• PATRIX
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aphichaj@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 3695
  • จำนวนผู้โหวต : 67
  • ส่ง msg :
PATRIX
คิดเชิงกฎหมาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/PATRIX
วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม 2550
ล่อซื้อประเวณี
Posted by PATRIX , ผู้อ่าน : 314 , 09:29:59 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผู้จัดการออนไลน์ – สาวบริการรุมกรี๊ดใส่หน้าตำรวจ ทนไม่ได้ภาพตำรวจไล่จับสาวบริการเปลือยกายประจานหราหน้าหนังสือพิมพ์หัวสี เอ็นจีโอรุมจวกซ้ำล่อซื้อประเวณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ถือเป็นการเข้าข่ายร่วมกระทำผิด ล่อลวง-ยั่วยุให้กระทำผิด เลือกปฏิบัติ เปิดช่องให้ตร.นำไปใช้ในทางไม่ชอบ ย้ำให้ทบทวนหาวิธีการใหม่ที่เคารพสิทธิของสาวบริการ โฆษกตำรวจยอมรับภาพอุจาด ตำรวจเสียภาพลักษณ์ ยัน ผบ.ตร.ออกกฏเหล็ก 4 ข้อ คุมเข้มการเสนอภาพการจับกุมแล้ว รับรองไม่เกิดกรณีนี้ขึ้นอีก
 
 
 
 สืบเนื่องจากกรณีการเสนอภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.น.8 ล่อซื้อบริการหญิงสาวชาวจีนที่โรงแรมทาวเวอร์อินน์ ย่านเจริญนคร โดยเปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพคาหนังคาเขาขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งไล่จับสาวค้าบริการขณะกำลังเปลือยกาย ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการนำภาพดังกล่าวเผยแพร่ในสื่อเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา ไม่เหมาะสมและหมื่นเหม่ต่อสิทธิมนุษยชน
 
 
 
 วันนี้ (29 ม.ค.) องค์กรของพนักงานบริการเอ็มพาวเวอร์ ร่วมกับองค์กรสตรีและสิทธิมนุษยชน 16 องค์กร จัดสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบของนโยบายล่อซื้อการค้าประเวณี” โดยมีตัวแทนองค์กรต่างๆเข้าร่วมฟังการสัมมนา รวมทั้งมีการเชิญตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถานีตำรวจ สน.ลุมพินี บางรัก และปทุมวัน เข้าร่วมการสัมมนาด้วย
 
 
 
 นอกจากนี้ยังมีหญิงขายบริการทางเพศเข้าร่วมฟังสัมมนา และได้กล่าวแสดงความรู้สึกต่อกรณีดังกล่าวด้วย โดย “พันตา”(สงวนนามสกุล) หญิงขายบริการทางเพศจาก จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนเองมีความเข้าใจว่าตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณีดังกล่าวสร้างความตะขิดตะขวงใจแก่ผู้หญิงเป็นอันมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงไทยไม่มีความปลอดภัย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพก็ตาม
 
 
 
 อาภา ชื่นชอบ หญิงบริการจาก อ.แม่สาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควรมีวิธีการจับกุมที่ดีกว่านี้ หรือหากจะมีการล่อจับกุมก็ควรให้โอกาสหญิงบริการได้ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยเสียก่อน ในฐานะผู้หญิงไม่อยากเห็นภาพเหล่านี้อีก เพราะสะเทือนใจ
 
 
 
 “สิริพร” สาวบริการจากกรุงเทพฯ กล่าวว่า ตำรวจพูดถูกที่กล่าวว่าประชาชนบางคนไม่รู้กฎหมาย จำเป็นต้องมีการเสนอข่าวเชิงป้องปราม แต่ขณะเดียวกันตำรวจก็ย่อมรู้ว่าอะไรถูกกฎหมาย อะไรผิดกฎหมาย อะไรที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อะไรที่ไม่ถือเป็นการละเมิด กรณีดังกล่าวหญิงสาวที่ถูกจับกุมอาจไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนเองถูกละเมิด แต่เจ้าหน้าที่รู้ จึงอยากขอร้องว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจต้องคำนึงถึงกฎหมายและสิทธิความเป็นมนุษย์ด้วย
 
 
 
 ด้านนางจันทวิภา อภิสุข จากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ กล่าวว่า หนึ่งเดือนก่อนหน้าที่จะเกิดการเสนอภาพตำรวจล่อซื้อบริการทางเพศสาวจีนในครั้งนี้ เคยมีการเสนอภาพข่าวในลักษณะเดียวกันมาแล้ว โดยเป็นเหตุการณ์ตำรวจล่อซื้อบริการหญิงชาวอุซเบกิสถาน ที่โรงแรมเกรซ ถ.สุขุมวิท ซึ่งทางมูลนิธิก็ได้เข้าพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 เพื่อขอให้พิจารณากรณีดังกล่าว แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันขึ้นอีก ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ถูกกระทำ เป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ละเมิดกฎปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และละเมิดรัฐธรรมนูญกฎหมายว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ วิธีการจับกุมของตำรวจโดยการล่อซื้อ ซึ่งมีมานานแล้ว ยังถูกมองว่าเป็นวิธีการที่ไม่สุจริต ทำให้เจ้าหน้าที่ล่อซื้อเสมือนเป็นหนึ่งผู้ร่วมกระทำผิด จึงขอเสนอให้ทบทวนนโยบายการซื้อล่อประเวณี และหาแนวทางกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และสร้างความเข้าใจแก่สังคมว่า การละเมิดทางเพศสตรีเป็นความผิดตามกฎหมาย
 
 
 
 นายวสันต์ พานิชย์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เมื่อพูดถึงความเท่าเทียมกัน หญิงขายบริการทางเพศจะต่างชาติหรือสาวไทยก็ย่อมได้รับความคุ้มครอง สาวบริการต่างชาติก็ต้องไม่ถูกกระทำแตกต่างจากสาวไทย และกรณีการเสนอภาพดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักสิทธิ เพราะสาวบริการอาจสมัครใจที่จะขายบริการ แต่ไม่ได้สมัครใจที่จะถูกประจานลงในสื่อขณะที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า นอกจากนี้ การล่อซื้อยังเข้าข่ายเป็นการเลือกปฏิบัติ และถือเป็นการล่อให้กระทำผิด โดยการยั่วยุ ล่อลวงให้กระทำผิด ซึ่งกลายเป็นการเปิดช่องทางให้ตำรวจนำไปใช้ในทางที่ไม่ชอบ
 
 
 
 “วิธีการล่อซื้อใช้ได้กับสาวบริการ หากเป็นผู้ชายที่ขายบริการทางเพศบ้างแล้ว ตำรวจจะใช้วิธีการไหนให้ตำรวจหญิงไปล่อซื้อประเวณีชายก็คงไม่ใช่ กลายเป็นสองมาตรฐานอีก นอกจากนี้การล่อซื้อยังถือเป็นการล่อให้เขากระทำผิดก็ได้ เพราะวันเวลาดังกล่าว เขาอาจจะไม่ได้ต้องการกระทำผิดหรือขายบริการในวันนั้น แต่ถูกตำรวจมาล่อและยั่วยุให้ขาย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย” นายวสันต์ กล่าว
 
 
 
 นายนิวัติ กองเพียร ตัวแทนจากสื่อมวลชน กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นหากตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์และถ่ายรูปออกมาเสนอข่าว ทั้งที่ตำรวจมีสิทธิที่จะปฏิบัติการในทางลับได้ และมีสิทธิห้ามช่างภาพในการถ่ายภาพและห้ามการคัดเลือกเสนอภาพได้ด้วย แต่ตำรวจก็ไม่ทำ นอกจากนี้ ถึงจะใช้วิธีการล่อซื้อประเวณีเพื่อเป็นหลักฐานดำเนินคดี ก็ไม่จำเป็นต้องถ่ายขณะที่ล่อแหลมขนาดนั้น สามารถรอให้ผู้หญิงใส่เสื้อผ้าก่อน ควรให้เกียรติในความเป็นคน และปัญหาโสเภณีไม่มีทางแก้ได้ด้วยการกวาดจับหรือการบังคับใช้กฎหมาย โสเภณีมีมาตั้งแต่อดีตและเป็นปัญหาโลกแตก ควรจัดการให้หญิงขายบริการอยู่ได้ในสังคมที่มือถือสาก ปากถือศีล เพราะโสเภณีไม่มีทางหมดไปจากโลก
 
 
 
 “ปัญหาของตำรวจและสื่อมีพอๆกัน ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร รูปที่สื่อได้ไป ถ้าตำรวจไม่อนุญาต สื่อก็ไม่มีทางได้ และสื่อเองก็ต้องดูว่าพิจารณาคัดเลือกรูปที่เหมาะสมหรือไม่ หรือพอใจแต่จะเอารูปที่โป๊ที่สุด เปลือยที่สุด อุจาดที่สุด” นายนิวัติ กล่าว
 
 
 
 ด้านพล.ต.ต.พงศ์พิศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความกังวลต่อกรณีที่เกิดขึ้น แต่หากไม่จับกุมผู้ค้าประเวณีก็จะมีผลกระทบอีกด้านหนึ่งตามมา การเสนอภาพดังกล่าว ผบ.ตร.ได้รับทราบและได้รับการร้องเรียนมามากมาย ซึ่งท่านก็เห็นด้วยกับทุกฝ่ายว่าภาพที่ออกมาไม่สวย แม้ตำรวจจะสามารถล่อซื้อโสเภณีได้ 200-300 คน แต่ก็ไม่คุ้มกับภาพลักษณ์ของตำรวจที่เสียไป และผบ.ตร.ได้สั่งการตั้งแต่วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ไปยังทุกหน่วยงานและสถานีตำรวจทั่วประเทศ ต่อกรณีดังกล่าว 4 ข้อ คือ 1.การเข้าล่อซื้อถือเป็นความลับในการฏิบัติหน้าที่เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยตรง 2.การเสนอข่าวเชิงป้องปรามต่อสื่อ ให้พิจารณาเฉพาะที่เป็นประโยชน์จริงๆ 3.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด สำหรับผู้บังคับบัญชาให้กวดขันผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก มิเช่นนั้นให้พิจารณาลงโทษ และ 4 อย่างไรก็ดี นโยบายการป้องปรามโสเภณีต่างชาติและการค้าประเวณีเด็ก ยังเป็นนโยบายที่สำคัญซึ่งตำรวจต้องปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
 
 
 
 “ภาพที่เกิดขึ้น เรายอมรับว่าไม่เหมาะสม ทำให้เกิดผลกระทบต่อตำรวจโดยส่วนรวม ซึ่งจากคำสั่งของ ผบ.ตร.ทั้ง 4 ข้อข้างต้น ทำให้เชื่อว่าจะไม่มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก นอกจากภาพที่ตำรวจต้องใช้เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ปรากฏตามสื่ออย่างแน่นอน” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว
 
 
 
 นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวสรุปว่า บางครั้งการเสนอข่าวของตำรวจต้องการเสนอในแง่ป้องปราม ดังนั้นจึงสื่อให้ประชาชนรับรู้ถึงการจับกุม เรื่องการเสนอข่าวเพื่อแสดงผลงานของตำรวจเป็นส่วนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วต้องการให้ประชาชนเห็นว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิดกฎหมาย เพราะยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้กฎหมาย
 
 
 
 พ.ต.อ.ประวิทย์ เลขะวณิช ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า เขตสน.ลุมพินีมีปัญหาโสเภณีมากที่สุด และที่ผ่านมาตำรวจก็ใช้วิธีการละมุนละม่อมในการจับกุม รวมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ข่าวที่เกิดขึ้นบางครั้งก็สร้างความน้อยใจให้แก่เจ้าหน้าที่ การล่อซื้อประเวณีนั้นสามารถใช้วิธีการอื่นได้ เพราะกฎหมายบัญญัติว่า การค้าประเวณีหมายถึง การยอมรับเพื่อมีเพศสัมพันธ์โดยมีสินจ้าง ดังนั้นการยอมรับ จึงไม่จำเป็นต้องล่อซื้อแล้วต้องมีการเปลือยกาย หลับนอน เพียงแต่ตอบตกลงด้วยวาจา ติดต่อ ติดตาม มีการรับเงิน ก็เพียงพอแล้ว
 
 
 
 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว ผกก.สน.บางรัก กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเกิดจากพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ระบบ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกฏระเบียบเรื่องการจับกุมไว้ชัดเจนแล้วว่า ในการที่เจ้าพนักงานจะจับกุมผู้ใดนั้น ตามปกติก็ต้องใช้วิธีจับโดยแจ้งให้เขาทราบว่าเขาถูกจับกุมแล้ว และสั่งให้ผู้ถูกจับกุมไปยังสถานีตำรวจพร้อมกับผู้จับกุม ดังนั้น ตำรวจไม่จำเป็นต้องไปล่อซื้อแล้ววิ่งไล่ปล้ำขนาดภาพที่ปรากฏ เพราะเขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ไม่สามารถวิ่งหนีออกไปข้างนอกได้อยู่แล้ว เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ดังนั้น การล่อซื้อยังมีความจำเป็นกรณีที่สาวบริการถูกล่อลวง แต่ก็ต้องมีขอบเขตว่าอย่างไรจึงจะไม่ถือเป็นการละเมิด
 
 
 
 “ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ตำรวจต้องถูกตำหนิ เพราะถ้าตำรวจไม่บอก สื่อก็ไม่มีทางไปถ่ายภาพได้ ตำรวจบางคนทำให้ทั้งหมดตกเป็นจำเลย น่าจะสั่งย้ายไปอยู่ภูธรให้ในส่วนปศุสัตว์ตำรวจ ให้ไปไล่จับหมู จับปลา เพราะความโง่เง่าเต่าตุ่นของตัวเองคนเดียวแท้ๆ ทำให้ทุกคนเสียหายไปด้วย” พ.ต.อ.ไกรเลิศ กล่าว
 
 
 
 ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์
 http://www.manager.co.th/cgi-bin/viewNews.asp?

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
Hi...Insider วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 21.40 น.
http://www.oknation.net/blog/ForSiam

หากสนใจกรณี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เชิญอ่านข้อมูลอีกด้านที่นี่ด้วยครับ เพราะเรื่องมันยาว......http://www.oknation.net/blog/ForSiam

บทที่ ๑๓ กลยุทธของโจรพูโล


อยู่มาวันหนึ่ง ผมได้ต้อนรับชายวัย ๔๐ ชาวตรัง ชื่อประทีป เป็นวิศวกรเครื่องจักรกล มาสมัครงานตำแหน่ง "นายช่างควบคุมการติดตั้งเครื่องจักร" ผมกำลังอยากได้อยู่พอดี จึงรีบรับสมัครและบรรจุงาน ให้ลงมือทำงานในวันรุ่งขึ้น

ตอนแรกๆ นายช่างประทีป จะไม่ค่อยมีเวลาว่าง เพราะงานเร่งเหลือเกิน ขนาดว่าวิ่งแล้วนะ ยังไม่ทันใจเลย นายช่างประทีปทำงานอยู่กับนายช่างประกอบ จงคณารักษ์ ผมเข้าไปแจมด้วยเป็นครั้งคราว ทำให้ผมได้ทำงานร่วมกันจึงใกล้ชิดสนิทสนมภายในเวลาอันรวดเร็ว

พอเขารู้จักชื่อผม เขาร้องอ้อ...อาจารย์นี้เอง ที่เขียนเจ้าพ่อกรรมกรในฟ้าเมืองไทย ผมตามอ่านจนกระทั่งฟ้าเมืองไทยเลิกไป แล้วเขาก็ถามหาคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ และคำพูน บุญทวี ผมบอกว่า "ท่านอาจินต์ ปัญจพรรค์" ท่านยังเขียนหนังสืออยู่ วงการนักเขียนถือว่าท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนคำพูน บุญทวี...กลายเป็นคนบุญหมด...ล้มหายตายจากไปนานแล้ว

"ตอนนี้อาจารย์สะอาดเขียนอยู่หรือเปล่ามิทราบครับ..?

ผมบอกว่าผมไม่มีเวลาเขียน"คุณก็เห็นมีแต่งานกับงาน จะเอาเวลาจับปากกาที่ไหนได้"


ผมจำเป็นต้องโกหก ไม่ได้บอกให้เขารู้ว่าผมใช้นามปากกาอื่นเขียนเรื่องภาคใต้

อีก ๑๐ วันต่อมา...ผมถือโอกาสสอบถามความเห็นนายช่างประทีปว่าเขารู้สึกอย่างไรกับการก่อการร้ายที่กำเริบเสิบสาน ทำยังกะบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป นายช่างประทีปพูดไม่กี่คำ แต่กินใจความมาก..เขาพูดว่า "รัฐบาลถูกหัวหน้าโจรพูโลนั่งอยู่ใกล้ๆ หลอกกินตับ...เสียรู้โจร ถูกฆ่าตายรายวัน ยังมีหน้า มาพูดว่าแก้มาถูกทางแล้ว..." พูดแล้วสะบัดหน้าพรืด...มีอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

ฟังคำตอบแล้ว...เชื่อเลย...เขาพูดจากใจจริง พูดตรงประเด็นเป๊ะ คำพูดของเขากลั่นออกมาจากใจ เห็นได้จากใบหน้ามีแววฉุนลึก


ในสัปดาห์นั้น ผมหาโอกาสนัดกับเพื่อนเก่าแก่สมัยทำงานด้วยกันที่ ยูโนแคล เขาเป็นคนพื้นที่มาตั้งแต่เกิด ภรรยาก็เป็นคนพื้น เขาคนนี้ได้เล่าระเอียดยิบเกี่ยวกับ "กลยุทธ์" ของพวกโจรพูโลให้ฟัง ท่านผู้นี้รู้ดีว่าผมเป็นคนเขียนหนังสือ เพราะเขารู้จักอดีตอันยาวนานของผม

เขาเล่าแบบไม่ปิดบังเลย




กลยุทธ์ที่ ๑...ทำอะไรก็ได้ ทำให้พี่น้องมุสลิมเกลียดคนไทย เอาให้เกลียดถึงกระดูกดำ ดังนั้น การฆ่าแล้วโยนความผิดให้ตำรวจ ถ้าโยนไม่ได้ ก็จะกล่าวโทษคนที่


ถูกฆ่าตายว่าทรยศต่อพวกเดียวกัน สมควรตาย


กลยุทธ์ที่ ๒...โจรพูโล วางแผนสร้างนักรบมายาวนาน พวกอุสตาส(ครูสอนศาสนา) รับหน้าที่อบรมสั่งสอนจิตสำนึก แล้วคัดเลือกคนส่งต่อให้หน่วยเหนือของเขา หาทางส่งไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศทั้งโดยเปิดเผยภายใต้การสนับสนุนของรัฐ และแอบไปรับการฝีกแบบใต้ดินหลักสูตรให้เก่งภาษาอาหรับจบแล้วให้ทางการ (ไทย) รับรองปริญญาตรี เมื่อกลับถึงประเทศไทยจะได้รับราชการบริหาร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนักรบหนุ่ม(และสาว) กำลังฝีกอบรมอยู่ต่างประเทศ พ่อแม่จะได้รับเงินกองทุนช่วยเหลือครอบครัว จะไม่ให้ได้รับความลำบาก


กลยุทธ์ที่ ๓...สร้างนักการเมืองในทุกระดับ ส่งลงเลือกตั้งทุกพรรคการเมือง ทั้งใน ๓ จังหวัดภาคใต้และทั่วประเทศ กระจาย "นักการเมือง" ออกไปทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด เพื่อการยึดหัวหาดเบ็ดเสร็จสร้างอำนาจต่อรองให้มีกำลังมากขึ้น


กลยุทธ์ที่ ๔...ประสานงานกับองค์กรมุสลิม มีการเดินทางไปมาหาสู่เชื่อมสัมพันธไมตรี ผูกมิตร แล้วถือโอกาสเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จกล่าวหาประเทศไทยของตัวเอง โดยบอกให้สังคมภายนอกเข้าใจผิด คิดว่าปัตตานีตกเป็นเมืองขึ้นของไทย ในกลยุทธ์ตัวนี้ โจรพูโลไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะทะเบียนเมืองขึ้นของโลก ไม่มีรายชื่อประเทศปัตตานีโจรปัตตานี จึงหันไปให้ข้อมูลเท็จ ฆ่ากันเองแล้วหาว่าถูกอุ้ม ไม่มีใครรังแกก็หาว่ารังแก ไม่ยอมทำงานอะไรเลย ก็หาว่ารัฐบาลเอาใจใส่แต่พวกพุทธ ปล่อยทิ้งมุสลิมไม่ใยดี


กลยุทธ์ที่ ๕...สร้างสุเหร่าให้มากเข้าไว้ แม้ว่าบางหมู่บ้านจะมีอิสลามเพียงครอบครัวเดียวก็สามารถ "หาเงินมาสร้างสุเหร่าได้" แล้วก็ออกข่าวเสมอว่า จำนวนประชากรของมุสลิมในประเทศไทย มีมากเป็นอันดับสองของประเทศพูดให้มากเข้าไว้


กลยุทธ์ที่ ๖...ออกวารสารและนิตยสารภายในที่ไหนก็ตาม เนื้อหาจะต้องสะท้อนปัญหาของอิสลามทั่วโลก แล้วดึงมาลงว่าประเทศไทยก็มีปัญหาไม่หย่อนไปกว่ากันพร้อมกับได้สนับสนุนให้ปัญญาชนออกมาทำสื่อให้มากขึ้น สร้างองค์กรประชาชนด้านนี้ เพื่อการเผยแพร่ให้กว้างขวาง


กลยุทธ์ที่ ๗...ได้รับผลกระทบอะไรเล็กน้อยก็ตาม ให้โวยวายทันที


กลยุทธ์ที่ ๘...จัดตั้งกองกำลังส่วนหน้า กองหนุน และจัดตั้งแนวร่วมให้กระจายครบ ๕ จังหวัด แต่ให้เน้นที่ ๓ จังหวัดก่อน ถ้าได้ยินเสียงบอกกล่าวให้ระดมผู้คนไม่ว่ากรณีใดๆ ให้จัดการระดมคนภายใน ๓ ชั่วโมงเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ให้ระดมได้ทันที หมู่บ้านไหนไม่ให้ความช่วยเหลือ จะถูกขึ้นบัญชีดำ


กลยุทธ์ที่๙...เป้าหมายคือแบ่งแยกดินแดน แต่เวลาแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม จะไม่บอกแม้แต่ประโยคเดียวว่าต้องการแบ่งแยก สิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง คือ "ขอปกครองตนเอง" โดยยินดีที่จะให้รัฐบาลกลางเป็นผู้บริหาร กลยุทธ์ข้อนี้ถือว่าเป็นหัวใจเพราะว่าถ้าได้ปกครองตนเอง จะเป็นเงื่อนไขไปสู่การ "ปกครองกันเอง" จะทำให้การแยกตัวเองอย่างแท้จริงง่ายขึ้น


กลยุทธ์ที่ ๑๐...เรียกร้องให้ใช้ภาษายาวีเป็นภาษากลาง ประดาผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. และ ข้าราชการทั้งหลายร้อยละ ๘๐ ต้องเป็นอิสลาม


กลยุทธ์ที่ ๑๑...กองกำลังทั้งหมด แม้จะจบวิชาฆ่ามาจากต่างประเทศ มีความชำนาญในการใช้อาวุธ แต่ให้เริ่มต่อสู้ด้วยอาวุธโบราณ เช่น มีดสปาต้า กริช การฆ่าให้เชือดคอเชือดลูกกระเดือก หรือไม่ก็ตัดหัวหิ้วเอาไปประจาน แสดงออกประหนึ่งเป็นการระบายความแค้น


กลยุทธ์ที่ ๑๒...หลอกล่อ ยั่วยุให้ฝ่ายราชการใช้กำลังปราบปราม เพื่อจะได้เป็นข้ออ้างว่าถูกปราบปรามอย่างทารุณ ไม่มีความยุติธรรม


กลยุทธ์ที่ ๑๓...โปรยใบปลิว ปลุกระดมชาวบ้านให้เข้าร่วม พวกอุสตาสออกไปพบกับชาวบ้านแจ้งให้ทราบว่า อีกไม่นานจะชนะ


กลยุทธ์ที่ ๑๔...เริ่มปฏิบัติการกับพระพุทธศาสนาและชาวพุทธ ขับไล่ให้ออกไปจากดินแดนถ้าใครไม่กลัวตาย ให้ฆ่าทิ้งอย่างเหี้ยมโหด ไม่เลือกลูกเด็กเล็กแดง


กลยุทธ์ที่ ๑๕...ให้คอยฟังสัญญาณปลดปล่อยปัตตานี เมื่อได้รับสัญญาณ ให้ทุกคนออกไปยึดที่ทำการของรัฐบาลทุกแห่ง เอาเด็กและผู้หญิงเป็นเกราะกำบังกะว่าจะใช้คน ๕ แสน หรือ ๒ ล้านคน ก็จะสามารถยึดได้ภายในวันเดียว แล้วประกาศเอกราช...และวันนั้นชาวปัตตานี จะได้เห็นหน้าว่า ใครคือสุลต่าน หรือ ประธานาธิบดี คนแรกของชาวปัตตานีที่รอคอยมา ๑๐๐ ปี แล้วจะได้เห็นแม่ทัพนายกอง ตลอดทั้งคณะผู้บริหารประเทศใหม่ ภายใต้ธงชาติปัตตานี พวกโจรปัตตานีเขามั่นใจของเขามากเพื่อนเก่าแก่ในยูโนแคล คนพื้นที่โดยแท้นำเอาข้อลี้ลับมาเล่า และยืนยันว่าเป็นความจริงครบทุกกลยุทธ์ไม่ใช่ปั้นแต่งขึ้น


กลยุทธ์ที่ ๑๖...เป็นกลยุทธ์พลิกผันไปตามสถานการณ์ จะมี "คำลั่งพิเศษ" ออกมาเป็นระยะโดยจะปรับเข้ากับกลยุทธ์เก่าหรือกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งเพื่อนของผมบอกซ้ำว่า กลยุทธ์ของพวกโจรพูโลร้ายกาจมากแล้วจับมือถือแขนเขย่า ด้วยความคับแค้นใจ บอกกับผมว่า ถ้าคุณสอาดเขียนหนังสือเปิดหน้ากากเมื่อใด ให้แปลเป็น๔ ภาษา คือภาษาอังกฤษ อาหรับ ภาษาจีน โดยมีไทยเป็นแม่บท คนจะได้รู้กำพืดที่แท้จริงของโจรปัตตานี


ผมรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักที่ได้รับรู้กลยุทธ์ลี้ลับที่พวกโจรวางเป็นกระดานเอาไว้ให้ขบวนการของพวกเขาเดินตามอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ผมเชื่อว่าโจรเขาแน่นมาก..โจรปัตตานีไม่ใช่โจรกระจอกอย่างแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 3
tonkinter วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/tonkinter

เบื่อจัง ท่านสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย ว่าง ๆ อยากให้ไปแถลงข่าวแถวชายแดนใต้จัง วัน ๆ ไม่มีไรทำ คอยจ้องจะจับผิดคนนั้น คนนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาทำไปเพื่อให้สังคมดีขึ้น โจรใต้ ทั้งฆ่า ทั้งเผา ทั้งตัดหัว .... ไม..ไม่เดินทางไปตั้งขบวนแร้วเดินประนามพวกโจรเหล่านั้นให้รอบเมืองล่ะ คิคิ ก็คนเหมือนกันไง กลัวตายเหมือนกัน นี่ล่ะ... เก่งแต่คอยด่า คอยจ้องจับผิดผู้อื่น น่าจะทำอะไรให้ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสังคมดีกว่า ไม่ใช่คอยจ้องจับผิดตำรวจอย่างเดียวน่ะคับ
ความคิดเห็นที่ 2
chada วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 10.28 น.
http://www.oknation.net/blog/chada
สุขใดไหนจะเท่า...ล้วงกระเป๋าแล้วเจอตังค์


เหนด้วยกะข้อความที่ 1 อ่ะค่ะ อยากให้มีการล่อขายบ้าง
ทำแบบนี้ ญ ก็อับอายแล้วก็ยังโดนประนามอีกแต่พอไปซื้อนี่ไม่โดน อะไรเลย
จับแต่คนขายบริการ ถ้าคนไม่มาซื้อนี่เค้าจะขายได้มั้ย
หยุดซื้อจะได้หยุดขาย
ความคิดเห็นที่ 1
naive วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 09.59 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

อยากให้มีการล่อขายบ้างแล้วถ่ายวีดีโอพวกเสนอซื้อมาประจานชัดๆเลยว่าเป็นสามีใครบ้านไหนบ้าง ผู้ชายทำงานที่ไหนอะไรแบบนี้จะแก้ปัญหาได้ชงัด เพราะถ้าไม่มี Demand ก็ไม่มี Supply เหมือนอย่างกรณี Huge Grant ที่โดนจับน่ะ ผู้ชายอายมากกว่านะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31