• R009
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 615
  • จำนวนผู้ชม : 279530
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Lover R009
นักบล็อคสมัครเล่น ชอบพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/R009
วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน 2565
Posted by R009 , ผู้อ่าน : 321 , 09:09:09 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

คำถามที่ได้ยินบ่อยนับตั้งแต่มีเรื่องการควบรวมบริษัทโทรคม 2 รายในไทย คือ ผู้เล่นในตลาดน้อยลงหรือไม่??
 
 
---
กรณีข่าวดีลควบรวมบริษัทโทรคมไทย 2 รายที่มีฐานลูกค้าหลายสิบล้านราย เกิดคำถามขึ้นทันทีว่า การควบรวมจะทำให้ผู้เล่นในตลาดโทรคมน้อยลง หรือลดจำนวนลงหรือไม่ คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมโดนถามบ่อยมากในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสื่อที่ก็สนใจติดตามหรือผู้คนรอบข้างที่การตอบผ่านรายการหรือบทสัมภาษณ์ต่างๆ บางครั้งด้วยข้อจำกัดเวลาเเละเนื้อหาอาจมีรายละเอียดไม่มากพอ เพื่อตอบความเห็นนี้ในมุมของผม ผมอยากจะแยกการทำความเข้าใจเป็นแบบนี้ครับ
---
📍ต้องเข้าใจสภาพความเป็นมาของตลาด เเละผู้เล่นโทรคมในบ้านเราก่อน (กล่าวคือเรื่องมันมีสตอรี่นั่นเเหละครับ)
📍สภาพความเป็นไปจริงๆ ในตลาดโทรคม ณ ปัจจุบัน
📍ทางเลือก ทางรอด เเละแนวทางการทำธุรกิจของผู้เล่นในฐานะผู้ประกอบการ(ไทย)
---
📱 เรื่องแรก ต้องเข้าใจสตอรี่หรือความเป็นมาของตลาดโทรคมบ้านเราก่อน ก็จะทำให้มองปัจจุบันได้เข้าใจขึ้นครับ
.
อุตสาหกรรมโทรคมไทย รวมถึงอุตสาหกรรมโทรคมของโลกนั้นอาจกล่าวได้ว่าในช่วง "ขาขึ้น" หรือช่วงรุ่งโรจน์นั้น มีผู้สนใจเข้ามาลงทุนมากมาย หรือเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของทั้งบริการ เทคโนโลยี รวมถึงโอกาสในการทำธุรกิจโทรคม หลายคนคงอาจไม่ทราบว่าแท้จริงเเล้วตลาดบ้านเราเคยผ่านยุคที่มีผู้ประกอบการโทรคมมากมายหลายบริษัทที่เข้ามาลงทุน ทั้งทุนไทย ทุนเทศ สมัยรุ่งเรื่องเฟื่องฟู นอกจากรัฐวิสาหกิจสองราย เรายังมีหลายบริษัทไล่ตาม timeline มา ยุคเเรกๆ อาทิ ตะวันโมบายเทเลคอม, โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส, แอดวานซ์ อินโฟร์ มายุคกลางๆ เรายังมีเพิ่มทั้ง ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือการแตกพาร์คลื่นย่านนึงจนเกิดผู้ประกอบการอีก 3 รายที่โดดลงมาทำมือถือได้แก่ IEC(WCS), Samart Hello(DPC), TAO(Orange) หรือฝั่ง TOT-CAT ก็เปิด ThaiMobile ก่อนจะผ่านการเปลี่ยนถ่ายมือ ยุบรวมเเละควบรวม รีแบรนด์เปลี่ยนชื่อ จนมาเป็นยุคปัจจุบันที่กลายเป็นรายหลักๆ 3-4 ราย อย่างที่เห็น [เรื่องนี้สตอรี่ยาวมากครับ บางคนบอกไม่เคยได้ยินชื่อ บ. เหล่านี้เลยใครสนใจลองอ่าน blog ผมที่เคยเขียนไว้นานเเล้ว ตั้งแต่ปี 2013 จะเข้าใจมากขึ้น http://suebsak.com/story/2013/09/tech20130912.html
 
จะเห็นว่ากลไกการเปลี่ยนไปของผู้เล่นในตลาดโทรคมบ้านเรามันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ได้คงอยู่ยั้งหรือไม่เกิดการโยกย้ายของ "ทุน" ของนักลงทุนจะไทยหรือเทศ มันเป็นตามปัจจัยหลายอย่างทั้งตลาด โอกาส นโยบาย เเละตัวแปรที่สำคัญมากคือ "เทคโนโลยี" (เดี๋ยวจะพูดในหัวข้อถัดๆไป เพราะตัวเทคโนโลยีที่เปลี่ยน พฤติกรรมเปลี่ยน เป็นเรื่องสำคัญเเละสร้างความเปลี่ยนแปลง) ในยุคที่เรียกว่าโทรคมเป็นขาขึ้น คนก็อยากจะมาลงทุนในธุรกิจมือถือ ที่ตอนนั้นแม้ว่าเรื่องการประมูลจะยังไม่เกิด แต่ทางออกของการได้ทำคือระบบสัมปทานที่เกิดจากการถือครองคลื่นโดยรัฐ เอกชนแต่ละรายที่เข้ามาจึงต้องดิ้นรนเพื่อแลกกับการ "ได้คลื่นเเละได้ทำ" เรื่องที่มาของการได้คลื่นในยุคนั้นจึงดูสลับซับซ้อนกว่าปัจจุบันมาก ไม่มีกฏตายตัว ไม่มีตัวต้นทุนที่เท่ากันเป็นบรรทัดฐาน หรือไม่มีแม้กระทั่งรูปแบบที่ชัดเจนของ numbering แบบกด 01 081 อะไรแบบทุกวันนี้ ยุคแรกการทำมือถือโดยการเอาเลขหมาย 02 มาพ่วง DID ก็ทำ (ใครจำได้คงนึกถึง 02239xxxx 02353xxxx ออก)
.
นอกจากเรื่องต้นทุนคลื่น ต้นทุนบริการ ต้นทุนอื่นๆ ที่ไม่ได้เท่ากันในยุคขาขึ้น แต่อาจกล่าวได้ว่ารูปแบบบริการต่างๆ ในยุคนั้นค่อนข้างเอื้อให้คนที่เข้ามาทำมือถือสามารถสร้างบริการเเละรายได้ได้ เพราะบริการยุคนั้นผูกกับผู้ให้บริการทั้งค่าเครื่อง ค่าโทร หรือบริการเสริมต่างๆ แม้ในยุค 2G ที่เริ่มมีบริการดาต้าแบบอืดๆ ได้แล้วการให้บริการคอนเท้นแบบ WAP แบบ Ringtone แบบ TeleMedia หรือแม้แต่บริการคอนเท้นผ่าน SMS (ลองนึกถึงบริการรับข่าวผ่าน SMS ครับ) ที่พอจะทำได้ก็ต้องทำผ่านผู้ให้บริการ เป็นยุคที่ไม่มีคนทำแข่งได้ถ้าไม่ร่วมกับผู้ให้บริการ ยุคนี้จึงถือว่าเป็นยุคตั้งต้นที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการที่สร้างฐานลูกค้าได้เยอะ หรือมีต้นทุนคลื่นต่ำ เเละยิ่งจะดีมากๆ ถ้าฐานนั้นสร้างได้เยอะที่สุดในตลาดเพราะจะเป็นฐานสำคัญอย่างมากต่อมาจนถึงปัจจุบัน
---
📱 ตัดฉากมาที่สภาพความเป็นไปจริงๆ ในตลาดโทรคม ณ ปัจจุบัน
.
