|
มหกรรมกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ เริ่มต้นแข่งขันกันครั้งแรกในปี 1896 (พ.ศ.2439) โดยกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ มี 14 ชาติเข้าร่วม จากนั้นคนไทยต้องรอกันอีกถึง 56 ปี จึงจะมีการส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมชิงชัยเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันครั้งที่ 15 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อปี 1952 หรือหลังจากที่มีการก่อตั้งคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยขึ้นมา 4 ปี

ครั้งนั้นไทยส่งกรีฑาไปร่วมแข่งขันเพียงชนิดเดียว โดยนักกีฬาประกอบไปด้วย พงศ์อำมาตย์ อำมาตยกุล, กำธร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, สมภพ สวาทะนันท์, อรุณ แสนโกสิก, สอ้าน ชำนิการ, อดุลย์ วรรณสถิต, บุญเติม ขวัญเจริญ, ปัจจัย สมาหาร, บุญเติม พรรคพ่วง, พยนต์ มหาวัจน์ และ สถิตย์ เลี้ยงถนอม หลังจากนั้นก็ส่งนักกีฬาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา โดยเป็นนักกีฬาชายล้วนๆ กระทั่งการแข่งขันครั้งที่ 18 ในปี 1964 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จึงส่งนักกีฬาหญิงเข้าร่วมเป็นครั้งแรก โดยหญิงเหล็กรุ่นบุกเบิกของไทยในโอลิมปิก มีจำนวน 7 คน ประกอบด้วย บุษบง ยิ้มพลอย, กุศลวรรณ โสรัจจ์ (ไชยสาม), ปราณี กิตติพงษ์พิทยา, จินดา คล้ายใจ (จาฎามาระ), ปรียา เดชดำรงค์, พิพาพรรณ ลีนะเสน และ สำรวย จรางกูร
หากเปรียบเทียบกับการเตรียมนักกีฬาในทุกวันนี้ ที่นักกีฬาหลายคนออกมาบ่นว่า ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเพียงพอ ย้อนอดีตไปในยุคก่อนคงต้องบอกว่า แทบไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรเลย นักกีฬากินกันเอง อยู่กันเอง ซ้อมกันเอง เรียกว่า "อยู่กันด้วยใจ" ล้วนๆ
พ.อ.(พิเศษ) มนัส บำรุงพฤกษ์ อดีตนักวิ่ง 200 เมตร และ 4x100 เมตร ที่ร่วมทีมชาติไทย ไปร่วมกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 16 ที่เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย หรือครั้งที่ 2 ที่ไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมโอลิมปิก ย้อนอดีตให้ฟังว่า แม้การเตรียมนักกีฬาจะไม่สะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ แต่สิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจแก่นักกีฬาไทยทุกคนก็คือ การได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับพระบรมราโชวาท ซึ่งในหลวงได้พระราชทานเหรียญที่ระลึกติดเสื้อเบลเซอร์ให้คณะนักกีฬาไทยทุกคน
"วันที่ 22 พฤศจิกายน 2499 มีพิธีเปิดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ชมหลายหมื่นคน เรา (นักกีฬาไทย) ทุกคนที่ร่วมเดินพาเหรดในพิธีเปิดล้วนหัวใจพองโต เก็บภาพประทับใจนี้ไปคุยกันได้อีกนานเท่านาน" ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมาคงไม่ต้องพูดถึง นักกีฬาไทยนัดกันแพ้กราวรูด เก็บเสื้อผ้ากลับบ้านก่อนพิธีปิดการแข่งขันกันถ้วนหน้า
"โอ๊ย! จะไปสู้มันได้ยังไง อย่างผมวิ่ง 200 เมตรรอบคัดเลือก อยู่กับพวกยุโรป ผมวิ่ง 2 ก้าว มันวิ่งก้าวเดียว สับตามยังไงก็ไม่ทันหรอก..." พ.อ.(พิเศษ) บำรุง เล่าประสบการณ์ให้ฟังอย่างอารมณ์ดี แม้นักกีฬาไทยจะแพ้ในวันนั้น แต่ทุกคนก็ยังรอว่า สักวันหนึ่งเราจะชนะ ได้เหรียญรางวัลคล้องคอกลับบ้านบ้าง ส่วนจะรอกันนานขนาดไหน โปรดติดตามตอนต่อไป...
|