| ภาพจากเรื่อง | ||
ภาพถ่ายที่นำมาใช้ประกอบเรื่อง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
พิมพ์หน้านี้
|
ด้ายแดง บทที่ 17 เจ้าจันทร์ สร้างเมืองทุ่มเทกับงานที่ได้รับมอบหมายจากองค์การอย่างเต็มที่ เขาโทรหาเคยเจีย เป็นระยะและไปเยี่ยมเยียนในบางครั้ง เขาเองก็ไม่แน่ใจว่ารักเคยเจียมากแค่ไหน ยิ่งนานวันเขายิ่งรู้สึกเคยชินกับความรู้สึกที่ไม่มีเคยเจียอยู ่ใกล้ เขาอยากเดินทางไปกับองค์การ เพื่อเข้าไปในศิขรินทร์นครในที่สุดสร้างเมืองก็ตอบตัวเองว่าเขา ยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครั วและผูกมัดอยู่กับใคร เขายังสนุกกับงานและการเดินทาง "นายฝรั่งครับ" เสียงชายคนหนึ่งทำลายความเงียบขึ้น สร้างเมืองเงยหน้าขึ้นมอง เป็นครูช่วยสอนชาวศิขรินทร์ "ครับ" "มีคนอยากพบนายครับ" "ใครครับ.....ให้เข้ามาซิ......" "ครับนาย" ชายร่างสันทัดผิวขาวท้วม แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้น สีฟ้าอ่อน กางเกงตัดเย็บอย่างดี ผมที่ได้รับการหวีเรียบร้อยพร้อมกลิ่นน้ำหอมชั้นดี โชยเข้าจมูกของสร้างเมือง ใครกันนี้ น่าจะไม่ใช่คนไทยหรือผู้อพยพ สร้างเมืองลุกขึ้นยืนพร้อมเอื้อมมือออกไปให้จับ "บงชู เมอซิเย่อ" สร้างเมืองทักสวัสดีเป็นภาษาฝรั่งเศส "บงชู คุณพูดภาษาไทยกับผมก็ได้" เขากล่าว "คุณเป็นคนไทยหรือครับ" สร้างเมืองถาม "ไม่ใช่ผมเป็นคนศิขรินทร์" เขากล่าวตอบ "คุณคือ......"สร้างเมืองอึกอัก เขามองออกไปนอกห้อง เห็นทหารนอกเครื่องแบบ 3 คนยืนอยู่แสดงว่าบุคคลท่ยืนตรงหน้าเขาต้องมีความสำคัญ "เรียกผมว่าโสริวุธ แล้วกัน" "ครับ.....มีอะไรให้ผมช่วยหรือครับ" สร้างเมืองเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำรวม เขาไม่รู้จักโสริวุธ แต่เท่าที่เห็นและสัมผัส เขาต้องไม่ใช่ชาวศิขรินทร์ทั่วไป "เชิญนั่งก่อนดีไหมครับ"สร้างเมืองกล่าว "นึกว่าจะไม่เชิญเสียแล้ว อันที่จริงผมรู้จักคุณมาพักหนึ่งแล้วละ สร้างเมือง ชื่อเพราะดีนะ สร้างเมือง" "เอ้อ.....ครับ" สร้างเมืองอึกอัก "อ้าว คริส ทำไมปล่อยให้เจ้ายืนแบบนั้นล่ะ" อาแลง พูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้อง "คือผม....."สร้างเมืองทำหน้างง "เชิญนั่งครับเจ้า" อาแลงบอกพร้อมเลื่อนเก้าอี้ให้ "เราคุยเป็นภาษาไทยดีกว่ามั้ยครับ" เจ้าโสริวุธ หัวเราะ "ว่าแต่ว่า เจ้าเป็นเจ้าจริงหรือครับ"สร้างเมืองถามแบบข้องใจ "ฮะ ฮ้า สร้างเมืองอย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้จักเจ้าโสริวุธ"อาแลง กล่าวปนหัวเราะ สร้างเมืองมองหน้า อาแลง แล้วส่ายหน้า "ไหนคุณว่า อยู่ ปารีสไง"อาแลงถาม อาแลง มองหน้าสร้างเมืองแล้วเขาก็พบว่า สร้างเมืองไม่ได้โกหก เขาไม่รู้จัก เจ้าโสริวุธจริงๆ "ถ้างั้นผมขอแนะนำให้คุณรู้จักเจ้า โสริวุธ เจ้าแห่งศิขรินทร์นคร" อาแลงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ สร้างเมืองยกมือขึ้นไหว้ตามธรรมเนียมคนเอเซีย เจ้าโสริวุธรับไหว้พร้อมกับกล่าวอย่างเป็นกันเองว่า "ไม่เป็นไรสร้างเมืองผมก็ไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไร ไม่แปลกใจหลอกนะที่คุณไม่รู้จักผม"เจ้าโสริวุธกล่าวอย่างอารมณ์ ดี "ว่าแต่ว่าครั้งนี้เจ้าจะมาอยู่ชายแดนสักกี่วัน แล้วจะข้ามไปฝั่งโน้นหรือเปล่า" อาแลง ถาม "ผมคงอยู่นานเพราะเรากำลังพยยามรุกคืบศิขรินทร์ ผมกำลังจะกลับบ้าน"เจ้าโสริวุธกล่าวอย่างหนักแน่น "เหรอ ครับ แสดงว่าฝ่ายเจ้ากำลังจะชนะ" อาแลง เอ่ยขึ้นอย่างดีใจ "อย่าเรียกว่าเป็นชัยชนะเลย อาแลงเรียกว่า เป็นการสามารถประนีประนอมกันดีกว่า เราจะพยายาม จัดตั้งนสมาพันฐรัฐแห่งศิขรินทร์" เจ้าโสริวุธมองตรงไปข้างหน้า "แล้วเจ้ามีอะไรให้ผมรับใช้" อาแลง กล่าว "ไม่มีอะไรมากหรอก อาแลง ผมอยากได้คนกัมพูชาที่นี้ที่มีความรู้กลับไปพร้อมกับผมในครั้งน ี้ โดยเฉพาะพวกครูกับหมอเพื่อ ฟื้นฟู ประเทศ" "ผมนะไม่ขัดข้องหรอก แต่พวกผู้อพยพต้องสมัครใจด้วย ขอผม ปรึกษากับ คริส ก่อนแล้วผมค่อยให้คำตอบเจ้า" "เอาอย่างนี้มั้ยคืนนี้ ผมขอเชิญคุณไปเป็นแขกที่แคมป์ผมแล้วเราค่อยคุยกันในรายละเอียด ผมติดต่อกับองค์การของคุณแล้วแต่มาดามไม่อยู่ เพราะเป็นช่วง โนแอล " เจ้าโสริวุธกล่าวเชื้อเชิญ "เชิญ คุณทั้งสองด้านนี้เลยคะ เสด็จพระองค์ชายกำลังคุยโทรศัพท์ทรงมีรับสั่งให้คุณทั้งสองพักผ ่อนอาบน้ำแล้วจะได้เข้าร่วมโต๊ะเสวย เวลา 2 ทุ่ม" ทั้งสองถูกพามาที่เรือนหลังหนึ่งในหมู่เรือนที่ปลูกเชื่อมติดกั น สร้างเมืองตื่นตากับไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงกลางชานเรือนสวยงามมากๆ มีกลิ่นดอกไม้หอมลอยมา "ดอกอะไรนะ" สร้างเมืองถามขึ้น "จำปาลาวคะ" หญิงที่เดินนำหน้าเขาตอบเบาๆ สร้างเมืองไม่รู้จักว่าคือดอกอะไรแต่กลิ่นหอมกรุ่นมากเลยว่เขาเ คยเห็นในแคมป์ เขาอีด่าง แต่มีคนบอกชื่ออื่น ใช่แล้ว ลั่นทม เขาหันมามองอีกทีเห็นอาแลงเดินไปยังห้องตรงข้าม หญิงสาวที่เดินนำหน้าเขามา เปิดห้องให้ ข้างในตบแต่งไว้อย่างดี มีเตียงตู้แบบโบราณ และมีถังไม้ ตั้งอยู่ที่มุมห้องด้านหนึ่งใกล้หน้าต่าง "เชิญคุณอาบน้ำตามสบายเลยนะคะ เดี๋ยวถึงเวลาแล้วจะมีคนมารับไปเฝ้า" สร้างเมืองมองตามหญิงสาวไป เธอคงเป็นข้าราชสำนักเพราะมีระเบียบพิธีการในการปฏิบัติ เขาลงแช่น้ำอย่างสบาย แล้วเผลอหลับไป จนอาแลงเดินมาเรียกถึงได้รู้ตัว น้ำอุ่นๆทำให้เขารู้สึกสบายและแช่มชื่นอย่างประหลาด เขาหยิบกางแกงแพร เสื้อผ้าไหมที่ถูกจัดเตรียมไว้มาสวม เขาหันไปหยิบ ดอกจำปาลาว ที่ลอยอยู่ในน้ำขึ้นมาสูดดม หอมชื่นใจ สร้างเมืองถูกพามายังชานโล่งๆที่สามารถมองเห็นดวงจันทร์ลอยเด่น บนท้องฟ้า แสงจากตะเกียงดวงเล็กๆที่รายล้อมชานเรือนและคบเพลิงที่จุดเพื่อ ให้แสงสว่างทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเอง เจ้าโสริวุธ เจ้าชายแห่งมหานครศิขรินทร์ ประทับเด่นเป็นสง่าอยู่เหนือตั่งโบราณพร้อมด้วยข้าราชบริพาร 2-3 คน แสงไฟจากคบเพลิงทำให้พระฉวีที่ขาว นวลเย็นตายิ่งขึ้น อาแลงนั่งอยู่ก่อนแล้ว สร้างเมืองเดินไปหยุดยืนอย่างไม่รู้ว่าควรวางตนเช่นไร เจ้าโสริวุธคงจับอาการเขาได้ "นั่งซิสัร้างเมือง ไม่ต้องกังวล ทำตัวตามสบาย คุณเป็นแขกของผม"เจ้าโสริวุธเอ่ยขึ้น "เอ่อ ครับ...." สร้างเมืองอึกอัก เขาไม่รู้จะใช้คำพูดอะไรให้เหมาะสมกับฐานะของเจ้า ภาษาไทยที่เขาเรียนรู้มาจากแม่ ก็เป็นเพียงระดับธรรมดาเท่านั้น "ไม่เป็นไร สร้างเมืองเป็นธรรมชาติดีที่สุดผมเข้าใจ อาแลง เองก็คุ้นเคยกับผมดี ใช่มั้ย" เจ้าหันไปทาง อาแลง "ครับผม แต่นั้นมันเมื่อสมัยอยู่ฝรั่งเศสนะเจ้า ตอนนี้เจ้าไม่ใช่ โสริวุธคนเดิมแล้วนะ เจ้าเป็น เจ้าชาย..............." อาแลง ถูกขัดจังหวะด้วยการโบกพระหัตถ์ห้ามของเจ้าชาย "อาแลง เพื่อนรัก คุณรู้มั้ยว่าผมโหยหา ความเป็นส่วนตัวแบบนั้นเพียงใด ถ้าเลือกได้........ผมคงเลือกที่จะมีชีวิตอย่างสงบที่โน้น"เจ้า ชายละสายพระเนตรจากอาคันตุกะ "อืม....ท่านคงจะเหงาที่นี้"สร้างเมืองเอ่ยขึ้น "ไม่เลย สร้างเมืองผมไม่เหงาสักนิด มีกิจกรรมมากมายให้ทำ" เจ้ากล่าวอย่างจริงจัง "แล้วทางการรู้มั้ยว่าท่านมาสร้าง......เอ้อ......ที่นี้" สร้างเมืองไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไรให้เหมาะสมกับสิ่งปลูกสร้างท ี่เขามาเยือน "แคมป์ไง ง่ายดี สร้างเมือง ไม่หรอกเพราะเราไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลและที่สำคัญเรากำลั งคิดที่จะสร้างคนเพื่อเป็นกำลังหนุนให้กับรัฐบาล" เจ้าโสริวุธลุกขึ้นเดินไปยืนหันหลังให้กับแขกผู้มาเยือน เมื่อท่านผินพักตร์มาตรงๆสร้างเมืองรับความรู้สึกมุ่งมั่นในการ กู้ชาติของเจ้าชายได้เป็นอย่างดี "เรากำลังรวมกำลังรวมพลังทุกฝ่ายเพื่อกู้ชาติ ส่วนแผ่นดินที่เป็นที่ตั้งแคมป์นี้นั้น อยู่ในเขตศิขรินทร์ ผมคิดจะรักษาแคมป์นี้ไว้เป็นที่หลบความวุ่นวาย" เจ้ากล่าวจริงจัง "ที่นี้มีเครื่องปั่นไฟนะแต่เราใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆแต่คืนนี้ ผมอยากให้พวกคุณสัมผัสกับแสงสีตามธรรมชาติ"เจ้าชายหันไปรับสั่ง เป็นภาษาเขมรกับทหาร แล้วเสียงเพลงบรรเลงจากเครื่องซออู้และขิมก็ดังขึ้น สร้างเมืองหันไปมองผู้เล่น แล้วเขาก็ถึงกับตะลึงในความงามของสาวน้อยที่ตีขิม หญิงสาวอยู่ในชุดสไบเฉียงจีบหน้านางสีเหลืองสด ขับผิวสีแทนให้เด่นขึ้นมือเรียว ทั้งสองข้างช่างดงามยามพริ้วสะบัด ใบหน้ารูปไข่และผมสีดำที่ยาวสลวย ทำให้เธอดูเหมือนภาพวาดมากกว่าคนจริงๆ "สร้างเมือง ......สร้างเมือง" เจ้าชายเรียก "....ครับผม" สร้างเมืองรับคำแต่ยังไม่ละสายตาจากสาวน้อยผู้นั้น "เอา ดูนางไม่วางตาเชียวนะ" เจ้าโสริวุธเอ่ยขึ้น "นั้นนะ เจ้าโสมาวดี หรือ เรียกขานในหมู่คนใกล้ชิดว่า เจ้าจันทร์ น้องสาวผมเอง" เจ้าโสริวุธบอกสร้างเมือง "คุณน่าจะเคยพบเจ้าจันทร์สมัยเรียนวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น ะ" Serge กล่าวเสริม สร้างเมืองหันมาหยิบโถเหล้าที่มีคนรินให้ดื่มรวดเดียวหมด เลือดในกายสูบฉีดอย่างแรง เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นเจ้าจันทร์หรือไม่แต่ ณ.วินาทีนี้ เจ้าหญิงโสมาวดี ประทับในความทรงจำของสร้างเมืองอย่างยากที่จะลบเลือน "เจ้าจันทร์ มานี้หน่อย มาทักทายเพื่อนเก่า" เจ้าสิริวุธเอ่ยขึ้น "บงซัว คริสตอฟ.....สร้างเมือง" เจ้าจันทร์เอ่ยทักเป็นสำเนียงฝรั่งเศสอย่างไพเราะ "บงซัว .....สวัสดีครับเจ้า"สร้างเมืองเอ่ยตอบ "เจ้าจันทร์เพิ่งมาถึงก่อนหน้าพวกคุณไม่กี่ชั่วโมง เจ้าจะมาช่วยผมจัดการเรื่องการเรียนการสอน ของเด็กๆที่นี้"เจ้าโสริวุธรับสั่งต่อ "มีคนอยู่ที่นี้เยอะหรือเจ้า"อาแลง ถาม "ประมาณ 200 กว่าคน ตอนมาเป็นโสดส่วนใหญ่ แล้วมีครอบครัวในแคมป์ ที่เป็นครอบครัวมาก็มี คนที่อยู่ที่นี้ส่วนใหญ่ เป็นหมอ เป็นครู วิศวกร และอาชีพอื่นๆ" เจ้าจันทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เป็นคนจากฝรั่งเศสหรือครับ"สร้างเมืองหันมาถาม กลิ่นหอมจากผมของเจ้าทำให้เขาเผลอสูดหายใจอย่างแรง จนเจ้าจันทร์รู้สึกตัวและหันมามองแบบสงสัย "คือ....ผมได้กลิ่นหอม.....เอ่อ....."สร้างเมืองพูดตะกุกตะกัก "ค่ะ ไม่เป็นไร เป็นกลิ่นดอกจำปาลาว นะค่ะ หรือที่บางที่เรียก ดอกจำปาเพราะมีหลายพันธุ์ แต่ตระกูลเดียวกันค่ะ" เจ้าจันทร์เอ่ยแบบเป็นมิตร สร้างเมืองยอมรับว่า เสน่ห์ของเจ้าหญิงโสมาวดีติดตรึงใจเขายิ่งนัก เจ้าหญิงฉลาดมีความรู้ ชอบหลายสิ่งหลายอย่างเช่นเดียวกันกับเขา สร้างเมืองตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพราะมีคนเข้ามาปลุกเพื่อเข้าร่วมโ ต๊ะเสวย เฮ้อ นี้แหละหนาชีวิตเจ้า ต้องกินอยู่เป็นเวลาทำอะไรเป็นเวลา แต่ก็ดีเหมือนกัน เขาอยากเห็นแคมป์ในตอนกลางวัน อยากรู้ว่าจะกว้างใหญ่ขนาดไหน "อาแลงๆ " สร้างเมืองตะโกนเรียกจากชานเรือนที่เข้ายืนอยู่ "หลับสบายมั้ยคะ" เสียงที่กังวานใสดังจากข้างหลังเขา สร้างเมืองหันมามอง เจ้าจันทร์นั้นเอง เขารีบยิ้มกว้างให้กับเจ้าจันทร์ "ดีแต่อากาศเย็นนะครับ"เขาตอบคำถามเจ้าจันทร์ "ที่นี่ อยู่บนเขา อากาศเย็นค่ะ" เจ้าจันทร์ให้ความเห็น สร้างเมืองแอบสำรวจหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ วันนี้เจ้าจันทร์ไม่ใช่นางในวรรณคดีอีกแล้ว เจ้าดูทะมัดทะแมงในชุดกางแกงรัดรูปเสื้อสูท สีเทาอมฟ้า ทำให้ดูสง่างามอีกแบบ เจ้ายกมือขึ้นโบกให้กับใครบางคน สร้างเมืองมองตามไปเห็นคนกลุ่มหนึ่ง คงเป็นคนที่นี้ กำลังพนมมือไหว้ และโบกมือตอบเจ้าจันทร์ "เจ้าเคยมาที่นี้ไหม ครับ"สร้างเมืองชวนคุย "เคยค่ะ หลายครั้งแล้ว เจ้าพี่ใช้เวลาสร้างแคมป์นี้นานมากทีเดียว"เจ้าจันทร์เงยพักตร์ ขึ้นมองสร้างเมือง แล้วก็พบว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่แล้วหญิงสาวรู้สึกประหม่าต่อสาย ตาคู่นั้นแบบประหลาด ตาที่มีแววระยิยระยับอยู่ภายใน "ลงไปเดินเล่นในหมู่บ้านมั้ยคะ" เจ้าจันทร์เอ่ยชวน "ก็ดีครับ"สร้างมือกล่าวตอบพร้อมผายมือให้เจ้าจันทร์นำทาง ทั้งคู่เดินมาตามทางลูกรังมีผู้คนเดินสวนไปมาถวายความเคารพเจ้า จันทร์เป็นระยะๆ สร้างเมืองรู้สึกเขินที่มีคนคำนับไหว้ บางคนถึงกับก้มลงกราบที่พื้นก็มี เจ้าจันทร์เดาความรู้สึกของสร้างเมืองออก "ยิ่งเขาให้ความเคารพเรามากเท่าไหร เขาก็คาดหวังในตัวเรามากเท่านั้น เจ้าพี่ถึงต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อความหวังของคนพวกนี้ จนชีวิตของท่านแทบไม่เหลืออะไร เป็นขององค์เอง" เจ้าจันทร์กล่าวเรื่อยๆ "หมายความว่ายังไงครับ เป็นใหญ่ขนาดนี้มีคนล้อมหน้าล้อมหลังผมยังอยากเป็นเลย"สร้างเมื องกล่าวจากใจจริง "เหรอคะ แต่จันทร์ว่าถ้า เป็นจริงๆคงทนไม่ได้หรอก เพราะจันทร์เองยังปฏิเสธเจ้าพี่หลายครั้งกว่า จะยอมกลับมาที่นี้"เจ้าจันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงแบบนี้เป็นโทนเดียวกับเคยเจียเมื่อยามพูดถึงเวียดนามแล ะเหมือนความรู้สึกของผู้อพยพอีกหลายคน น้ำเสียงแห่งความสับสนไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนเองกำลังทำและกำลังจะ พบเจอ "แสดงว่าเจ้ามีสิ่งที่ดีกว่าที่ปารีส" สร้างเมืองถามต่อ "เฮ้อ....สำหรับจันทร์แล้ว ปารีสเป็นบ้านค่ะ เป็นที่ๆจันทร์เติบโตมาจันทร์เคยชินกับทุกอย่างที่นั้น คริส " เจ้าจันทร์เรียกชื่อสร้างเมืองเป็นภาษาฝรั่งเศส "งั้นหรือครับ เจ้าเกิดที่นั้นหรือครับ" "ใช่คะ จันทร์ไม่เหมือนเจ้าพี่ ท่านเกิดที่ศิขรินทร์ และไปเติบโตที่โน้น เราห่างกันเกือบ 10 ปีค่ะ" "อืม....มิน่าความผูกพันถึงไม่เหมือนกัน"สร้างเมืองเอ่ยขึ้น "สำหรับเจ้าพี่แล้วที่นี้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างขององค์ท่าน ท่านยอมละทิ้งครอบครัว บ้านแตก เพื่อมาอยู่ที่นี้"เจ้าจันทร์มีน้ำเสียงเศร้าสลดเ มื่อหวนนึกถึง อดีตเมื่อเจ้าโสริวุธตัดสินพระทัยที่จะเสด็จกลับมากู้ชาติ "หมายความว่ายังไง"สร้างเมืองถาม "ชายาของท่านไม่เห็นด้วยกับวีรกรรมครั้งนี้ ขอแยกทาง....." เจ้าจันทร์หยุดนิ่งสกดอารมณ์ สร้างเมืองพอจะมองเห็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเจ้าโสริวุธ |