พิมพ์หน้านี้
|
เช้าวันที่ 15 ธันวาคม 2550 ที่สนามเลือกตั้งศาลาประชาคม จังหวัดภูเก็ต คนแน่นขนัดตัด ตรึมต่างคนต่างล้วนจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งนั้น เทศบาลนครภูเก็ตจัดแบ่งการเลือกตั้ง ออกเป็น สองส่วนคือส่วนการเลือกตั้งของผู้ใช้สิทธินอกเขตที่ศาลาประชาคม ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถ ตั้งเต็นท์รองรับปริมาณของผู้มาใช้สิทธิได้มากกว่า ส่วนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งจัดขึ้นใน บริเวณพื้นที่ ของห้องประชุมเทศบาลนครภูเก็ต ของผมเองต้องใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต ที่ศาลา ประชาคม ซึ่งก็จัดแบ่งโซนของผู้ใช้สิทธิออกเป็น 30 หน่วยเลือกตั้ง หรือ 30 เต็นท์นั่นแหละ เมื่อ เดินเข้าไปภายในบริเวณศาลาประชาคม ก็พบปะผู้คนมากมาย พากันมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มองมุม หนึ่งก็คือถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้คนตื่นตัวกันมากมาย แต่อีกมุมหนึ่งก็เห็นได้ว่าประชากร แฝงของภูเก็ตที่ไม่ได้เป็นชาวภูเก็ต มากมายเหลือเกิน จนดูว่าจะมากกว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ล่วงหน้า ของชาวภูเก็ตเองเสียอีก ของผมได้สิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตนนทบุรี สมุทรปราการ ก็ไปเดินหาเต็นท์ที่ 15โดยเริ่มต้นก็ต้องไปหาชื่อจากบัญชีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งของหน่วยนี้ก่อน ก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลให้ พร้อม เมื่อได้ชื่อแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะเขียนหมายเลขลำดับรายชื่อใส่ในกระดาษ เล็กๆที่เตรียมมา พร้อม แล้วก็ฉีกให้ผมนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่นั่งรอในเต็นท์หน่วยเลือกตั้ง ผมก็เดินเพื่อจะไป เข้าคิวรอลงเลือกตั้งแต่พอเห็นท้ายคิวก็ต้องตกใจ เพราะคิวยาวเฟื้อยผ่านหน้าเต็นท์ไปถึง 3-4 เต็นท์ แต่พอมองหัวแถวก็กลับโล่งใจ เพราะนั่นเป็นคิวของเต็นท์ที่ 16 กรุงเทพมหานคร หมาย ความว่าประชาชนชาวกรุงเทพฯมาขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต กันที่ภูเก็ตมากมายนั่นเอง ส่วน เต็นท์ที่ 15 ของผมกลับ สบายๆเบิร์ดๆ ไม่มีคนเลย ผมก็เลยย่างเยื้องชำเลืองเดิน เข้าคูหาโชว์ บัตรข้าราชการพร้อม โพยก๊วนบัญชีลำดับรายชื่อที่เจ้าหน้าที่เขาหาให้เมื่อตะกี้นี้ ให้กับเจ้าหน้า ที่สาวที่ยิ้มแฉ่งรอต้อนรับผมอยู่ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเธอไปนั่งอยู่เต็นท์หน่วยเลือกตั้ง กรุง เทพมหานคร เธอจะยังยิ้มแฉ่งได้อย่างนี้ไหม เธอตรวจบัตรข้าราชการผม แล้วก็ให้เซ็นชื่อด้วยปากกาหมึกแดงลงในต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ผมถามว่าทำไมต้องใช้หมึกแดง เธอบอกว่ากรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้วันนี้ใช้หมึกแดง เซ็นชื่อ พรุ่งนี้เป็นหมึกดำและวันที่ 23 ธันวาเป็นหมึกสีน้ำเงิน ผมรับบัตรเลือกตั้งพร้อมกับฝาก กล้องถ่ายรูปไว้ที่เธอ แล้วก็ก้าวเข้าคูหากาบัตรสองใบ เสร็จแล้วก็ใส่ซองนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ อีกคน หนึ่งซึ่งเป็นผู้ปิดผนึกซองลักษณะคล้ายซองจดหมายระบุถึง หน่วยเลือกตั้งเขตที่ 2 จังหวัด นนทบุรี เสร็จแล้วก็ให้ผมนำไปหย่อนลงหีบเลือกตั้ง ผมกลับมารับกล้องถ่ายรูปที่ฝากไว้ กับเจ้า หน้าที่สาวสวย เธอกระเซ้าผมว่า กรมศุลกากรกำลังประกาศรับข้าราชการอยู่หรือ? เธออยากไป สมัครบ้าง ผมก็แนะนำให้เธอเข้าไปที่เว็บไซด์ของกรมฯ www.customs.go.th ซึ่งประกาศรับ สมัครอยู่ และสามารถสมัครได้ทาง Internet เลย ของผมเลือกตั้งเสร็จแล้ว แต่ของคุณหมูภรรยาสุดเลิฟของผม พึ่งจะได้คิวเช็คลำดับรายชื่อ ผู้ใช้สิทธิเนื่องจากเธอต้องใช้สิทธิ์ในหน่วยเลือกตั้งที่ 16 กรุงเทพมหานคร เพราะทะเบียนบ้าน เธอยังอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ในเขตกรุงเทพมหานคร เธอก็เลยใช้สิทธิ์เข้าคิวไปบ่นไปตามประสา........ คนขี้บ่นแต่ใจดี ผมถือโอกาสเดินสำรวจตรวจสอบ ตามประสา Citizen Reporter ตามหนังสือของเดอะเนชั่น ที่อุตส่าห์ซื้อมาอ่านแล้ว จะไม่ปฏิบัติตามก็กระไรอยู่ ก็สังเกตได้ว่า นอกจากประชาชนชาวกรุง เทพมหานคร จะมาใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตกันมากแล้ว ประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มากมายไม่แพ้กันเดินเข้าไปบริเวณที่มีกรรมการการเลือกตั้งนั่งอยู่ ก็จะมีประชาชนเดินเข้า มาสอบถามปัญหาเนืองๆปัญหาส่วนใหญ่ก็จะซ้ำๆกันอยู่ที่ ไม่รู้หน่วยเลือกตั้ง ไม่รู้เบอร์ผู้สมัคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องตอบซ้ำๆเช่นกันว่าให้ดูที่บอร์ดตามชื่อจังหวัดที่ขึ้นไว้ให้ ส่วนเบอร์ผู้สมัครก็ มีไว้ให้ดูที่เต็นท์ที่จะใช้สิทธิ์แล้ว แต่ก็มีคำถามหนึ่ง ซึ่งสะดุดหูเป็นคำถามซึ่งไม่น่าจะเป็นคำถาม เป็นคำของสุภาพสตรีผู้หนึ่ง อายุราว 30กว่าปี ถามกรรมการว่า "เธอจะเลือกผู้สมัครคนเดียว ให้สามคะแนนเลยได้หรือไม่" หวังว่าท่านผู้อ่านคงไม่ต้องการคำตอบนะครับ เขตเลือกตั้งภูเก็ตเอง สามารถเลือกตั้ง สส.ได้สองคน ซึ่งก็แน่นอนว่าพื้นที่นี้ ปรชาธิปัตย์ ยึดครอง แต่ก็ยึดครองอย่างไม่เหนียวแน่นอะไรนักหรอกครับ เพราะมีเสียงบ่นจากบรรดาคอ สภากาแฟให้ได้ยินเนืองๆว่า นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยจะโดนใจ ลีลาการพูดการหา เสียงก็ออกจะข่มๆคนอื่นเขา ยิ่งวันที่ออกโทรทัศน์คุยเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ก็ดูออกว่าพูดแบบ ไม่มีประสบการณ์ สู้มิ่งขวัญแสงสุวรรณ ของพลังประชาชน ยังไม่ได้ แต่ยังไงก็ต้องเลือกประชา ธิปัตย์ไปก่อน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชื่นชมการทำงานของเทศบาลนครภูเก็ต และองค์การ บริหารส่วนจังหวัด ซึ่งมีนายกฯชื่อ อัญชลีวานิช เทพบุตร ที่คราวนี้ส่งสามีลงสู้ศึก สส.แทน ตะ แล่นแตนแต๊น.....แต่นี่ก็เป็นเพียงเสียงสะท้อนจากบรรดาคอการเมืองรอบๆตัวผม เท่านั้น นะครับ มิใช่ผลโพลผลวิจัยอะไรแต่อย่างใด เดี๋ยว กกต.จะมาฟ้องผม ยิ่งเดี๋ยวนี้ศาลท่านยิ่ง ดุๆอยู่ด้วย จำคุกจำขังไม่ค่อยลงรอลงอาญาอย่างเก่าแล้ว ขนาดรัฐมนตรีสมหมายของผมยัง โดน คำพิพากษาจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา ฐานปลด ผอ.บดท.เสีย จนต้องออกจากรัฐมนตรี ฐานขาดคุณสมบัติทันทีทันควัน....ผมกลัวครับ....ออกตัวไว้ก่อน....จบข่าว!!! ประชาชนมาใช้สิทธิ์กันมากมายจนต้องออกมาจอดรถกันริมถนน ตามธรรมเนียมครับที่ไหนมีผู้คนมาประชุมกันที่นั่นย่อมมีรถเข็นขายของ ข้างนอกรถยนต์จอดกันล้นหลามข้างในก็เป็นเขตของมอเตอร์ไซด์ล่ะครับ มีแผนผังบอกวิธีการใช้สิทธิ์นอกเขตโดยให้ไปตามหน่วยเลือกตั้งของจังหวัดที่เรามีชื่ออยู่ครับ ป้ายบอกเต็นท์ที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ต ประชาชนไปตรวจสอบรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้งของตนกันล้นหลาม มีรถสุขาเคลื่อนที่ของเทศบาลนครภูเก็ตมาให้บริการด้วยครับ แต่ละเต็นท์แต่ละหน่วยเลือกตั้งเข้าแถวกันยาวเหยียดเลยครับ แค่เข้าคิวตรวจสอบรายชื่อก็เหนื่อยแล้วครับ เจ้าหน้าที่เลือกตั้งสาวสวยของหน่วยเลือกตั้งนนทบุรี ที่ผมไปใช้สิทธิ์ ดูเธออารมณ์ดีครับ เพราะมีคนใช้สิทธิ์ที่เต็นท์เธอน้อย.... มีเจ้าหน้าที่มาบริการตรวจสอบรายชื่อให้เป็นอย่างดีครับ.....ต้องขอขอบคุณด้วย เมื่อได้แล้วจะเขียนใส่กระดาษแบบฟอร์มเล็กๆนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ที่เต็นท์หน่วยเลือกตั้ง ตรวจสอบหมายเลขผู้สมัครในเขตครับ....สุภาพสตรีผู้นี้เธอบอกจะเลือกน้องแบมครับ...ผู้หญิง ต้องเลือกผู้หญิงด้วยกัน...เธอว่างั้น เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบบัตรประชาชนแล้วก็มอบบัตรเลือกตั้งให้ครับ คอมมิวนิสต์น้อยผู้นี้ตามคุณพ่อมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครับ...ถึงวันหนึ่งที่มีโอกาสใช้สิทธิ์เอง จะได้ทำเป็นเห็นแล้วคิดถึง...น้ององ...เด็กหญิงหมวกดาวแดง...ของพวกเราครับ!!! สุภาพสตรีท่านนี้...เธอคอยคิวนานชักเมื่อย บ่นก็ไม่ได้บ่นเพราะไม่มีคนรู้จักมาอยู่ใกล้ๆ ให้ได้บ่นเธอก็เลยยืนเท้าสะเอวเสียยังงั้นแหละครับ....
|