ยุคทองโทรคมแบบระบบสัมปทานนั้นได้ค่อยๆหมดไป จากการพยายามเลิกการผูกขาดเเละเปิดเสรี ระบบประมูลคลื่นถูกเข้ามาแทนที่ สัมปทานที่เคยมีเคยได้ต้องค่อยๆ คืนเเละหมดไป ใครที่เข้าสู่ตลาดก่อนหรือหลังจากยุคสัมปทาน หรือสัมปทานขายต่อก็แบกต้นทุนที่ต่างระดับ โดยมีหวังที่การประมูลคลื่นพร้อมๆกับการเกิดของ กทช. เเละมาเป็น กสทช. ด้วยหวังว่ากติกาประมูลจะเอื้อให้ต้นทุนการประกอบการเป็นธรรม ล้างระบบวิ่งเต้น หรือการใช้นโยบายเอื้อ ส่วนระหว่างทางที่เดินนั้น เอกชนรายที่ยื้อไม่ไหวจากการแข่งขัน จากต้นทุน จากตลาดที่เริ่ม (แค่เริ่มก่อนนะครับ) จะอิ่มตัวก็ค่อยๆ ถอยไปทีละราย ทุนต่างประเทศถอยได้ก็ถอนโบกมือลา ทุนในประเทศรายไหนแข็งแกร่งมีทุนก็ซื้อควบรวม จะควบรวมเเล้วเอามารีแบรนด์ทำตลาดก็มี หรือซื้อมาเพื่อเอาสิทธิ์ใช้แค่คลื่นจากสัมปทานก็มี ก่อนเข้าสู่ยุคการประมูล!!!
.
หลังยุคการประมูลคลื่น ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวไม่ได้ราบรื่น ไม่ได้ฉับไวจากการประมูลครั้งแรกบนคลื่น 2100 ที่ล่าช้าจนกว่าเราจะได้ใช้คลื่น 3G ระบบประมูลช้า 10 ปี!!! การประมูลคลื่นแม้จะเกิดได้ต่อเนื่องขึ้นในยุคหลังอีกหลายคลื่น ดูเหมือนจะรีเซ็ตกติกาการประกอบการให้แฟร์ขึ้น นำเงินเข้ารัฐก้อนมหึมา หลังประมูลคลื่นน้อยคนที่จะรู้ว่าต้นทุนของการประกอบการเหมือนจะมานับ 1 ใหม่ เพราะเมื่อล้างระบบสัมปทาน เสาก็ BTO คืนเจ้าของสัมปทานไปเเล้ว การสร้างเครือข่ายแบบนับ 1 คือลงเสาใหม่แบบคิดซะว่าลงทุนครั้งนี้จะได้เป็นเสาของตัวเองก็ตามมา ด้านเทคโนโลยีก็ขยับตามกระเเสแความก้าวหน้าพาเราผ่าน 3G 4G มา 5G ที่กำลังฮือฮา หลายเรื่องเหมือนจะดี แต่เทคโนโลยีก็ทำให้เกิดผู้เล่นใหม่อย่าง OTT
.
เมื่อมือถือยุคใหม่ๆ มันทำได้มากกว่ากดโทรออก แต่มาพร้อมหน้าจอเเละการเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายที่ทันสมัย ทั่วถึง บริการแพล็ตฟอร์มหลากหลายก็ตามมา พร้อมๆ กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เราใช้บริการเเละแทบจะฝากชีวิตกับเจ้าหน้าจอจิ๋วๆ ที่ทำได้ทุกอย่าง ดูหนังฟังเพลง ดูข่าว เทรดหุ้น สั่งของ ขายของ ประชุม เรียน ดูละคร ทีวี และแน่นอนแม้แต่บริการดั้งเดิมแบบ การโทร เเละส่งข้อความ!!! เรียกว่าทำได้ทุกอย่างบนมือถือ บนคลื่นที่ประมูล บนเครือข่ายที่ต้องลงทุน แต่รายได้ที่เกิดกลับไปเกิดที่ผู้ให้บริการแพล็ตฟอร์ม หรือเรียกรวมๆ ว่า OTT
.
หากจะมองว่า OTT เป็นเรื่องดีในการสร้างความสะดวกสบายย่อมไม่ผิด แต่การเกิดเเละการปล่อยให้ OTT ประกอบการได้บนฐานต้นทุนที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ทั้ง องค์กร จ่ายภาษี กำกับได้ ไหนจะโดนควบคุมสารพัด กับผู้ให้บริการ OTT ระดับโลกที่ค่อยๆ รุกคืบแทรกซึมบริการ ดูดเม็ดเงินตัดธุรกรรมที่ต่างประเทศ เสมือนเป็นฝันร้ายยุคสัมปทานที่ผู้ประกอบการ OTT เหล่านี้มีต้นทุนประกอบการที่ต่ำกว่ากลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง แถมรอบนี้เหมือนจะหนักกว่าเพราะตลาดใหญ่ขึ้น แย่งพื้นที่ตลาดได้มากขึ้น ที่สำคัญไร้การกำกับจากภาครัฐ!!! หากจะเทียบเคียงถึงความหนักข้อของ OTT ที่กระทบกับอุตสาหกรรมอื่นอยากให้ลองนึกถึงอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ที่มีสตอรี่คล้ายๆ กัน ผ่านการประมูลช่องด้วยเม็ดเงินสูงๆแบบเดียวกันด้วยหวังว่าจะเปิดเสรีช่องทีวี แล้วก็มาโดนทุบด้วย OTT ผ่านแพล็ตฟอร์มจนกระทบหนักแบบเดียวกัน ณ ปัจจุบัน [ อ่านเรื่อง “บริการ OTT”โลกยุคดิจิทัล อีกหนึ่งปัญหาที่รอการแก้ไข... ที่ผมเคยพูดไว้บางส่วนได้ที่ https://www.dailynews.co.th/news/565009/
 
---
📱 เเล้วทางเลือก ทางรอด เเละแนวทางการทำธุรกิจของผู้เล่นในฐานะผู้ประกอบการ(ไทย) เหลืออะไรบ้าง
.
เมื่อการทำธุรกิจแบบ "โทรคมล้วนๆ" มันไม่เหลือที่ให้ยืน ทางเลือก ทางรอดสำหรับคนที่เคยอยู่ในตลาด เเละลงทุนไปเเล้วรวมถึงมีภาระจากค่าประมูลคลื่นที่ต้องจ่ายตามงวดไปอีกหลายสิบปีข้างหน้า การจะให้อยู่เฉยๆ ดู OTT ที่เข้ามาวิ่งดาต้าบนเครือข่ายกอบโกยเม็ดเงินเเละผลกำไร(ออกนอกประเทศ) โดยที่เจ้าของเครือข่ายแท้ๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยมีแต่ลงทุน ไม่ต้องอะไรเลยครับ โทรหากันเดี๋ยวนี้เราๆ ยังแทบไม่กดโทรผ่าน Cellular กันเเล้ว กดโทรผ่านแอป VDO Call ผ่านแอป อาจจะบอกว่าเพราะฟรี แต่วัตถุประสงค์จริงๆ แพล็ตฟอร์มแบบ Super App ต่างๆ ก็พยายามดึงให้เราเข้าไปใช้เพื่อต้องโดน service ตัวไหนของเค้าเข้าสักตัว ทั้งหมด ณ ตอนนี้ต้องบอกว่ามันเสมือนเกิดเป็นผู้เล่นในตลาดรายใหม่ที่ไม่ใช่สนามโทรคมเเล้ว แต่มันเป็นสนามการเเข่งขันใหม่บนโลกเทคโนโลยี หรือจะบอกว่าก็ในเมื่อพฤติกรรมผู้ใช้งานมันเปลี่ยนไปเเล้วการจะบอกว่าผู้เล่นโทรคมยังแข่งกันแค่ 2-3 รายเท่าเดิมคงไม่ถูกต้องนัก [ อ่านเรื่อง OTT ที่แบ่งส่วนตลาดสถานการณ์ตลาด ผู้เล่น ที่สร้างผลกระทบใน https://m.mgronline.com/cyberbiz/detail/9650000031784
 
.
มาถึงจุดนี้ทางเลือกเเละทางรอดสำหรับผู้ประกอบการจริงๆ มันเลยเหมือนเหลือแค่จะ ถอยหรือจะต่อกร ถ้าเลือกถอยมันก็ไม่ได้ง่ายแบบเอาใบอนุญาตไปคืนเเละเดินออกมา เพราะ กสทช. ก็คงไม่ยอม แต่ถ้าเลือกสู้การจะสู้ทำธุรกิจต่อเพื่อต่อกรกับเทคโนโลยี OTT ก็ต้องแต่งตัวใหม่ ปรับตัวใหม่ ไม่ใช่สู้โดยการยังรอความหวังรายได้จากการโทร SMS หรือขายดาต้าที่โดนกดราคาจากการตัดราคาเเข่งขันกันเองเเละควบคุมเพดานราคา เมื่อทำเองคนเดียวไม่ได้ความเชี่ยวชาญไม่พอ หรือการจะโดดทำตลาดแปรตัวเองเป็นบริษัทเทคโนโลยีบ้างก็คงไม่ได้หวังแต่ตลาดประเทศไทย 69 ล้านคน หรือขอบเขตประเทศเพราะ OTT ที่ลุกเราก็ข้ามเขตประเทศมาให้บริการแถมเราเองก็ไม่มี Super App ตัวไหนจะเป็นแพล็ตฟอร์มหลักจริงๆ ของเราเอง หลายคนก็พูดกันบ่อยๆ ว่านี่มันคือการลุกคืบมายึดหัวหาดหรือการครอบงำการบริการบนโลกออนไลน์ไว้หมดเเล้วชัดๆ
.
ดังนั้นถ้าย้อนไปที่หัวข้อที่ตั้งโจทย์ไว้ว่าจำนวนผู้ประกอบการโทรคมน้อยรายหลังควบรวมหรือไม่? ก็อาจจะจริงแต่ต้องมองด้วยว่าสนามแข่งขันหรือเป้าหมายของผู้ประกอบการอาจจะนับรายเฉพาะผู้ประกอบการโทรคมไม่ได้ เพราะคนที่โดดลงมาเป็นผู้เล่น สร้างบริการ เเละแข่งขันในตลาดที่วันนี้เปลี่ยนไปเป็นดิจิทัลแพล็ตฟอร์ม ผู้เล่นในกลุ่มนี้ไม่ได้น้อยรายอย่างที่เข้าใจหรือควรนับแต่ผู้ประกอบการโทรคมอีกเเล้วครับ
.
วันนี้ขอเป็นประเด็นไว้ประมาณนี้ก่อนจะมาวิเคราะห์ต่อว่า เเล้วทางรอดที่ว่ารวมเเล้วมันจะเป็นเเบบไหน ทำแบบไหน กระทบใครบ้าง รัฐควรทำอะไร องค์กรกำกับควรดูตรงไหน เเละเราๆ ผู้ใช้บริการอยากเห็นอะไรครับ
.
.
ความเดิมตอนที่เเล้ว
[Merger and Acquisition ควบรวมธุรกิจ - https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=5799736513376215&id=100000197718572 ]
 
 
ขอบคุณ อจ.สืบศักดิ์



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น.นิรนาม วันที่ : 30/04/2022 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/santhapong

จากที่มีเอกชนเข้ามาร่วมให้บริการโทรฯ ดดยข้ออ้างนักการเมือง ว่า"รัฐวิสาหกิจ"ทำช้าล้าหลัง หาเรื่องที่จะแยกเอาไปให้กับพวกตนเอง แปรรูปรัฐวิสาหกิจไปหลายอย่าง จากข้ออ้างนั้น แต่กลับไม่คิดมองว่า"ทำไมพวกนักการเมืองมันเก่งนักหนา จะเข้าไปจัดการให้รัฐวิสาหกิจ ต้องมีประสิทํธิ์ภาพไม่ได้หรือไง?" คำตอบคือ กูจะเอามาเป็นของกูและพวกกู จะทำไปทำไม? ๕๕๕ ทักษิณ สะอย่างโกงแม่มันได้หมด ญี่ปุ่นสวมชื่อคนไทย จะทำให้ใครว่ะ..แจกให้พวกยากูซ่าในไทยเพียบไอ้ห่า นายกฯไทยก็ไม่ใช่โจรปล้นคนไทย เสือกมาเป็นคนไทยแค่ผ่าตัดแปลงโฉม สวมชื่อคนตายไปแล้ว มาเป็นคนไทย แล้วซื้อตำแหน่งเป็น รตอ. จากกรมตำรวจสมัยนั้น ไอ้ห่าชลอ เกิดเทด เสือกรับเงิน ทรยศไทย ขาติ มันจึงพังๆๆๆจนถึงบัดนี้ โควิค๑๙ ก็แหกตา มาจากยากูซ่าพวกนี้ ข่มขู่ ไอ้อนุทิน กลัวขี้ขึ้นสมอง ไอ้ห่า ไปกราบหีหมาฆ่าตัวตายไปเลย /น.นิรนาม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน