พิมพ์หน้านี้
|
ด้ายแดง บทที่ 15 หลงเงา ทรายทองกวาดของบนเคาน์เตอร์ห้องน้ำลงพื้นอย่างเดือดดาล นึกไม่ถึงจริงๆว่าเด็กคนนี้จะกลายมาเป็นมารชีวิต อยากจะกรีดร้องให้ดังลั่นแต่ทำไม่ได้ เธอไม่ต้องการให้กลอยใจได้ยินเสียง อาการแบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับเธอนานมากแล้ว อาการริษยาแบบไร้เหตุผล เธอเกลียดมันมากที่สุด แต่เหลืออดเหลือทน กับแรงริษยาที่คุกรุ่นภายใน "น้องทองขา น้องทอง เป็นไงบ้างคะ" เสียงกลอยใจดังแว่วมาจากข้างล่าง "ไม่เป็นไรคะ พอดีมือไปปัดของตกนะคะ" ทรายทองรีบตอบ "จริงนะคะ งั้นพี่กลับก่อนนะคะ" กลอยใจรีบลากลับ แต่กระหยิ่มในใจ นึกแล้วว่าต้องได้ผล ทิ้งรูปไว้ตรงนี้แหละ ทรายทองได้ยินเสียงเงียบไป เปิดประตูเดินลงมาข้างล่าง หยิบรูปที่กลอยใจถ่ายมาให้ดู เธอพยายามมองอย่างมีสติ พระพันแน่นอนในรูปและผู้หญิงที่คลอเคลียอยู่ข้างๆ ก็คือ บัวรำไพ เธอรีบเก็บรูปลงกระเป๋าถือ และหยิบกุญแจรถขับออกไปข้างนอก จนมาถึงจุดชมวิวที่เธอเคยมาหยุดพร้อมกับสร้างเมือง ภาพครั้งนั้นหวนกลับมาในความคิด @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ "น้าทองแน่ใจนะครับว่า จะดูแลเคยเจียได้" สร้างเมืองถามทรายทองเมื่ออยู่กัน 2 คน "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกสร้างเมืองไปเถอะ น้าดูได้วางใจเถอะกลับมารับรองจำไม่ได้แน่" "ผมอยากพาเคยเจียไปด้วยแต่ในสถานการณ์แบบนี้คงไม่เหมาะนัก เพราะเคยเจียกำลังรอสัญชาติไทย ทางกฎหมายการเดินทางไปเวียตนามไม่สะดวกนัก" สร้างเมืองพูดกับทรายทอง "ไม่เป็นไรหรอก น้าจัดการให้เอง ไปเถอะไปทำงานแล้วติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ตก็ได้"ทรายทองบอกสร้ างเมือง สร้างเมืองกำลังจะเดินทางไปเวียดนาม เพื่อดูงานให้กับองค์การเป็นเวลา 4 เดือนในขณะเดียวกันเขาก็จะสืบหาประวัติของเคยเจียเพื่อความชอบธ รรมทางกฎหมายในเรื่องทรัพย์สมบัติ เพียงเขาได้ใบเกิดเธอมาทุกอย่างก็คงพอยืนยันได้ พระพันดำเนินการให้เคยเจียพ้นจากสภาพการเป็นผู้อพยพ โดยมีสร้างเมืองเป็นผู้ประสาน เคยเจียยอมที่จะไม่เดินทางไปฝรั่งเศส เพราะต้องการได้สัญชาติไทย และหลังจากนั้นพระจันจะรับเธอเป็นลูกบุญธรรม และยกสมบัติให้กับเคยเจีย "เคยเจียคงต้องใช้ชื่อไทย" พระพันบอกทรายทอง "อื้อ ชื่ออะไรดีนะ" ทรายทองครุ่นคิด แล้วก็นึกไปถึงช่อดอกบัวที่ได้รับเมื่อวันที่สร้างเมืองเกิด "ชื่อ บัวรำไพ ก็แล้วกันนะ ทองว่าเก๋ดี"ทรายทองบอกสามี "ดี เพราะดี"พระพันรับคำ "ไม่รู้เจ้าตัวจะชอบมั้ย" ทรายทองเอ่ยขึ้น @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ในที่สุดเคยเจียก็เปลี่ยนชื่อเป็นบัวรำไพ ทุกคนเรียกเธอสั้นๆว่าบัว พระพันจ้างครูมาสอนภาษาเธอที่บ้านเพื่อเตรียมตัวสอบ กศน. พระพันเอาใจใส่บัวรำไพมาก มากจนบางครั้ง ทรายทองก็สังเกตได้ แต่ทำเป็นไม่สนใจ เพราะเชื่อมั่นในตัวสามี พระพันเป็นคนดี ดูแลเธอมาอย่างดีตลอด ทรายทองหยิบรูปขึ้นมาดู แต่รูปนี้เป็นทั้งสองคนแน่นอน เป็นภาพถ่ายจากบังกะโลแห่งหนึ่งบนเกาะแสดงว่าต้องไม่ใช่ครั้งแร กที่ไปที่นั้นด้วยกัน ทรายทองซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถ จะทำอย่างไรดี แล้วความคิดฝ่ายต่ำก็เข้าครอบงำจิตใจเธอ เพียงไม่กี่เดือนที่เจอกับบัวรำไพ พระพันถึงกับหลงผิดไปจริงหรือ เธอไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ คงต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา ทรายทองขับรถมาแอบดูพระพันที่สถานี เขาออกมาแล้วกำลังออกรถเธอขับตามเขาไปห่างๆ เขาไม่ได้กลับบ้านแต่กลับไปอีกทาง แล้วก็ไปจอดในย่านธุรกิจ แล้วทรายทองก็แทบเป็นลมเมื่อเห็นบัวรำไพ ก้าวขึ้นรถพระพันเธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายรูปไว้ แล้วขับรถตามไป ทั้งคู่ไปจอดที่บ้านพักข้าราชการของพระพันปกติเขาจะไม่ได้ใช้บ้ านนี้นานมาแล้ว พระพันตระกองกอดหญิงสาวหายขึ้นไปชั้นบน ทรายทองถ่ายรูปไว้ แล้วลงจากรถเดินตามไปที่ใต้ถุนบ้าน เธอเคยมาที่นี้ จำได้ว่าห้องไหนเป็นห้องนอนเดินตามขึ้นไปได้อย่างไม่ต้องรีรอ ประตูไม่ได้ปิด คงจะรีบมากซินะ ทรายทองนึกในใจ ยังไงก็ต้องดูให้เห็นกับตา แล้วภาพที่เธอเห็นและถ่ายเก็บเป็นหลักฐาน พร้อมน้ำตา ก็ชัดเจนว่าทั้งคู่กำลังปีนต้นงิ้ว ทรายทองหันหลังกลับวิ่งลงบันไดไป พร้อมสตาร์ทรถออกไปจากที่นั้น พระพันได้ยินเสียงคนผละจากบัวรำไพที่กำลังหายใจระรวยลุกขึ้นมาด ูแต่ไม่เห็นใคร คงเป็นแมว แถวนี้มีแมวอยู่หลายตัว เขาหันหลังกลับปิดประตูโดยไม่เฉลียวใจว่าถูกทรายทองจับได้ เร่งเครื่องแอร์ให้แรงขึ้นเพราะแรงตัณหาภายในเผาผลาญแทบเป็นจุล "บัวจ๋า "เขาก้มลงไปเอาหน้าเคลียร์แก้มบัวรำไพ "ขาน้าพัน"บัวรำไพพูดพร้อมโน้มคอของพระพันลงไปหาอย่างออดอ้อน พระพันยังจำครั้งแรกที่เขามีสัมพันธ์กับบัวรำไพได้ เป็นคืนที่ทรายทองไปนอนที่วัดในวันพระ เขาบอกไม่ได้ว่าผีห่าซาตานตัวไหนเขาสิงเขา เขาบอกได้เพียงว่า บัวรำไพคือเงาของอุบลที่หลอนหลอกเขาตลอดระยะเวลาที่เจอกัน พระพันรักอุบลเหนือความเป็นพี่น้องกันแต่ด้วยสายโลหิตทำให้เขาไ ม่เคยแสดงกับอุบลเหนือความเป็นน้อง @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ คืนนั้นเขากำลังจะเข้านอนแต่ตาเหลือบไปเห็นบัวรำไพกำลังเปลี่ยน ผ้า พระพันเดินไปเปิดประตูห้องนอนของบัวรำไพ หญิงสาวหันมามองพร้อมฉวยผ้าปิดของสงวน และทำหน้าตื่น เขาเดินตรงไปกอดเธอไว้พร้อมประกบปากจูบเพื่อไม่ให้เธอร้อง แต่เขาก็ต้องตื่นเต้นเมื่อ บัวรำไพรับจูบเขาอย่างเต็มใจ เธอไม่ร้องอย่างที่เขาคิด ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วพระพันมารู้ตัวอีกทีเมื่อ บัวรำไพ กรีดร้องอย่างสุขสมพร้อมกอดรัดเขาแน่นหญิงสาวยังไม่เคยมีสัมพัน ธ์กับใคร เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ คืนนั้นเขาโรมรันแบบไม่ลดละกับของใหม่ที่พร้อมรองรับอารมณ์ จนสว่าง หลังจากนั้นเขาก็พาบัวรำไพ ไปที่บังกะโล แห่งหนึ่ง เริงรักกันอย่างสุดเหวี่ยง พระพันยอมรับว่าความอ่อนเยาว์ของบัวรำไพทำให้เขามีอารมณ์มากมาย และหญิงสาวไม่เคยปฏิเสธ และพร้อมจะมีสัมพันธ์กับเขาตลอดเวลา จนเขาไม่สามารถรอให้ถึงวันพระได้ "" น้าพันขา บัวมีความสุขที่สุดเลยคะ" บัวรำไพกระซิบข้างหูเขา "จริงหรือเปล่า"พระพันถามพร้อมกับเอามือกรีดไปตามตัวของบัวรำไพ "จริงซิคะ จะโกหกทำไม"บัวรำไพตอบพร้อมกับหอมแก้มพระพัน @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ทรายทองขับรถไปเรื่อยโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง เธอไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากเจอหน้าพระพัน ไม่อยากเจอบัวรำไพ แล้วจะมองหน้าสร้างเมืองได้อย่างไร ไม่น่าเลย น้ำตาแห่งความสูญเสียไหลริน ทำไมหนอชีวิตจึงต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมต้องเป็นเธอ ทำไม ทรายทองเฝ้าถามตัวเอง แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ เธอเลี้ยวรถเข้าไปในวัดที่ไปเป็นประจำ แม่ชีกำลังกวาดลานวัด เมื่อเห็นรถแล่นเข้ามา ก็หยุดยืนอย่างสงบ ทรายทอง ทรุดตัวลงกราบ พร้อมปล่อยโฮ อย่างเหลืออด แม่ชี ปล่อยให้ทรายทองร้องไห้ จนพอใจ จึงค่อยซักถาม ทรายทองเล่าให้ฟังทุกอย่างที่เห็น แม่ชีมีสีหน้าราบเรียบตลอดเวลาที่ทรายทอง ระบายทุกข์ให้ฟัง ในที่สุด แม่ชีเอ่ยขึ้นว่า "แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ทอง" "ไม่รู้คะ นึกไม่ออกจริงๆ" ทรายทองส่ายหน้า "ปัญหามีมาให้แก้ แต่ต้องทำอย่างมีสติ" แม่ชีพูดช้าๆ "ทองขอนอนที่นี้สักพักได้มั้ยคะ ยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้ ไม่แน่ใจตัวเองว่าจะทำชั่วได้มากแค่ไหน" ทรายทองอ้อนวอนด้วยสายตา "ไม่มีปัญหาหรอกเรื่องนั้นนะ จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ตราบใดที่ยังรักษาศีลได้" แม่ชีกล่าวยิ้มๆ "พระพันไม่น่ากลายเป็นคนเลวได้เลย"ทรายทองพูดลอยๆ "ความชั่วนะทำง่าย ทรายทอง หากเผลอไผลเมื่อไร ก็เป็นอันว่าติดกับทันที" แม่ชีตอบทรายทอง "เขาจงใจทำร้ายจิตใจทอง" "แม่ชีตอบแทนพระพันไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาเขาเป็นคนดีมิใช่หรือ" แม่ชีเอ่ยถาม "ค่ะ ดีมากๆ จนทองไม่อยากเชื่อตาตัวเอง"ทรายทองถอนหายใจ "น่าสงสารคนดีเวลาทำชั่วจะทุกข์ทรมานกับผลลัพธ์ที่ตามมามากกว่า คนชั่ว" แม่ชีถอนหายใจ "หมายความว่าอย่างไรคะ" ทรายทองเอ่ยถามแบบไม่เข้าใจ "พระพันเป็นคนดี ความผิดครั้งนี้จะเป็นตราบาปชั่วชีวิต" แม่ชีพยายามอธิบาย "เขาทำตัวเอง"ทรายทองเอ่ยขึ้น "สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมทั้งนั้นแหละ ทรายทอง ไม่ยกเว้นใคร"แม่ชีกล่าวเรียบๆ "ทองดีกับเขาทุกอย่าง" ทรายทองเข้าข้างตัวเอง "ความดี เป็นของเฉพาะตน เมื่อทำแล้วผู้ทำจะประจักษ์ชัดในผลของมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะต้องมองเห็นมันด้วย" แม่ชีบอกทรายทอง "ไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้า แล้วมารับศีลเถอะทรายทองจิตใจจะได้สบายขึ้น" แม่ชีบอกทรายทองเมื่อเห็นว่ามีสติมากขึ้น "คะ" ทรายทองรับคำ พร้อมเดินไปที่กุฏิที่พักประจำ ทรายทองมาพักที่กุฏินี้ทุกครั้งที่มาถือศีล ทรายทองก้มลงกราบพระประธาน และแม่ชี กล่าวคำอาราธนาศีล8 @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ "ผมมากราบแม่ชี ครับ"พระพันเอ่ยแบบประจบ "ยังปากหวานเหมือนเดิมนะเรา" แม่ชีตอบรับ พระพันสอดส่ายสายตามองหาทรายทอง แต่ไม่เห็น "มองหาใครเหรอพระพัน" "เอ้อ ทองไม่ได้มาที่นี้หรือครับแต่วันนี้ก็ไม่ใช่วันพระ" พระพันตอบคำถาม "ไม่ใช่วันพระก้อเข้าวัดได้ ดีซะอีกคนน้อย" แม่ชีจ้องมองพระพัน แต่เล็กจนโตในสายตาของแม่ชีพระพันเป็นคนดี พยายามทำความดีมาโดยตลอด แต่คนส่วนใหญ่ ก็มักจะพลาดเรื่องของกามโลกีย์ เป็นอะไรที่ทนได้ยาก "ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมาตามวันนี้นึกยังไงถึงมา รบกวนผู้ถือศีลเป็นบาปนะพระพัน"แม่ชีกล่าวยิ้ม ทรายทองไม่กลับบ้านเมื่อคืนเขาออกตามหาจนทั่วแต่ไม่พบลืมนึกไปว ่าอาจจะมาวัด ทรายทองไม่เคยทำแบบนี้ ดีที่ละเมียดตามมาเจอ หรือทรายทองจะสงสัยเขากับบัวรำไพ "ไงพระพัน สุขสบายดีหรือ"แม่ชีชวนคุยหลังสั่งให้เด็กไปดูทรายทอง "ครับแม่ชี สุกๆดิบๆ ครับ" พระพันกล่าวจริงจัง "โลกนี้วุ่นวายหนอซินะ" แม่ชีกล่าวลอยๆ "เอ้อ ครับ ผมรู้สึกไม่สบายใจ เรื่องทรายทอง" พระพันทอดเสียงยาว "ทำไมละ ก็เห็นเขาดีอยู่นี้นะ" แม่ชีเอื้อมมือไปหยิบพัดมาปัดแมลงวันไม่ให้ตอมดอกบัวที่พระพันเ อ ามาบูชาพระ "เหรอครับ เขาไม่ได้เล่าอะไรให้แม่ชีฟังหรือครับ" พระพันรีบถาม "มีเรื่องที่ต้องเล่าหรือพระพัน" แม่ชีถามเรียบๆ "ไม่มีครับ" เขารีบตอบ แม่ชีนั่งเงียบมองพระพันแบบเมตตา คนดีเมื่อทำความผิดสิ่งที่ยากที่สุดในเวลาต่อมาก็คือการยอมรับค วามผิดและแก้ไขให้เป็นถูก พระพันนั่งก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาแม่ชี เขามีความรู้สึกว่าแม่ชีหยั่งรู้ทุกสิ่งในชีวิตเขา เขาแน่ใจว่าแม่ชีต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในขณะนี้ แม่ชีหวนนึกไปถึงเมื่อครั้งพระพันยังเล็ก และ วิ่งมาหาแบบหน้าตื่น........... @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ "ไปทำอะไรมาพระพัน" "ไม่ได้ทำครับ ไม่เลยครับ" พระพันระร่ำระลักบอก "งั้นเหรอ เมื่อกี้มาจากไหนละ แล้วอะไรอยู่ในมือ ขออาดูหน่อยได้มั้ย" พระพันแบมือออกมาข้างในเป็นลูกอม 2 เม็ด "ของใคร" "พี่นพ" "ขโมย" "ไม่ครับ หยิบมาเฉยๆ" "นั้นแหละเขาเรียกว่าขโมยพระพัน แล้วจะทำยังไงต่อไป" "ไม่รู้ครับ" พระพันมองอาด้วยสายตาวิงวอนให้ช่วยคิด "นั่งลงพระพัน แล้วคิดว่าควรทำอย่างไร รู้แล้วค่อยบอกอา ถ้ายังวิ่งอยู่แบบนี้ สมาธิไม่เกิด ปัญญาไม่มี หาทางออกไม่ได้" "ครับ" เด็กชายรับคำนั่งขัดสมาธิที่พื้นและมองลูกอมในมือ "นุ้ยจะกินให้หมด" "ขโมยแล้วทำลายหลักฐานผิด 2 กระทง" ผู้เป็นอา กลาวช้าๆ "ถ้าพี่นพมาถามผมก็บอกว่าไม่รู้ อาก็บอกไม่รู้" "โกหกอีก ตกนรกนะ แล้วอานะไม่ยอมร่วมด้วยหรอก พระพัน ไม่ชอบโกหก" "แล้วจะทำยังไงทีนี้" "คิดว่าควรทำยังไง" "นุ้ยเอาไปคืนพี่นพดีกว่าบอกว่าเจอ"พระพันยิ้ม "ดี อาจะรอนะเดี๋ยวมีรางวัลให้" @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ เสียงเดินเข้ามาใกล้พระพันหันไปมอง เขายิ้มรับแต่ต้องรีบหุบเพราะไม่ใช่ทรายทองแต่เป็นบัวรำไพ "น้าบอกให้คอยบนรถไง บัว ลงมาทำไม" พระพันเอ่ยแบบไม่พอใจ "บัวไม่แน่ใจว่า เกิดอะไรขึ้นเลยลงมาดู"หญิงสาวหน้าถอดสี แม่ชีโบกมือเป็นเชิงปรามพระพัน แล้วหันมายิ้มให้บัวรำไพ "ลูกอุบลหรือเรา สวยเหมือนแม่ไม่มีผิด" "ค่ะ"บัวรำไพก้มลงกราบกับพื้น หญิงสาวมีแววเศร้าหมองไม่แพ้พระพันคงไม่ได้หลับไม่ได้นอน นี้แหละหนาเวรกรรม แม่ชีนึกในใจ คนทำไม่ดี จะเป็นสุขได้อย่างไร "ไงละ คุ้นกับอากาศที่นี้หรือยัง"แม่ชีชวนคุย "ค่ะ" "ไม่เคยมาที่นี้ซินะ" แม่ชีชวนบัวรำไพคุย "ไม่เคยคะ เงียบดีนะคะ"บัวรำไพพูดจากใจ "อยากมาทำสมาธิบ้างมั้ยละ"แม่ชีเอ่ยชวน "ได้หรือคะ" บัวรำไพถาม "ได้ซิ วัดมีไว้สำหรับทุกคน"แม่ชีตอบ แม่ชีมองพระพัน บัวรำไพ แล้วให้นึกเวทนา เพราะด้ายแดงแห่งกรรมแท้ๆที่พาสองชีวิตมาเจอกัน ผู้หญิงก็ไร้เดียงสา ผู้ชายก็หลงเงา "ศีล สมาธิ ถ้าเราเจริญบ่อยๆนะก็สามารถตัดกรรมสร้างปัญญาได้ ชีวิตจะได้สว่างไม่มืดมน" แม่ชีกล่าวเสริม "ผมคงต้องกลับแล้วละครับ อยากพักผ่อน สมองตื้อไปหมด ไปเถอะบัว" "หยุดเถอะ พระพัน อย่าวิ่งอยู่เลย หนีอะไรก็หนีได้ หนีกรรมนะจะหนีพ้นหรือ เมื่อหยุดนิ่งๆ สมาธิจะมาปัญญาก็จะเกิด ลูกอมนะมันก็อร่อยเมื่อแรกอมนะ แต่ถ้าลิ้มลองบ่อยๆก็จะเบื่อ แล้วเมื่อถึงวันนั้น เอาไปยื่นให้ใครก็ไม่มีใครอยากรับ หลงเงานะน่าเศร้านะพระพันเพราะเป็นไปไม่ได้" แม่ชีจ้องมองพระพันราวกับจะสะกดเอาไว้ พระพันนิ่งเงียบ เขาพูดไม่ออก เขารู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทรายทองก็ไม่ยอมลงมาพบ โอ้ยจะบ้า พระพันและบัวรำไพ กราบลาแม่ชี เดินตามกันออกมา พระพันสตาร์ทรถพุ่งออกไปอย่างแรง "น้าพันว่าน้าทอง รู้เรื่องของเรามั้ยคะ" "ไม่รู้ซิ แม่ชีพูดแปลก เราคงต้องห่างกันซักพัก นะบัวไม่งั้นจะเป็นพิรุธ"พระพันมองตรงไปข้างหน้า บัวรำไพไม่ตอบ อันที่จริงแล้วเธอไม่เคยคิดครอบครองพระพัน เธอเพียงอยากให้เขามีเซ็กซ์กับเธอ ปรนเปรอเธออย่างที่เธอต้องการ พระพันแก่กว่าเธอหลายปี เขาเข้าใจรู้จักเอาใจ เป็นที่พึ่งนี้คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนแสวงหาไม่ใช่หรือ แล้วผู้หญิงแบบบัวรำไพ ที่ขาดพ่อตั้งแต่อายุ 5 ปี พ่อของเธอตายเพราะ วัณโรค แม่เลี้ยงเธอมาอย่างยากลำบาก การเอาใจผู้ชายปรนเปรอให้เขารักใคร่เพื่อปากท้องและความอยู่รอด เป็นสิ่งหนึ่งที่บัวรำไพเรียนรู้และซึมซับมาตั้งแต่เล็ก พระพันรักเธอทำทุกอย่างเพื่อเธอ การตอบแทนเขาเป็นเรื่องสมควรตาม ความคิดของบัวรำไพ "น้าจะพาบัวไปเช่าห้องอยู่นะ แล้วจะไปหา"พระพันยื่นหน้ามาหอมแก้มเป็นการเอาใจ "น้าทองรังเกียจบัวหรือค่ะ" บัวรำไพเอ่ยถาม "อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลยบัวสิ่งที่เราทำนะ ไม่ถูกใจทรายทองแน่ ทางที่ดีอย่าให้เขารู้นะดีที่สุด" พระพันพูดอย่างมีอารมณ์ บัวรำไพนิ่งเงียบ แสดงว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นเธอคงต้องเป็นรองทรายทองซินะไหนว่ารัก ไม่เคยรักใครเท่าบัวรำไพ |
| ภาพจากเรื่อง | ||
ภาพถ่ายที่นำมาใช้ประกอบเรื่อง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |