• Pure
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 101177
  • ส่ง msg :
  • โหวต 31 คน
Pure Moods
The Kind of...Moods ความหลากหลายของ...อารมณ์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/PureMoods
วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน 2551
Posted by Pure , ผู้อ่าน : 3681 , 10:43:12 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


นางอัปสราแสนสวยแห่งบ้านระแงง
โดย สุวัฒน์ แก้วสุข 


ถ้าเราแวะไปเยี่ยมชมปราสาทบ้านระแงง(อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์) แล้วหยุดมองไปด้านหน้าปราสาทจะพบว่ามีรูปจำหลักภาพนางอัปสรสองนางยืนขนาบซ้ายและขวาของประตูเทวาลัย หากสังเกตให้ละเอียดขึ้นก็จะเห็นอีกว่า มือข้างหนึ่งของนางอัปสรถือดอกบัว อีกข้างดูคล้ายรั้งผ้านุ่งที่ขมวดใต้สะดือ มีนกตัวหนึ่งเกาะนิ่งบนไหล่

ส่วนทับหลังด้านบนเป็นรูปพระศิวนาฏราชที่งดงามที่สุดชิ้นหนึ่งในประเทศไทย

ในความรู้สึกของผมนั้น นางอัปสรากำลังยิ้มเล็กน้อยเหมือนจะอวดด้วยความภาคภูมิใจว่า เธอได้เฝ้าปรนนิบัติแด่องค์พระศิวะมหาเทพผู้เป็นใหญ่แห่งเทวสถาน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปราสาทบ้านระแงงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระศิวะและชุมชนโบราชที่อยู่บริเวณนี้ ก็ต้องยอมรับนับถือคติแบบไศวนิกายให้เป็นศาสนาของผู้คนพลเมืองมาก่อนอย่างแน่นอน

ไศวนิกายคือการบูชาและยกย่องพระศิวะหรือพระอิศวรให้เป็นใหญ่เหนือเทพทั้งปวง ตามความเชื่อในลักธิพราหมณ์ ซึ่งนับถือเทพเจ้ามากมายเป็นร้อยเป็นพัน

หากมองในแง่ศิลปะแล้ว การจำหลักภาพนางอัปสรของที่นี่ถือเป็นงานฝีมือชั้นครู ทำได้อย่างงดงามและปราณีตบรรจงไม่ด้อยกว่าที่ใด ในอีกมุมมองหนึ่งนั้น ศิลปะที่มีอายุนับพันปีอย่างนี้คงไม่ได้ทำขึ้นเพียงเพื่อมุ่งให้แลดูสวยงามอย่างเดียวเป็นแน่

ผมไม่เคยเห็นนางอัปสรในท่วงท่าลักษณะนี้มาก่อน เท่าที่ตระเวณดูปราสาทเขมรโบราณ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในอีสานก็มีไม่กี่แห่งที่ยังพอจะเหลือรูปนางอัปสรให้เห็นกันอย่างชัดๆ กลายเป็นของหาดูยากไปแล้ว   ด้วยเหตุนี้ การปรากฏภาพจำหลักนางอัปสรยืนเฝ้าปราสาทระแงงจึงมิใช่เป็นเรื่องธรรมดา จะเพียงชื่นชมว่าสวยแล้วจากไปเฉยๆ คงไม่อาจทำได้

ถ้าใครเคยไปเที่ยวนครวัดของกัมพูชาจะประจักษ์ด้วยตัวเองว่า เฉพาะที่นครวัดแห่งเดียวก็ดาษดื่นไปด้วยรูปจำหลักนางอัปสรจนตื่นตาตื่นใจไปหมดไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนเป็นต้องเห้นนางอัสรสถิตอยู่บนทับหลัง ซุ้มประตู ผนัง หน้าบัน ฯลฯ แทบไม่มีซอกมุมใดไร้เงานางอัปสรเลย

นักโบราณคดีตรวจนับรูปนางอัปสรที่นครวัดได้มากมายถึง ๑๖๓๕ นาง บางคนยืนยันว่ามีมากกว่านั้น ชาวกัมพูชาเรียกนางอัปสรว่า "อัปสรา"(Apsara) เป็นคำเดียวกันกับภาษาไทย ("อัปสร" เป็นคำสันสกฤต ถ้าเป็นบาลีจะใช้คำว่า "อัจฉรา")

นางอัปสร หรือ "อัป-สะ-รา" เป็นใครมาจากไหนหรือ?

คำตอบเรื่องนี้เห็นจะต้องย้อนยุคไปไกลร่วม 3000 ปีและไกลถึงชมพูทวีป ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมโบราณที่เราสืบทอดมานับร้อยชั่วอายุคน

คัมภีร์ปุราณะ ซึ่งเขียนขึ้นในยุคมหากาพย์ของอินเดีย (ช่วงเดียวกับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์หรือรามายณะ) มีเรื่องราวตอนหนึ่งเกี่ยวกับการเกิดของนางอัปสรเนื้อหาสาระค่อนข้างจะพิสดารตามแบบนิยายปรัมปราทั่วไป เรื่องมีอยู่ว่า ในกาลหนึ่ง เทพยากับอสูรได้ร่วมกันทำน้ำอมฤตเพื่อความเป็นอมตะไม่รู้จักตายพิธีนี้เรียกว่า กวนเกษียรสมุทร มีพระนารายณ์เป็นผู้ควบคุมการทำพิธีดังกล่าว 

กรรมวิธีการทำน้ำอมฤตนี้ต้องใช้พญานาควาสุกรี(เป็นนาคห้าหัว)ทอดตัวรัดพันรอบภูเขามัณธระ(คือเขาพระสุเมรุ ซึ่งก็คือยอดเขาหิมาลัย) พวกอสูรช่วยกันจับลำตัวส่วนหัว พวกเทวดาจับตรงหาง ดึงกันไปดึงกันมาอยู่คนละฟาก ๓เขาที่อยู่ตรงกลางจึงกวนมหาสมุทรเป็นวังวน

ระหว่างทำพิธีอยู่นั้นเกิดดเหตุไม่คาดฝัน ภูเขามัณธระได้ถล่มลงมาน้ำอมฤตที่ว่าจึงหายไปอยู่ใต้ภูเขา ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องแปลงร่างเป็นเต่าแหวกว่ายลงไปใต้สมุทรเพื่อหนุนเขามัณธระขึ้นมา ขณะที่ยักษ์กับเทวดาชักดึงนาคไปมาจนทะเลปั่นป่วนนั้น นางอัปสรก็ผุดขึ้นมาประดุจฟองคลื่น จึงกล่าวได้ว่าพวกเธอคือนางฟ้าที่จุติจากน้ำในมหาสมุทรนั่นเองก็ยากจะทราบได้

เรื่องราวเหล่านี้เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ไม่ใช่ตำนานที่เขมรหรือไทยเขียนขึ้นมาแต่อย่างใด ว่ากันส่านางอัปสรองค์แรกที่จุติขึ้นมาคือ "พระลักษมี"ผู้ซึ่งต่อมาเป็นฉายาของพระนารายณ์ ซึ่งก็เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนจำนวนมากเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี มหกรรมเทวดากับยักษ์ช่วยกันกวนน้ำทิพย์นี้จบแปลกๆ เพราะเมื่อได้น้ำอมฤตสมดังตั้งใจแล้ว แทนที่จะแบ่งกันอย่างเป็นธรรม พวกเทวดากลับใช้เล่ห์ดื่มกินเองฝ่ายเดียวไม่ยอมแบ่งปันแก่อสูร บรรดาเหล่าเทวดาทั้งหลายจึงอยู่ยงคงกระพันเป็นอมตะแต่ฝ่ายเดียว ส่วนอสูรก็อกหักไปตามระเบียบบางตำราถึงกับบอกว่าเพราะการที่ได้ดื่มน้ำอมฤตนี้เองทำให้เทวดาสามารถขับไล่อสูรลงจากสวรรค์ได้สำเร็จ 

พิธีกวนเกษียรสมุทร เรียกตามโบราชราชประเพณีของไทยว่า "ชักนาคดึกดำบรรพ์" เป็นพิธีสรรเสริญยกย่องกษัตริย์เป็นเสมือนเทพ อยุธยารับสืบทอดมาจากพราหมณ์ที่ถูกกวาดต้อนเข้ามาเมื่อครั้งไปตีได้กรุงกัมพูชา ที่นครวัดก็สลักภาพพิธีกรรมนี้ไว้บนผนังศิลายาวร่วม ๕๐ เมตรเป็นรูปยักษ์และเทวดาจำนวนนับร้อยกำลังชักนาคดึกดำบรรพ์ที่ใหญ่โตโอฬารที่สุดที่มนุษย์ทำขึ้นมา

มีผู้สันนิษฐานว่าคำ "ดึกดำบรรพ์" น่าจะเพี้ยนมาจากภาษาเขมรว่า "ตึ๊กตระบัล" แปลว่าตีน้ำหรือกวนน้ำ ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผลดี ดังนั้นหากได้ยินใครพูดถึงสมัยดึกดำบรรพ์ก็ต้องเข้าใจด้วยว่านั่นย่อมหมายถึงยุคโบราณจริงๆ ตั้งแต่ครั้งที่ยัง "ตีน้ำ" กวนเกษียรสมุทรเอาเลยทีเดียว

ตรงห้องอาคารผู้โดยสารในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของเราก็มีการสร้างประติมากรรมขนาดใหญ่จำลองการกวนเกษียรสมุทรแบบนี้ไว้ให้ฝรั่งต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยได้เห็น แต่จะเข้าใจเรื่องราวมากน้อยเพียงใดก็ยากที่จะทราบได้

สรุปแล้วภาพจำหลักนางอัปสรที่มีอยู่ตามโบราณสถานเขมรพอจะแยกได้เป็นสองลักษณะคือ รูปยืนเต็มตัว เป็นเทพประจำเทวสถานอย่างที่ปราสาทบ้านระแงงอีกลักษณะหนึ่งอยู่ในท่ารำฟ้อนหรือเหมาะเหินเดินอากาศเป็นนางอัปสรที่กำลังเคลื่อนไหว ซึ่งพบเห็นมากตามทับหลังหรือหน้าบัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นนางอัปสรกลุ่มใด หากสังเกตเสื้อผ้าอาภรณ์การแต่งองค์ทรงเครื่องตลอดจนผ้านุ่ง สร้อยคอ กำไลมือ รัดต้นแขน ต่างหู ชฎา การเกล้าผมหรือกระทั่งหน้าตาท่าทาง ก็จะพบความแตกต่างไปตามยุคสมัยและความนิยมของแต่ละท้องถิ่น อาจมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความเป็นสตรีที่งดงาม สูงศักดิ์และเย้ายวน ตรงนี้ผู้สร้างคงมิได้มีเจตนาจะให้เป็นหญิงชาวบ้านสามัญชน น่าจะเป็นความคิดฝันของคนในสมัยนั้นถึงเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ที่คอยเฝ้าบำเรอความสุขแด่เทพผู้เป็นใหญ่มากกว่า

บรรดานาฏศิลป์แขนงต่างๆ ที่ตกทอดมายังสุโขทัย อยุธยา จนถึงปัจจุบัน ก็ล้วนแต่มีพื้นฐานอันเกี่ยวโยงกับนางอัปสร ไม่ว่าท่าหรือการแต่งกาย มีการจัดลำดับความสำคัญไว้ชัดเจน เช่น การเล่นโขนรามเกียรติ์ถือเป็นของสูง ในขณะลิเกและเซิ้งทั้งหลายเป็นการละเล่นของชาวบ้าน ไม่ปะปนกัน

ข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดเกี่ยวกับนางอัปสรเหล่านี้ทำให้ต้องยืนยันว่านางอัปสรไม่ได้เป็นแค่เพียงภาพจำหลักอันไร้จิตวิญญาณ แต่ในความเป็นจริงพวกเธออยู่ใกล้ชิดกับเราอย่างยิ่งและอยู่ในวัฒนธรรมของเรามาอย่างมั่นคงชั่วนาตาปีแล้ว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมนางอัปสรที่ปราสาทบ้านระแงง อ.ศีขรภูมิ จึงไม่ธรรมดา
...

...
ปราสาทศีขรภูมิหรือปราสาทระแงง  เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด ประกอบด้วยปรางค์ก่ออิฐจำนวน ๕ องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสกว้าง ๒๕ เมตร โดยมีปราค์ประธานอยู่ตรงกลางและปราค์บริวาร ๔ องค์ล้อมอยู่ทั้ง ๔ ทิศ

ทับหลังของปรางค์ประธานจำหลักเป็นรูปศิวนาฏราชยืนอยู่บนแท่นมีหงส์แบก ๓ ตัว อยู่เหนือเศียรเกียติมุข สองข้างประตูทางเข้า จำหลักเป็นรูปนางอัปสรถือดอกบัว ด้านข้างจำหลักลายก้ามปูและทวารบาลยืนถือกระบอง

ที่ปรางค์บริวารพบทับหลัง ๒ ชื้น เป็นเรื่องกฤษณาอวตาล ชิ้นหนึ่งเป็นภาพพระกฤษณะปราบช้างและคชสีห์ อีกชิ้นหนึ่งเป็นภาพพระกฤษณะปราบคชสีห์ ที่ปรางค์บริวารทิศตะวันออกเฉียงใต้ พบจารึกหินทรายที่กรอบประตู เป็นจารึกอักษรธรรม กล่าวถึงพระเถระผู้ใหญ่และท้ายพระยาร่วมกันบูรณะศาสนสถานแห่งนี้

...บทความเรื่องนางอัปสราแสนสวยแห่งบ้านระแงง  จากหนังสือ...สุรินทร์สโมสร...

ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๐)

ขอขอบคุณหนังสือที่ทางสุรินทร์สโมสรมอบให้ด้วยนะคะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
วิตามินบี วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


บีหอบช่อดอกไม้มาขอบคุณพี่
ที่สละเวลา
ร่วมส่งภาพเข้าประกวดในครั้งนี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วิตามินบี วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ส่งนางอัปสรามาฟ้อนรำ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
wansuk วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

นางอัปสราแห่งศีขรภูมิงดงามสมบูรณ์แบบมากค่ะ

มุมภาพแตกต่าง ไม่เหมือนใคร...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Pure วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PureMoods
I'm Arch

สวัสดีค่ะ
คราวหน้าลงภาพ...หลุด ของชาวโอเคดีมั๊ยค่ะ
ประมาณว่า
เก็บตก...ภาพหลุด ของชาวโอเค
...
ขอบคุณนะคะมาชมแล้ว...ชอบ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Supawan วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ภาพสวยค่ะ ... และได้อ่านบทความเรื่องนางอัปสรจากหนังสือสุรินทร์สโมสรแล้วเช่นกัน ...

การกวนเกษียณสมุทรมีรายละเอียดอีกเยอะค่ะ เอาไว้จะเล่าให้ฟังตอนพาเที่ยวนครวัดค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

นางอัปรางามมากเลยค่ะ... เอวองค์อ่อนช้อย
ดูแล้วคิดถึงนางอัปราที่นครวัดเลยค่ะ
ส่วนทับหลังก็ทำให้คิดถึงปราสาทบันทายสรีมากเลยค่ะ
กำลังคิดอยู่เชียวว่า จะทำอัลบั้มรวมมิตรนางอัปราจากเสียมเรียบ
ซึ่งคิดมาหลายปีล่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสทำเลยค่ะ...
เนี่ย... จุดประกายอิชั้น...โดนๆ เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

ชอบลักษณะมุมมองแบบนี้จังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อัปสรสวรรค์ วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aupsornsawan
<<<ที่นี่มีจดหมายวรรณกรรม>>>(เล่ม ๖ อวลดอกไม้เลือดนก) 

สวยงามมากๆคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เยี่ยมค่ะ
ภาพมุมงามอีกแล้วววววววววว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

The Moon

...

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]