวจสอบก่อน

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามเรื่องหมูเถื่อนลักลอบนำเข้าไปยังนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพียงว่า “ขอตรวจสอบก่อนว่ามีการรายงานประเด็นดังกล่าวจริงหรือไม่” พร้อมกับยืนยันว่า กรมปศุสัตว์มีมาตรการตรวจสอบเข้มงวดในการนำเข้าซากสัตว์และการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และชิ้นส่วนที่ผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ที่ไม่มีเอกสารการเคลื่อนย้ายหรือขออนุญาตหรือโดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าอื่น ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์พร้อมหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบ รายงานและดำเนินการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง
โดยหากพบกระทำความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกรมปศุสัตว์กับกรมศุลกากร เรื่องปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีที่มีการจับกุมดำเนินคดีลักลอบนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร ผ่านด่านศุลกากร “กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสอบคุมเข้มป้องกันการลักลอบนำเข้า ทำลายแหล่งเนื้อเถื่อน และลงโทษผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ได้ตรวจสอบห้องเย็นเพื่อกันการกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง”

ส่วนการนำเข้าหมูล่าสุดระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2565 ปรากฏมีการนำเข้าเนื้อหมู/ส่วนอื่นของหมูปริมาณ 43,626.79 ตัน มูลค่า 1,224.60 ล้านบาท, ขาหมูหมักเกลือปริมาณ 76.07 ตัน มูลค่า 29.78 ล้านบาท, ผลิตภัณฑ์สุกร ปริมาณ 443.71 ตัน มูลค่า 110.05 ล้านบาท และชิ้นส่วนอื่นของสุกร ปริมาณ 43,107.02 ตัน มูลค่า 1,085.37 ล้านบาท

https://www.prachachat.net/local-economy/news-1016107


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน