*/
  • สำรวจฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 169
  • จำนวนผู้ชม : 431053
  • จำนวนผู้โหวต : 584
  • ส่ง msg :
  • โหวต 584 คน
<< สิงหาคม 2022 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม 2565
Posted by สำรวจฟ้า , ผู้อ่าน : 492 , 15:18:23 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

 

ถนนลาดยางเอสฟัดส์ สภาพที่พอใช้ได้กับการเดินทางสัญจรของชาวบ้านที่อาศัยในแถบนี้ ข้างหน้าเป็นป่าข้างหลังก็เป็นป่า ซ้ายเป็นเนินเขาขวาเป็นหุบเหวที่ไม่ลึกชันมากนัก  ต้นไทรต้นใหญ่ที่เรามองเห็นอยู่ในหุบเหวสูงชะลูดในระดับสายตา แผ่กิ่งก้านสาขาครอบคลุมหลายสิบตารางเมตร ผลสีเหลืองแดงที่ออกตามฤดูกาลดึงดูดสรรพสัตว์สิ่งมีชีวิตที่นิยมรสชาดหวานหอมให้เข้ามาเก็บกินเพื่อหล่อลี้ยงชีวิตให้ดำเนินไปตามที่โลกกำหนดมา นกเงือกหัวแรดสองตัวกำลังมีความสุขที่ได้ลิ้มรสลูกไทรสุกหวานหอม กระโดดไปกิ่งโน่นเกาะกิ่งนี้ ปากก็ยื่นเข้าไปจิกกินลูกไทรอย่างเพลิดเพลิน  แล้วนั่นหละนกเงือกอะไรเหรอ กำลังบินเข้ามาเพื่อร่วมงานเลี้ยงที่ต้นไทร “นกเงือกปากย่น” ยากจริงๆที่เราจะได้พบเห็นเขา โลกนี้ยังมีสิ่งแบบนี้ให้ได้พบเห็นอีกหรือ แต่นี่คือสภาพความเป็นจริงที่เราได้สัมผัส สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เพราะ ที่นี่คือ ฮาลา-บาลา 

ราวๆสี่ชั่วโมงครึ่ง บนเส้นทางราดยางสี่ช่องจราจรจากอำเภอหาดใหญ่มุ่งสู่จังหวัดนราธิวาส ผ่านด่านตรวจตามรายทางหลายด่าน หากว่าเราไม่เคยรับรู้สถานการณ์ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างถ่องแท้และเข้าใจ เราจะนึกหวั่นๆ จิตใจจะวิตกกังวล แต่เมื่อเราทำความเข้าใจและรับทราบข้อมูล เราจะพบแต่ความสุขในการเดินทาง 

สองข้างทางมีบ้านเรือนไม่หนาแน่นนัก ส่วนใหญ่จะเป็นปาไม้สวนยางเกือบตลอดทาง มีทุ่งนาบ้างให้เห็นประปราย เส้นทางที่เราผ่านเมื่อเทียบกับสิบปีสิบเอ็ดปีที่ผ่านมา ในขณะนั้นกับขณะนี้ความรู้สึกแตกต่างกันมากนัก ช่วงเวลานั้นเรามีความกังวลในใจนิดๆในเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากความเข็มข้นในการก่อการร้ายเกิดขึ้นถี่ ภายในใจรู้สึกระทึกใจ หัวใจเต็นแรงขึ้น เมื่อผ่านด่านตรวจของทหารและตำรวจที่มีให้เห็นตลอดเส้นทาง ทุกคนที่นั่งในรถมีแต่ความเงียบ ภายในใจคงจะคิดเหมือนๆกัน แต่เราก็ผ่านไปได้ด้วยความโล่งใจเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ในครั้งนี้ระยะทางเกือบๆสามร้อยกิโลเมตรมีแต่ความเพลิดเพลิน ไม่มีความวิติกังวลใดๆ แต่เราก็มิได้ประมาทเลินเล่อ คงขับรถไปบนเส้นทางโดยมิได้หยุดแวะพักที่ใด จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง รีสอร์ทประชารัฐ ฮาลา-บาลาราวๆเที่ยงเศษ

ผู้ใหญ่บ้านเจ้าของรีสอร์ท มาต้อนรับขับสู้ด้วยอัธยาศรัย มีความเป็นกันเองและเต็มไปด้วยมิตรภาพที่ดูออกว่ามาจากความจริงใจ สอบถามความต้องการ มีอะไรขาดเหลือพร้อมที่จะหยิบยื่นให้

 

ผู้เข้าพักอยากกินทุเรียน ผู้ใหญ่บ้านจัดให้

 

เสบี่ยง ที่เตรียมมายังคงเหลืออยู่ในตะกร้า พอสำหรับมื้อกลางวัน ขณะกำลังนั่งพักผ่อนที่รีสอร์ทฯ เสียงเครื่องยนต์ที่ได้ยินในระยะห่างๆและได้ยินชัดเจนขึ้น จนกระทั่งเข้ามาจอดในรีสอร์ท ความรู้สึกส่วนลึกว่าเคยเห็นรถคันนี้ทีไหน มันคุ้นตาเสียจริงๆ โลโก้ที่ประทับหราอยู่ที่ประตูรถด้านคนขับและคนนั่งเป็นสัญลักษณ์ที่เห็นแล้วต้องรู้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความยากของคนดูนก และบอกให้รู้ว่า ผมมาดูนกท่องไพรครั้งนี้ผมเจอเจ้าพ่อซะแล้ว จะเป็นใครไปได้นอกจาก "เจ้าพ่อแก่งกระจาน" ผู้สร้างตำนาน "กะลิงเขียดหางหนาม" อาจารย์พินิจ แสงแก้ว ผมเหมือนได้เจอมิตรเก่าแก่ที่ไม่ได้เจอกันมานาน ผมยังจำได้ครั้งแรกที่เจอกัน ณ เมืองคอง เจ้าพ่อหางหนามแนะนำให้ไปดูหางลวด หลังจากครั้งนั้นก็ได้เจอกันอีกที่ สันจุ๊ กลุ่มเราไปรอดูขัติยาจนเย็นโพล้เพล้  ขัติยาก็ไม่มาสักทีสุดท้ายก็ต้องเก็บกล้องเดินคอตกไปขึ้นรถกลับที่พัก แต่ทันใด อาจารย์ก็ตะโกนเรียกให้กลับมาดูขัติยา กลุ่มเราก็สมใจกับเจ้าขัติยา นกนางฟ้าที่หลายๆคนปราถนาจะได้ยล นอกจาก อ.พินิจ และพี่นิ ยังได้เจอศิลปินที่ชื่นชอบธรรมชาติอีกหนึ่งคน คือ น้องนิค แกชอบไปทุกสิ่งของสิ่งมีชีวิต นก หนอน กิ้งก่า กิ้งกือ มด หมี ชะนี ฯลฯ

อ.พินิจ และ พี่นิ                                                                               ศิลปิน นิค

 

ฮาลา-บาลา หรือ บาลา-ฮาลา ชื่อไหนถูกกันแน่ บางคนก็เรียก ฮาลา-บาลา บางคนก็เรียก บาลา-ฮาลา เรามาไขข้อข้องใจกันดีกว่า ตามข้อมูลวิกิพีเดีย มีรายละเอียดดังนี้

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งในประเทศไทย ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศ เป็นผืนป่าที่ประกอบไปด้วยผืนป่าสองผืน คือ ป่าฮาลา ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และ ป่าบาลา ในพื้นที่อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส แม้ป่าทั้งสองผืนนี้จะไม่ได้ติดเป็นป่าผืนเดียวกัน แต่ทว่าในปี พ.ศ. 2539 ได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าร่วมกัน

โดยคำว่า "บาลา" มาจากคำว่า "บาละห์" ที่แปลว่า "หลุด" หรือ "ปล่อย" มีที่มาจากช้างเชือกหนึ่งที่หนีเข้าป่าฝั่งอำเภอแว้ง และคำว่า "ฮาลา" หมายถึง "อพยพ" หมายถึง ผู้คนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากตัวเมืองปัตตานีในอดีต จนมาอาศัยอยู่เป็นชุมชนรอบ ๆ ชายป่า โดยป่าแห่งนี้อาจเรียกชื่อสลับกันได้ว่า บาลา-ฮาลา โดยผู้คนที่อยู่ในอำเภอแว้งจะเรียกว่า "บาลา-ฮาลา" แต่คนที่อาศัยในอำเภอเบตงจะเรียกว่า "ฮาลา-บาลา"

สภาพภูมิประเทศ

มีพื้นที่ทั้งหมด 270,725 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทิวเขาสันกาลาคีรี ต่อมาได้เพิ่มพื้นที่เป็น 391,689 ไร่ หรือ 626.70 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเมืองร้อนที่อุดมสมบูรณ์มาก และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีความชื้นสูงตลอดทั้งปี มีลำน้ำไหลผ่าน ถือได้ว่าเป็นผืนป่าดิบชื้นที่กว้างขวางและใหญ่ที่สุดของคาบสมุทรมลายู จนได้ฉายาว่าเป็น "แอมะซอนแห่งอาเซียน"

ทรัพยากรสัตว์ป่า

ได้รับฉายาว่า "กระทิงบนผืนป่า "แอมะซอนแห่งอาเซียน" ทั้งยังมีพื้นที่ติดกับป่าเบลุ่มทางตอนเหนือของมาเลเซีย โดยมีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์

มีการสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพบว่ามีทั้งหมด 54 ชนิด หลายชนิดเป็นสัตว์ป่าที่หายากใกล้สูญพันธุ์ เช่น กระทิง, เซียมมัง หรือชะนีดำใหญ่ ซึ่งเป็นไพรเมทจำพวกชะนีขนาดใหญ่ ที่แพร่พระจายพันธุ์ในคาบสมุทรมลายูจนถึงเกาะสุมาตรา โดยพบที่นี่เป็นเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้แล้วยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเงือกจำนวน 10 ชนิด จากทั้งสิ้น 13 ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย โดยเฉพาะนกเงือกกรามช้างปากเรียบ หนึ่งในชนิดของนกเงือกกรามช้าง ที่อพยพบินรวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ จำนวน 10–20 ตัว จากป่าห้วยขาแข้งในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก มายังที่นี่ในพื้นที่อำเภอเบตง ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยรวมจำนวนนกทั้งหมดแล้วมีประมาณ 500 และการสำรวจล่าสุดพบมากถึง 2,000 ตัว

นอกจากนี้ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เป็นที่ตั้งของ ต้นกะพงขนาดใหญ่ที่มีเส้นรอบวงถึง 25 เมตร ในพื้นที่อำเภอสุคิริน ที่โอบอุ้มป้องกันทางพังทะลายของหน้าดิน ซึ่งเป็นการป้องกันอุทกภัยให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่รอบผืนป่าได้และข่าวการค้นพบร่องรอยกระซู่และสัตว์ป่าหายากอีกหลายชนิดเมื่อปีพ.ศ. 2540

บ่ายสองโมงกว่าๆ ปรีสตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์ เตือนให้เรารู้ว่าจะต้องเดินทางกันแล้ว จากที่พักรีสอร์ทประชารัฐบ้านฮาลา-บาลา ไปราวกิโลเมตรครึ่ง เราก็ถึงด่านตรวจของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เราเปิดหน้าต่างรถทุกบาน เพื่อสัมผัสความเย็นความบริสุทธิของผืนป่า สองวันก่อนหน้านี้ฝนตกหนักผืนป่าจึงชุ่มฉ่ำ ส่งความชุ่มชื่นมาถึงพวกเรา สองข้างทางที่รถวิ่งผ่านไป เต็มไปด้วยผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์

ปรีจอดรถมอเตอร์ไซด์ แล้วเดินไปยังจุดที่มองเห็นต้นไทรสูงใหญ่ที่โผล่พ้นหุบเหวเบื้องหน้า ได้ยินสำเนียงเสียงยาวีปนปักษ์ใต้ "เห็นไหมๆ กระโดดไปกระโดดมากำลังกินลูกไทร"ปรีชี้มือไปยังจุดหมายเบื้องหน้าพร้อมร้องบอกพวกเรา  อะดรีนาลีนของเราทุกคนพุ่งปรี๊ด  "บุหลงบาลง" นกเงือกหัวแรด สัญลักษณ์ผืนป่าฮาลา-บาลา ดูเจ้าซิช่างมีความสุขจริงๆ เพลิดเพลินกระโดดจากกิ่งนี้ไปกิ่งโน้น พร้อมเลือกหาลูกไทรหอมหวานที่มีอยู่ดารดาษเกลื่อนกลาดไปทั้งต้น บุหลงบาลง มีความสุขในการกินลูกไทร ส่วนเราก็มีความสุขในการยืนส่องยืนดูพฤติกรรมธรรมชาติของเขา ที่ปราศจากความเคลือบแคลงหวาดระแวง

นกเงือกหัวแรด Rhinoceros Hornbill

เงือกคู่รัก เราจะรักกันไปจนวันตาย

นกเงือกคือดัชนีชี้วัดความอุมสมบูรณ์ของผืนป่า

บิน บิน บิน บิน ไป

บิน ไป บิน ไป เหมือนใจนี้

ปีกยังบิน ตายังจ้อง มอง ทาง

มาเกาะต้นไม้โล่งๆ โดยไม่กลัวเกรง

มองหาหนอนแมลง

เจอแล้วอยู่ในซอกนี้เอง

 

ต้นฤดูฝน ช่วงเวลาเช้าของผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ หมอกจางๆสีขาวลอยเอื่อยอ้อยอิ่งตามยอดไม้ ความเงียบสงบที่เหมือนกับว่าในโลกนี้ไม่มีสรพสิ่งใดๆ เพียงหายใจเข้าออกไม่กี่นาทีภาพความงดงามที่มีหมอกจาวๆคลอเคลียยอดไม้ก็แปรเปลี่ยนไป เสียงปีกกระพือดังพรึบๆ จากไกลเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สีดำตัดกับสีเหลืองมองเห็นได้ชัดยามที่บินผ่านเหนือหัวขึ้นไปราวๆร้อยเมตรเศษ ป่าผืนนี้ช่างมีมนต์เสน่ห์ สรรพสัตว์สิ่งมีชีวิตหลากหลายที่อาศัยผืนปาแห่งนี้ดำรงชีวิตเพื่อสืบเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่นิจนิรันดร์  เราที่เป็นส่วนประกอบของสรรพสิ่งมีชีวิตก็ยินดีที่เห็นเขาอยู่อย่างมีความสุข  เราไม่ปรารถนาในการทำลาย ไม่ปรารถนาในการล่าล้าง ต่างก็ดำรงชีวิตไปตามที่กำหนด

ในจำนวนนกเงือกที่พบในประเทศไทยมีทั้งหมด 13 ชนิด ป่าฮาลา-บาลา พบได้ถึง 10 ชนิด ฮาลา-บาลา จึงเป็นป่าแห่งความหวัง เป็นความหวังของนกเงือกที่จะได้อยุ่อาศัยและสืบเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ตลอดไป  นกเงือกเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ  พฤติกรรมของนกเงือกคล้ายกับมนุษย์ที่ดี  รักครอบครัว ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดี หากเราได้เฝ้าดูพฤติกรรมของนกเงือกเราจะอิ่มเอมใจ

เสียงร้อง กก กก กก ดังก้องในราวป่าที่เงียบสงัด นกกก 2ตัว บินมาเกาะที่ต้นไทรที่อยู่ห่างไปราว 200 เมตร เพลิดเพลินกับการกินลูกไทร เพียงไม่นานที่เราเห็นนกก็โผบินจากไป ทิ้งความสุขให้เราได้รำลึกถึงช่วงเวลาเพียงสองสามนาที

 

นกกก Great Hornbill

นกกก หรือนกกาฮัง กินลูกไทรอย่างเพลิดเพลิน

กินได้ไม่นานก็โผบินจากไป

แพนกล้องส่งน้องนก

 

ความสวยงามของป่าฮาลา-บาลา ต้องติดอันดับต้นๆของโลก เป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น ป่าแอมเมซอน แห่งเอเซีย เมื่อได้สัมผัสกับป่าฮาลา-บาลา เราจึงรู้ว่าคำกล่าวข้างต้นจริงแท้แน่นอน

 

หมอกเช้าคลอเคลียยอดไม้

ต้นสยาเหลือง(สยาเหลืองและสยาแดง พบได้เฉพาะภาคใต้เท่านั้น)

นกงือกอาศัยป่าเพื่อหาอาหาร

สัมผัสความเย็นความชุ่มชื้นเมื่ออยู่ใจกลางป่า

ส่องและถ่าย เมื่อเจอสกุณาสวยๆ เบื้องหลังคือป่าอุดมสมบูรณ์

 

ชะนีมือดำ (Black-handed gibbon) เป็นชะนีชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hylobates agilis

จัดเป็นหนึ่งในสี่ชนิดของชะนีที่สามารถพบได้ในประเทศไทย ชะนีมือดำดั้งเดิมเคยถูกจัดให้เป็นชนิดย่อยของชะนีมือขาวหรือชะนีธรรมดา (H. lar) เช่นเดียวกับชะนีมงกุฎ (H. pileatus) แต่เมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติมพบว่ามีบางอย่างที่แตกต่างออกไป เช่น เสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะกว่าและการแพร่กระจายพันธุ์ จึงจัดให้เป็นชนิดใหม่

ชะนีมือดำ มีการแพร่กระจายพันธุ์ในประเทศไทย เฉพาะในป่าดิบภาคใต้ตอนล่างที่ติดกับมาเลเซียเท่านั้น จากนั้นจะพบได้ตลอดทั้งแหลมมลายู จนถึงเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว ขณะที่นิเวศวิทยาและพฤติกรรมก็คล้ายคลึงกับชะนีชนิดอื่น ๆ สถานะการอนุรักษ์ในอนุสัญญาไซเตสจัดให้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) คือ ห้ามค้าขายหรือมีไว้ครอบครองเด็ดขาด เว้นแต่จะเป็นไปเพื่อการศึกษาหรือวิจัยขยายพันธุ์(วิกิพีเดีย)

ชะนีมือดำ อาศัยลูกไทรเป็นอาหารเช่นเดียวกับนกเงือก

เลือกกินอย่างสบายใจ

ไม่พอใจก็เด็ดทิ้ง เรียกว่ากินทิ้งกินขว้าง

 

ครั้งนี้ได้เจอนกเงือกที่ป่าฮาลา-บาลา ทั้งหมด  5 ชนิด

1.นกเงือกหัวแรด

2.นกเงือกกรามช้าง

3.นกชนหิน

4.นกเงือกปากดำ

5.นกกก หรือ นกกาฮัง

 

ขอบคุณครับที่เข้ามาชม

_____________________________________________

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 10/08/2022 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ความคิดเห็นที่ 1

Chaoying ได้ไปนั่งไปนอนที่นั่นเจอแต่ความสุข ธรรมชาติบริสุทธิ ชาวบ้านก็ดีมีความเป็นมิตร นกก็มีความสุขไม่มีคนล่า สรุปรวมที่นั่นดีทุกอย่าง กลับมาแล้วยังอยากไปอีก

ความคิดเห็นที่ 1 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 08/08/2022 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

โอ้ โห ..ว้าวๆๆๆ สวยงาม จุใจ มาก ทุกภาพเลยค่ะ
ได้กลิ่นป่า อายหมอก สายลมเย็น ป่าใหญ่ มีความสุขมากเพียงได้เห็นภาพก็สุขใจ พี่โต้งโชคดีมากที่ได้ไปเยือน ฮาลา บาลา
ภูมิใจมากที่ประเทศไทย ยังมีป่าใหญ่ อย่าง ฮาลา บาลาให้นกเงือกอาศัย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน