• PATRIX
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aphichaj@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 3695
  • จำนวนผู้โหวต : 67
  • ส่ง msg :
PATRIX
คิดเชิงกฎหมาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/PATRIX
วันพุธ ที่ 23 พฤษภาคม 2550
การปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ภาค 4
Posted by PATRIX , ผู้อ่าน : 76 , 09:19:44 น.  
พิมพ์หน้านี้


การเปรียบเทียบวิธีการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยวิธีการใช้คุก ใช้การแก้ไขฟื้นฟูในชุมชน และใช้วิธีการเชิงสมานฉันท์

การเปรียบเทียบรูปแบบการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยวิธีการลงโทษโดยใช้คุก วิธีการ แก้ไขฟื้นฟูโดยไม่ใช้คุกและวิธีการของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มีประเด็นที่น่าสนใจ สามารถเปรียบเทียบได้ดังภาพต่อไปนี้

เกณฑ์ชี้วัด

วิธีการใช้คุก

การแก้ไขฟื้นฟูในชุมชน

กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

จุดเน้นสำคัญเบื้องต้น

การกระทำของผู้กระทำผิด

ระดับความเสี่ยงของสังคมต่อการกระทำผิด

เหยื่อและชุมชน

เป้าหมาย

ทำให้ชุมชนปลอดภัยด้วยการปรับปรุงคุณภาพของชีวิตประชากรทั้งหมดโดยการยับยั้งอาชญากรรมแก้แค้นทดแทน แก้ไขฟื้นฟูและทำให้ผู้กระทำผิดไร้ความสามารถที่จะกระทำผิด

ทำให้ชุมชนปลอดภัยด้วยการปรับปรุงคุณภาพของชีวิตประชากรทั้งหมดโดยการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และลดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ

ทำให้ชุมชนปลอดภัยด้วยการปรับปรุงคุณภาพของชีวิตประชากรทั้งหมดโดยการที่เหยื่อและชุมชนได้รับการเยียวยาชดใช้ และบูรณาการอันตรายที่เกิดจากอาชญากรรม

บทบาทของรัฐ

ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องสูง

มีบทบาทกลางๆ

มีบทบาทอยู่ในวงจำกัด

หลักการสำคัญ

การควบคุมและการโดดเดี่ยว ผู้กระทำผิดจากชุมชน

รับรู้และการเข้าไปแทรกแซงพฤติกรรม

ใช้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

การมีส่วนร่วมของชุมชน

ผู้กระทำผิดและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและบางคนที่เกี่ยวข้องส่วนตัว

ผู้กระทำผิดเป็นเบื้องต้น หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและองค์กรในชุมชนที่ได้รับการคัดเลือก

เหยื่อ-ผู้กระทำผิด-สมาชิกชุมชน-องค์กรในชุมชน

การไหลเวียนของทรัพยากร

จากเหยื่อและชุมชนสู่การจัดบริการของกระบวนการยุติธรรม

จากผู้กระทำผิด เหยื่อ และชุมชนสู่โปรแกรมการแก้ไขฟื้นฟู

จากผู้กระทำผิดสู่เหยื่อและชุมชน

ประการแรก ลดทอนบทบาทของรัฐในการเข้าไปจัดการชุมชนโดยยึดถือกฎเกณฑ์อันเดียวกันอย่างตายตัว เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ไม่ต้องการสร้างหรือนำเกณฑ์มาตรฐานใดๆมาใช้กับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

ประการที่สอง บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมควรปรับบทบาทเป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุน เป็นพี่เลี้ยงและผู้รักษากติกาของกระบวนวิธีรวมทั้งรักษาหลักการแห่งสิทธิมนุษยชนแทนการเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดด้วยตนเองทุกขั้นตอน

การยอมรับวิธีการของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในกระบวนการยุติธรรมไทย จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของรัฐและของกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักในปัจจุบัน รวมทั้งบทบาทของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมบางประการ ดังนี้

ประการที่สาม การควบคุมให้เกิดความเสมอภาคเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องใช้ความพยายามอดทนทำให้เกิดขึ้นและดำเนินไปท่ามกลางมุมมองที่แตกต่างกันและวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายในแต่ละชุมชน

ประการที่สี่ ในกระบวนวิธีการเชิงสมานฉันท์ ผลประโยชน์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นโดยตรงเป็นเป้าหมายศูนย์กลางที่สำคัญ ไม่ใช่ความเหมือนกันหรือเท่าเทียมกันของโทษที่ผู้กระทำผิดทุกคนต้องได้รับเมื่อกระทำผิดเช่นเดียวกันนั้น

ประการที่หก ผู้สนับสนุนการใช้วิธีการเชิงสมานฉันท์เองก็จะต้องไม่ไปคาดหวังว่าความผิดที่เกิดขึ้นและใช้วิธีการนี้จะต้องสามารถจัดการให้เบ็ดเสร็จจบสิ้นลงในกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เท่านั้น เพราะบางกรณีที่เป็นความผิดอุกฉกรรจ์ หรือเป็นพฤติกรรมที่มีลักษณะต่อต้านสังคมอย่างร้ายแรงก็ไม่สมควรถูกปล่อยทิ้งให้ลอยนวลอยู่ในชุมชนนั้นๆเช่นกัน นอกจากนี้เหยื่อบางคนยังหวาดกลัวต่อการที่จะเผชิญหน้ากับผู้กระทำผิด และชุมชนบางแห่งก็ยังมีวิธีการบำบัดรักษาและแก้ไขฟื้นฟูไม่เพียงพอแก่การจัดการกับผู้กระทำผิด แต่จุดเด่นของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ยังคงเชื่อว่าบทบาทและความรับผิดชอบควรปรับเปลี่ยนเคลื่อนที่ไปจากเดิมสู่ชุมชนเพื่อสร้างความสมดุลทางอำนาจในการจัดการกับอาชญากรรมให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณีที่เป็นความผิดไม่ร้ายแรง

ประการที่ห้า ต้องมองข้ามกระบวนการของรัฐตามกฎหมายบางประการ ไปสู่ความเชื่อที่ว่าความเป็นธรรมนั้นเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มที่ลงตัวระหว่างเหยื่อ-ผู้กระทำผิด-ชุมชนหนึ่งๆ และไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามีความเท่าเทียมเสมอภาคกันในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่หรือเมื่อเปรียบเทียบระหว่างชุมชนแล้วจะเหมือนกันหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เทียบเคียงได้กับวิธีการต่อรองคำรับสารภาพของกระบวนการยุติธรรมตามธรรมเนียมที่ผู้กระทำความผิดเช่นเดียวกันอาจไม่ได้รับผลที่ตามมาและบริการต่างๆเช่นเดียวกันทุกประการ

ประการที่เจ็ด เมื่อสังคมและกระบวนการยุติธรรมเริ่มตระหนักว่ากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เป็น “กระบวนการยุติธรรมทางเลือก” ที่น่าสนใจและพร้อมที่จะทดลองนำมาใช้ เมื่อนั้นจะพบว่ารายละเอียดของการใช้วิธีการเชิงสมานฉันท์ในเรื่องประเภทคดี การแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ช่องทางของการดำเนินกระบวนวิธีการ ฯลฯ จะเป็นเรื่องที่สามารถสร้างขึ้น และดัดแปลงให้เหมาะสมกับสังคมไทยได้เนื่องจากเป็นวิธีการที่เคยใช้อยู่ในอดีตกาลและยังปรากฏให้เห็นในบางท้องถิ่นในปัจจุบัน

การใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดเป็นเสมือนการปรับเปลี่ยนฐานคติของระบบงานยุติธรรมให้มีรูปลักษณ์ใหม่ที่แตกต่างไปจากฐานคติเดิมซึ่งเน้นการลงโทษเป็นอันดับแรก มีการใช้เรื่องของการแก้ฟื้นฟูในชุมชนเป็นอันดับรองลงมา และบางสังคมมีการใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เป็นมาตรการเสริมตามลำดับ โดยฐานคติของกระบวนการยุติธรรมในมิติใหม่จะมีรูปลักษณ์ที่เน้นการป้องกันอาชญากรรมในชุมชนเป็นหลัก ใช้เรื่องของการเยียวยาเหยื่อ-การแก้ไขฟื้นฟูในชุมชนและการเสริมพลังแก่ชุมชนเป็นลำดับรองลงมา โดยใช้วิธีการจำคุกหรือการทำให้ผู้กระทำผิดไร้ซึ่งความสามารถที่จะกระทำผิดเป็นลำดับสุดท้าย ดังแสดงการเปรียบเทียบในภาพที่ 5 ซึ่งเป็นข้อสรุปของข้อเสนอใหม่ในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในครั้งนี้

**********

เอกสารอ้างอิง

บทสรุป

บทบาทของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในฐานะ “กระบวนการยุติธรรมทางเลือก” สำหรับกระบวนการยุติธรรมตามธรรมเนียม

กิตติพงษ์ กิตยารักษ์, “ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์: หลักการและแนวคิด” ใน กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์: ทางเลือกใหม่สำหรับกระบวนการยุติธรรมไทย, หน้า 5-19 กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ บรรณาธิการ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545.

จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย. “ทบทวนการจัดกระบวนงานศาลยุติธรรมไทยในบริบทของแนวโน้มอาชญากรรมยุคโลกาภิวัตน์” ใน การจัดการปกครอง.(Governance) รวมบทความจากการประชุมทางวิชาการ ในวาระครบ 50 ปี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. หน้า 71-98. ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล บรรณาธิการ, 2543.

ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. เศรษฐกิจหมู่บ้านไทยในอดีต. กรุงเทพฯ: บริษัทต้นไทรการพิมพ์ จำกัด. 2540.

วิวิทย์ จตุปาริสุทธ์. “ระบบงานราชทัณฑ์” การบริหารงานยุติธรรม. กรุงเทพ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2540.

Braithwaite, John. “Restorative Justice.” The Handbook of Crime & Punishment, pp.323-344.Michael Tonry (editor), Oxford: Oxford University Press, 1998.

Crowe, H. Ann. “Restorative Justice and Offender Rehabilitation: A Meeting of the Minds.” Criminal Justice Annual Editions 1999/2000. Guilford, Connecticut: Dushkin, McGraw-Hill, 2000.

Freda Adler, Gerhard O. W. Mueller and William S. Laufer, Criminal Justice: The Core. New York: McGraw-Hill, 1996.

Umbreit, Mark S. The Handbook of Victim Offender Mediation, USA: Jossey-Bass Inc., 2001.

-----------------------------------------


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
PATRIX วันที่ : 29/05/2007 เวลา : 14.19 น.
http://www.oknation.net/blog/PATRIX
PATRIX


ความคิดเห็นที่ 1
kaypuccino วันที่ : 24/05/2007 เวลา : 09.27 น.
http://www.oknation.net/blog/kaypuccino
N o T T h i n G   i M p o S S i B L e   f O r   M E !!!


เอากาแฟมาฝากเน้อ.............
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31