พิมพ์หน้านี้
|
ผู้จัดการออนไลน์ สาวบริการรุมกรี๊ดใส่หน้าตำรวจ ทนไม่ได้ภาพตำรวจไล่จับสาวบริการเปลือยกายประจานหราหน้าหนังสือพิมพ์หัวสี เอ็นจีโอรุมจวกซ้ำล่อซื้อประเวณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ถือเป็นการเข้าข่ายร่วมกระทำผิด ล่อลวง-ยั่วยุให้กระทำผิด เลือกปฏิบัติ เปิดช่องให้ตร.นำไปใช้ในทางไม่ชอบ ย้ำให้ทบทวนหาวิธีการใหม่ที่เคารพสิทธิของสาวบริการ โฆษกตำรวจยอมรับภาพอุจาด ตำรวจเสียภาพลักษณ์ ยัน ผบ.ตร.ออกกฏเหล็ก 4 ข้อ คุมเข้มการเสนอภาพการจับกุมแล้ว รับรองไม่เกิดกรณีนี้ขึ้นอีก สืบเนื่องจากกรณีการเสนอภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.น.8 ล่อซื้อบริการหญิงสาวชาวจีนที่โรงแรมทาวเวอร์อินน์ ย่านเจริญนคร โดยเปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพคาหนังคาเขาขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งไล่จับสาวค้าบริการขณะกำลังเปลือยกาย ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการนำภาพดังกล่าวเผยแพร่ในสื่อเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา ไม่เหมาะสมและหมื่นเหม่ต่อสิทธิมนุษยชน วันนี้ (29 ม.ค.) องค์กรของพนักงานบริการเอ็มพาวเวอร์ ร่วมกับองค์กรสตรีและสิทธิมนุษยชน 16 องค์กร จัดสัมมนาเรื่อง ผลกระทบของนโยบายล่อซื้อการค้าประเวณี โดยมีตัวแทนองค์กรต่างๆเข้าร่วมฟังการสัมมนา รวมทั้งมีการเชิญตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถานีตำรวจ สน.ลุมพินี บางรัก และปทุมวัน เข้าร่วมการสัมมนาด้วย นอกจากนี้ยังมีหญิงขายบริการทางเพศเข้าร่วมฟังสัมมนา และได้กล่าวแสดงความรู้สึกต่อกรณีดังกล่าวด้วย โดย พันตา(สงวนนามสกุล) หญิงขายบริการทางเพศจาก จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนเองมีความเข้าใจว่าตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณีดังกล่าวสร้างความตะขิดตะขวงใจแก่ผู้หญิงเป็นอันมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงไทยไม่มีความปลอดภัย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพก็ตาม อาภา ชื่นชอบ หญิงบริการจาก อ.แม่สาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควรมีวิธีการจับกุมที่ดีกว่านี้ หรือหากจะมีการล่อจับกุมก็ควรให้โอกาสหญิงบริการได้ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยเสียก่อน ในฐานะผู้หญิงไม่อยากเห็นภาพเหล่านี้อีก เพราะสะเทือนใจ สิริพร สาวบริการจากกรุงเทพฯ กล่าวว่า ตำรวจพูดถูกที่กล่าวว่าประชาชนบางคนไม่รู้กฎหมาย จำเป็นต้องมีการเสนอข่าวเชิงป้องปราม แต่ขณะเดียวกันตำรวจก็ย่อมรู้ว่าอะไรถูกกฎหมาย อะไรผิดกฎหมาย อะไรที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อะไรที่ไม่ถือเป็นการละเมิด กรณีดังกล่าวหญิงสาวที่ถูกจับกุมอาจไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนเองถูกละเมิด แต่เจ้าหน้าที่รู้ จึงอยากขอร้องว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจต้องคำนึงถึงกฎหมายและสิทธิความเป็นมนุษย์ด้วย ด้านนางจันทวิภา อภิสุข จากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ กล่าวว่า หนึ่งเดือนก่อนหน้าที่จะเกิดการเสนอภาพตำรวจล่อซื้อบริการทางเพศสาวจีนในครั้งนี้ เคยมีการเสนอภาพข่าวในลักษณะเดียวกันมาแล้ว โดยเป็นเหตุการณ์ตำรวจล่อซื้อบริการหญิงชาวอุซเบกิสถาน ที่โรงแรมเกรซ ถ.สุขุมวิท ซึ่งทางมูลนิธิก็ได้เข้าพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 เพื่อขอให้พิจารณากรณีดังกล่าว แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันขึ้นอีก ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ถูกกระทำ เป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ละเมิดกฎปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และละเมิดรัฐธรรมนูญกฎหมายว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ วิธีการจับกุมของตำรวจโดยการล่อซื้อ ซึ่งมีมานานแล้ว ยังถูกมองว่าเป็นวิธีการที่ไม่สุจริต ทำให้เจ้าหน้าที่ล่อซื้อเสมือนเป็นหนึ่งผู้ร่วมกระทำผิด จึงขอเสนอให้ทบทวนนโยบายการซื้อล่อประเวณี และหาแนวทางกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และสร้างความเข้าใจแก่สังคมว่า การละเมิดทางเพศสตรีเป็นความผิดตามกฎหมาย นายวสันต์ พานิชย์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เมื่อพูดถึงความเท่าเทียมกัน หญิงขายบริการทางเพศจะต่างชาติหรือสาวไทยก็ย่อมได้รับความคุ้มครอง สาวบริการต่างชาติก็ต้องไม่ถูกกระทำแตกต่างจากสาวไทย และกรณีการเสนอภาพดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักสิทธิ เพราะสาวบริการอาจสมัครใจที่จะขายบริการ แต่ไม่ได้สมัครใจที่จะถูกประจานลงในสื่อขณะที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า นอกจากนี้ การล่อซื้อยังเข้าข่ายเป็นการเลือกปฏิบัติ และถือเป็นการล่อให้กระทำผิด โดยการยั่วยุ ล่อลวงให้กระทำผิด ซึ่งกลายเป็นการเปิดช่องทางให้ตำรวจนำไปใช้ในทางที่ไม่ชอบ วิธีการล่อซื้อใช้ได้กับสาวบริการ หากเป็นผู้ชายที่ขายบริการทางเพศบ้างแล้ว ตำรวจจะใช้วิธีการไหนให้ตำรวจหญิงไปล่อซื้อประเวณีชายก็คงไม่ใช่ กลายเป็นสองมาตรฐานอีก นอกจากนี้การล่อซื้อยังถือเป็นการล่อให้เขากระทำผิดก็ได้ เพราะวันเวลาดังกล่าว เขาอาจจะไม่ได้ต้องการกระทำผิดหรือขายบริการในวันนั้น แต่ถูกตำรวจมาล่อและยั่วยุให้ขาย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย นายวสันต์ กล่าว นายนิวัติ กองเพียร ตัวแทนจากสื่อมวลชน กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นหากตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์และถ่ายรูปออกมาเสนอข่าว ทั้งที่ตำรวจมีสิทธิที่จะปฏิบัติการในทางลับได้ และมีสิทธิห้ามช่างภาพในการถ่ายภาพและห้ามการคัดเลือกเสนอภาพได้ด้วย แต่ตำรวจก็ไม่ทำ นอกจากนี้ ถึงจะใช้วิธีการล่อซื้อประเวณีเพื่อเป็นหลักฐานดำเนินคดี ก็ไม่จำเป็นต้องถ่ายขณะที่ล่อแหลมขนาดนั้น สามารถรอให้ผู้หญิงใส่เสื้อผ้าก่อน ควรให้เกียรติในความเป็นคน และปัญหาโสเภณีไม่มีทางแก้ได้ด้วยการกวาดจับหรือการบังคับใช้กฎหมาย โสเภณีมีมาตั้งแต่อดีตและเป็นปัญหาโลกแตก ควรจัดการให้หญิงขายบริการอยู่ได้ในสังคมที่มือถือสาก ปากถือศีล เพราะโสเภณีไม่มีทางหมดไปจากโลก ปัญหาของตำรวจและสื่อมีพอๆกัน ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร รูปที่สื่อได้ไป ถ้าตำรวจไม่อนุญาต สื่อก็ไม่มีทางได้ และสื่อเองก็ต้องดูว่าพิจารณาคัดเลือกรูปที่เหมาะสมหรือไม่ หรือพอใจแต่จะเอารูปที่โป๊ที่สุด เปลือยที่สุด อุจาดที่สุด นายนิวัติ กล่าว ด้านพล.ต.ต.พงศ์พิศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความกังวลต่อกรณีที่เกิดขึ้น แต่หากไม่จับกุมผู้ค้าประเวณีก็จะมีผลกระทบอีกด้านหนึ่งตามมา การเสนอภาพดังกล่าว ผบ.ตร.ได้รับทราบและได้รับการร้องเรียนมามากมาย ซึ่งท่านก็เห็นด้วยกับทุกฝ่ายว่าภาพที่ออกมาไม่สวย แม้ตำรวจจะสามารถล่อซื้อโสเภณีได้ 200-300 คน แต่ก็ไม่คุ้มกับภาพลักษณ์ของตำรวจที่เสียไป และผบ.ตร.ได้สั่งการตั้งแต่วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ไปยังทุกหน่วยงานและสถานีตำรวจทั่วประเทศ ต่อกรณีดังกล่าว 4 ข้อ คือ 1.การเข้าล่อซื้อถือเป็นความลับในการฏิบัติหน้าที่เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยตรง 2.การเสนอข่าวเชิงป้องปรามต่อสื่อ ให้พิจารณาเฉพาะที่เป็นประโยชน์จริงๆ 3.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด สำหรับผู้บังคับบัญชาให้กวดขันผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก มิเช่นนั้นให้พิจารณาลงโทษ และ 4 อย่างไรก็ดี นโยบายการป้องปรามโสเภณีต่างชาติและการค้าประเวณีเด็ก ยังเป็นนโยบายที่สำคัญซึ่งตำรวจต้องปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภาพที่เกิดขึ้น เรายอมรับว่าไม่เหมาะสม ทำให้เกิดผลกระทบต่อตำรวจโดยส่วนรวม ซึ่งจากคำสั่งของ ผบ.ตร.ทั้ง 4 ข้อข้างต้น ทำให้เชื่อว่าจะไม่มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก นอกจากภาพที่ตำรวจต้องใช้เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ปรากฏตามสื่ออย่างแน่นอน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวสรุปว่า บางครั้งการเสนอข่าวของตำรวจต้องการเสนอในแง่ป้องปราม ดังนั้นจึงสื่อให้ประชาชนรับรู้ถึงการจับกุม เรื่องการเสนอข่าวเพื่อแสดงผลงานของตำรวจเป็นส่วนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วต้องการให้ประชาชนเห็นว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิดกฎหมาย เพราะยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้กฎหมาย พ.ต.อ.ประวิทย์ เลขะวณิช ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า เขตสน.ลุมพินีมีปัญหาโสเภณีมากที่สุด และที่ผ่านมาตำรวจก็ใช้วิธีการละมุนละม่อมในการจับกุม รวมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ข่าวที่เกิดขึ้นบางครั้งก็สร้างความน้อยใจให้แก่เจ้าหน้าที่ การล่อซื้อประเวณีนั้นสามารถใช้วิธีการอื่นได้ เพราะกฎหมายบัญญัติว่า การค้าประเวณีหมายถึง การยอมรับเพื่อมีเพศสัมพันธ์โดยมีสินจ้าง ดังนั้นการยอมรับ จึงไม่จำเป็นต้องล่อซื้อแล้วต้องมีการเปลือยกาย หลับนอน เพียงแต่ตอบตกลงด้วยวาจา ติดต่อ ติดตาม มีการรับเงิน ก็เพียงพอแล้ว พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว ผกก.สน.บางรัก กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเกิดจากพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ระบบ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกฏระเบียบเรื่องการจับกุมไว้ชัดเจนแล้วว่า ในการที่เจ้าพนักงานจะจับกุมผู้ใดนั้น ตามปกติก็ต้องใช้วิธีจับโดยแจ้งให้เขาทราบว่าเขาถูกจับกุมแล้ว และสั่งให้ผู้ถูกจับกุมไปยังสถานีตำรวจพร้อมกับผู้จับกุม ดังนั้น ตำรวจไม่จำเป็นต้องไปล่อซื้อแล้ววิ่งไล่ปล้ำขนาดภาพที่ปรากฏ เพราะเขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ไม่สามารถวิ่งหนีออกไปข้างนอกได้อยู่แล้ว เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ดังนั้น การล่อซื้อยังมีความจำเป็นกรณีที่สาวบริการถูกล่อลวง แต่ก็ต้องมีขอบเขตว่าอย่างไรจึงจะไม่ถือเป็นการละเมิด ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ตำรวจต้องถูกตำหนิ เพราะถ้าตำรวจไม่บอก สื่อก็ไม่มีทางไปถ่ายภาพได้ ตำรวจบางคนทำให้ทั้งหมดตกเป็นจำเลย น่าจะสั่งย้ายไปอยู่ภูธรให้ในส่วนปศุสัตว์ตำรวจ ให้ไปไล่จับหมู จับปลา เพราะความโง่เง่าเต่าตุ่นของตัวเองคนเดียวแท้ๆ ทำให้ทุกคนเสียหายไปด้วย พ.ต.อ.ไกรเลิศ กล่าว ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/cgi-bin/viewNews.asp? |
| หน้าแรก | ||
หน้าแรก |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||