• R009
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 597
  • จำนวนผู้ชม : 267027
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Lover R009
นักบล็อคสมัครเล่น ชอบพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/R009
วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน 2565
Posted by R009 , ผู้อ่าน : 172 , 14:48:55 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

เมื่อโลกเข้าสู่ยุค Digital Disruption

โลกธุรกิจ “จำเป็น” ต้องปรับตัวอย่างไรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง 

 


 

         โลกความจริงของธุรกิจ มีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย ในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย "เทคโนโลยี" เป็นตัวเร่งที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อีกด้วย  จึงเป็นปัญหาสำคัญของธุรกิจ ที่ถูก Digital Disruption กลายเป็นอุปสรรคใหญ่  ที่ต้องรับมือและเปลี่ยนเปลง  

         ขอสะท้อนมุมมองของนักธุรกิจชั้นนำของประเทศและระดับโลก รวมถึงนักการตลาดและนักวิชาการ ที่มีต่อสถานการณ์ Digital Disruption ในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่ทางออกและมุมมองใหม่ ๆ ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศที่จะต้องรับมือกับเกมการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง และเตรียมพร้อมพลิกโฉมสู่อนาคต

 

เสวนา “โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจสู่อนาคต”

 

 

          จากในงานเสวนา  “มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย” ร่วมกับ “สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย” เปิดเวทีความคิด “The Disruption of Business, Competition, and Transformation, Ready for the FUTURE.  : โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจอนาคต” เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เสวนา “โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจสู่อนาคต”

 

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มยุรี ศรีกุลวงศ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงจากกระแส Digital Disruption ทำให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม ต้องเร่งปรับตัวให้พร้อมรับมือกับการแข่งขัน โดยการทำ Technology Transformation แบบจริงจัง ซึ่งเริ่มจากการปรับ Mindset และสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กรให้เห็นถึงความสำคัญของการทรานฟอร์มธุรกิจ ขณะเดียวกันภาครัฐต้องสร้าง Ecosystem ที่เกื้อหนุนภาคธุรกิจด้วยการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ประกอบการในต่างอุตสาหกรรมมาร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างความมั่นคงและความได้เปรียบเชิงการแข่งขันให้กับประเทศไทย

 

เสวนา “โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจสู่อนาคต”

 

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โทรคมนาคมเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Digital Disruption ทำให้บริษัทฯ ต้องเตรียมความพร้อมทรานฟอร์มธุรกิจสู่การเป็น Tech Company โดยดิสรัปตัวเองที่ไม่เป็นเพียงผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม แต่ต้องเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างบริการใหม่ๆ เพื่อรับมือความท้าทายของโลกธุรกิจในยุคใหม่ เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลในช่วงที่เกิดสถานการณ์ Digital Disruption จะต้องเปิดรับฟังข้อมูลและต้องปรับตัวมากที่สุด โดยกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทของโลกธุรกิจ ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสการแข่งขันกับต่างชาติ

ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ปัจจัยสำคัญของการปรับตัวเพื่อให้พร้อมต่อการแข่งขันทางธุรกิจนอกจากทำความเข้าใจและรู้ทันเทคโนโลยี คือ การสร้างพันธมิตรและการผนึกกำลังกันเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ซึ่งการควบรวมกิจการอย่างเท่าเทียมระหว่าง TRUE กับ DTAC ถือว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะทำให้เกิดความพร้อมต่อการสร้างนวัตกรรมรองรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่ อันนำมาสู่ประโยชน์ต่อทุกฝ่ายโดยรวม และสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการต่างชาติรายใหญ่อย่างแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Facebook, LINE, Twitter และ TikTok ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศไทย แต่กลับไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายโทรคมนาคมและการกำกับดูแลจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีความเสียเปรียบและสุดท้ายผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศจะเข้ามาครอบครองส่วนแบ่งตลาดแทนบริษัทคนไทยดังนั้นทั้งหมดนี้คือ ความสำคัญที่จะมอง ‘โทรคมนาคม’ เป็นเพียง ‘โทรคมนาคม’ ต่อไปไม่ได้ แต่ต้องมองเป็น Tech Telecom ที่ไม่ได้มีผู้เล่นเพียง 3-4 ราย แต่มีผู้เล่นมากกว่า 10 ราย ทั้งในและต่างประเทศที่เป็น Global Player แต่อยู่นอกการกำกับดูแลของโทรคมนาคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทรูต้องมีการ Disrupt ธุรกิจ เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการควบรวมกับพันธมิตรเพื่อปรับตัวเป็นเทคคอมปานี

“เรามีเป้าหมายที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มของคนไทยให้สามารถแข่งขันได้กับแพลตฟอร์มระดับโลก ด้วยการสร้าง Ecosystem และสนับสนุนธุรกิจสตาร์อัพในไทยให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งสะท้อนแนวทางการปรับตัวของธุรกิจให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อร่วมมือกันพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประเทศชาติ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

นายพุฒิกานต์ เอารัตน์ กรรมการผู้จัดการ Chief Digital Asset บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัดและ Head of People and Branding SCB 10X กล่าวว่า กลุ่มบริษัทฯ ได้ปรับตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพราะมองเห็นว่าหากไม่ปรับตั้งแต่วันนี้ ก็มีโอกาสสูงที่จะถูก Disruption จาก FinTech ซึ่งจะเห็นว่าในปัจจุบัน SCBX ไม่ได้เป็นแค่ธนาคารพาณิชย์ แต่เป็น Tech Company ที่ต่อยอดไปสู่การให้บริการอื่นๆ เช่น แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ อย่าง Robinhood, การให้บริการสินเชื่อผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มการให้บริการเทคโนโลยีทางการเงินรวมไปถึงการรุกสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ด้วยวิชั่นของ SCBX ต้องการขยายฐานลูกค้าให้มากกว่า 100 ล้านคน เพื่อก้าวสู่การเป็น Global Player ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 

จอน โอมุนด์ เรฟฮัก รองประธานอาวุโส เทเลนอร์กรุ๊ป ภูมิภาคเอเชีย

 

 

          มร.จอนโอมุนด์ เรฟฮัก Senior Vice President เทเลนอร์กรุ๊ป ภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า เทเลนอร์ยังคงเดินหน้าลงทุนในภูมิภาคเอเชียและยืนยันที่จะทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมองทั้งปัจจัยเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ รวมทั้งนโยบายของภาครัฐที่ต้องเอื้อต่อการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ มีกฎกติกาที่เป็นธรรม มีความชัดเจนและต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากการลงทุนด้านเทเลคอมต้องใช้เงินลงทุนสูง ทั้งการขอใบอนุญาตและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็มองว่าปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นแกนหลักของการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย ซึ่งการที่เทเลนอร์จะควบรวมเพื่อปรับตัวเป็น Tech Company นั้น เป็นวิถีปกติในการปรับตัวทางธุรกิจในยุคดิจิทัล เพราะเป็นแนวทางที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งและสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้ามากกว่าการเป็นผู้ให้บริการมือถือ โดยจะนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนนวัตกรรมที่จะเป็นส่วนสำคัญของชีวิตในการก้าวสู่วิถีดิจิทัลทั้งในเอเชียและประเทศไทย รวมถึงสนับสนุนให้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะมีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนอย่างแน่นอน

------------------------------




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน