พิมพ์หน้านี้
|
ด้ายแดง บทที่20 กำแพงรัก เสียงออดดังขึ้น บัวรำไพ เดินไปเปิดประตู แล้วเธอก็ตะลึงเมื่อเห็นผู้มาเยือน ทรายทองนั้นเอง "จะไม่เชิญเข้าบ้านหน่อยหรือ"ทรายทองเอ่ยถาม "เอ่อ...ค่ะ เชิญค่ะ น้าทอง"บัวรำไพพูดตะกุกตะกัก "เรียกฉันว่าคุณทรายทอง จะเหมาะกว่านะ เพราะฉันนะเลิกนับญาติกับเธอมานานแล้ว" ทรายทองพูดกับบัวรำไพ บัวรำไพ ดูซูบซีดไป หน้าตาอิดโรย คงจะแพ้ท้องอย่างหนัก สมน้ำหน้า เล่นกับไฟก็เลยถูกเผาทั้งเป็น ทรายทองนึกในใจ "สร้างเมืองบอกฉันว่าเธอท้อง" ทรายทองเริ่มเรื่อง บัวรำไพพูดไม่ออก เขาไม่ตอบ อีเมลล์ ไม่รับโทรศัพท์ แต่โทรหาทรายทองเพื่อเล่าเรื่องระหว่างเธอกับเขา หมายความว่ายังไง "เขาโทรมาบอกฉันให้บอกเธอว่าเขาต้องไปทำงานที่ศิขรินทร์ไม่มีกำ หนดกล ับแล้วอีกอย่างนะ เขาก็ไม่แน่ใจว่าลูกในท้องเป็นลูกเขา ไม่รู้จะรับผิดชอบยังไง" ทรายทองมองหน้าบัวรำไพ แล้วเธอก็เห็นสีหน้าแห่งความรวดร้าว หยาดน้ำตาที่ไรรินออกมาเป็นทาง สะใจจริง จองหองว่าสวยนี้แหละจะได้รู้เสียมั่งว่าความสวยนะบางที ก็ไม่มีประโยชน์สักนิด ทรายทองนึกในใจ "แล้วจะเอายังไง ต่อไป"ทรายทองถาม "ไม่ทราบค่ะ" บัวรำไพพึมพำ "อย่าหาว่าฉัดสอดเรื่องของเธอ เลยนะ แต่เราก็ผู้หญิงหมือนกัน แล้วถ้าแม่เธอยังอยู่นะเขาคงแนะนำแบบเดียวกัน เธอยังเด็กยังมีอนาคต อย่าเอาห่วงไว้คล้องคอตัวเองเลย เอาเด็กออกเสีย" ทรายทองพูด บัวรำไพอ้าปากค้างนี้หรือความคิดของคนที่เข้าวัดถือศีล เธอไม่เชื่อหูตัวเอง แต่เธอก็แน่ใจว่าทรายทองหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ เมื่อทรายทองโยนซองสีน้ำตาลให้พร้อมกับบอกว่า "ในนี้พอมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการทำแท้ง ฉันมีที่อยู่หมอให้ด้วยนะ ถ้าเธอยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนที่นี้รับรองไว้ใจได้ แล้วที่สำคัญนะ เลิกยุ่งกับสร้างเมืองเพราะฉันไม่มีวันปล่อยให้ ลูกชายฉันมาแต่งงานกับผู้หญิงอย่างเธอแน่"ทรายทองกระแทกเสียง บัวรำไพนั่งนิ่ง ทรายทองจากไปแล้ว แต่บัวรำไพยังคงตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่แปลกใจที่ทรายทองแสดงกิริยาเช่นนี้กับ เธอ ทรายทองรักสร้างเมืองเหมือนลูก แต่เธอแปลกใจที่ทำไมสร้างเมืองถึงหมดรักเธอแบบไม่มีเยื่อใย "แม่มาทำอะไรหรือบัว"ละเมียดเดินเข้าประตูมา ละเมียดหลบทรายทองไม่ให้เห็น จนรถหายลับไป "ไม่มีอะไร"บัวรำไพสะอื้น "ขนาดนี้ยังว่าไม่มีอะไรอีกหรือ"ละเมียดมองบัวรำไพแบบเวทนาแล้ว เธอก็เห็นซองเงินที่โต๊ะ "แม่จะให้บัวทำอะไร"ละเมียดถาม "เอาลูกออก" บัวรำไพตอบ "อะไรนะ บัวท้องหรือ กับสร้างเมืองใช่มั้ย"ละเมียดถาม บัวรำไพไม่มีที่ไปไม่รู้จะไปที่ไหน เธอขับรถไปเรื่อยๆแล้วเธอก็พาตัวเองมาหยุดที่วัดของแม่ชี ชีวิตกับความเหงาเป็นของคู่กัน เธอเคยชินกับมันเสียแล้ว แต่การฆ่าเด็กที่กำลังจะมาเกิดบัวรำไพไร้ซึ่งความกล้าที่จะทำ เธอตอบไม่ได้ว่ารักสร้างเมืองหรือไม่ แต่เด็กที่กำลังจะเกิดมาเป็นลูกของเธอ แต่หากว่าเขาคือตัวถ่วงอย่างทรายทองว่า เธอควรจะทำเช่นไร บัวรำไพไร้ที่ปรึกษาที่พึ่งเธอเพียงอยากได้คุยกับใครสักคน ละเมียดเด็กและอ่อนต่อโลกเกินไปที่จะเข้าใจ เธอมองไม่เห็นใครนอกจากแม่ชี "ไหว้พระ เถอะบัวรำไพ"แม่ชีทัก "บัวไม่อยากอยู่คนเดียวไม่มีทีไป ไม่รู้จะคุยกับใคร"บัวรำไพบอกแม่ชี "มีเรื่องหนักอกอะไรละ"แม่ชีถาม "บัว....กำลังตั้งท้องแต่พ่อของเด็กอยากให้เอาลูกออก"บัวรำไพก้ มหน้า "แล้วเราคิดอย่างไร"แม่ชีถาม "บัว..ตื้อไปหมดคิดไม่ออกเลยค่ะไม่รู้จะทำอย่างไรดี"บัวรำไพน้ำ ตาไหลริน แม่ชีมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า แบบปลง อนิจจามนุษย์กี่ผู้กี่นามก็วิ่งเข้ามาติดบ่วงแห่งกามนี้ ใครจะห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง "เวลามีทุกข์จะต้องสร้างสติ เมื่อมีสติย่อมสามารถทำทุกอย่างได้โดยรอบคอบ ความทุกข์มีเหตุต้องดับเหตุที่แท้จริงแห่งทุกข์ ลูกที่กำลังจะเกิดมาไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงแห่งทุกข์นะบัวรำไพ" แม่ชีบอก บัวรำไพนั่งนิ่ง น้ำตาแห่งความว้าเหว่ไหลริน เธอไม่มีใครจริงๆ เธอไม่ต้องการทำร้ายลูก แต่เธอจะดูแลเด็กอย่างไร "บัวจะดูลูกคนเดียวได้อย่างไร"บัวรำไพรำพึง "ทำไมละ ลอยน้ำข้ามทะลยังทำได้ เด็กตัวเล็กๆจะดูไม่ได้เชียวหรือ" "แต่พ่อเขาไม่ต้องการ" "ลูกเกิดมาจากการกระทำของพ่อแม่นะบัวรำไพมิใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่าโทษใครมองตัวเอง ถามตัวเองว่าเราจะรับเข้าไว้หรือจะใจร้ายฆ่าเขาทิ้ง" บัวรำไพปล่อยโฮ อย่างเหลืออด นึกถึงแม่ ถ้าวันนี้ยังมีแม่ชีวิตคงไม่เป็นแบบนี้ "ทุกอย่างเกิดจากกรรมการวิ่งหนีกรรมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเราชดใช้กรรมเกิดใหม่ก็จะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม"แม่ชีกล่า ว "ว่าแต่ว่าคุยกับพ่อเด็กแล้วหรือ ถึงได้ทุกข์ใจขนาดนี้ เขาไม่ได้อยู่ที่นี้รอให้เจอหน้าแล้วค่อยว่ากันดีมั้ยการตัดสิน ใจบางอย่างควรทำร่วมกัน เขาดูจะรักใคร่เราดีอยู่นี้นะ"แม่ชีบอกบัวรำไพ "บัวไม่อยากง้อเขา เขาไม่รับไม่รักก็ไม่เป็นไร บัวจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง"บัวรำไพพูด "ไหนเมื่อกี้ บอกว่าดูแลลูกคนเดียวไม่ได้ ตอนนี้ไม่งอนง้อจะเอายังไง" บัวรำไพนิ่งเงียบ เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงดีกับชีวิต แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในความคิด เธอต้องสู้เพื่อลูก เธอต้องไปหาสร้างเมือง ไปพูดคุยเพื่อเขาจะได้เห็นใจ สร้างเมืองเป็นคนใจอ่อน มีเมตตาเขาต้องสงสารเด็กแน่ๆ "บัวจะสู้เพื่อลูกค่ะแม่ชี"บัวรำไพบอกแม่ชี "ดี แต่สู้อย่างมีสตินะของบางอย่างต้องอาศัยเวลาในการเปลี่ยนแปลง" บัวรำไพออกจากวัดมาอย่างเข้มแข็ง เธอตัดสินใจที่จะไปศูนย์อพยพไปพบสร้างเมือง @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ เจ้าจันทร์นั่งอยู่ใต้ต้นจำปาลาว เมื่อตอนที่สร้างเมืองไปถึง เขาตัดสินใจเดินทางมาทำงานในแคมป์ของเจ้าโสริวุธ ในฐานะตัวแทนขององค์การ ที่ติดตามผลการส่งผู้อพยพคืนถิ่น ที่นี้ไม่สะดวกสบายเท่าที่เขาอีด่างแต่ที่นี้มีเจ้าโสมาวดีเป็น แรงบันดาลใจให้กับเขา "สวัสดีค่ะ คริส เดินทางเป็นอย่างไรบ้าง"เจ้าจันทร์เอ่ยทัก สร้างเมืองโค้งคำนับอย่างสุภาพ เพราะมีผู้คนแวดล้อมเจ้าจันทร์อยู่ไม่น้อย "ครับเจ้า"สร้างเมืองรับคำ "พาคุณ คริส ไปที่เรือนรับรอง"เจ้าจันทร์หันไปบอกกับนางกำนัล "คริส นี้คือผู้ดูแลคุณ เธอชื่อ สีลา มีอะไรคุณสามารถเรียกหาเธอได้ตลอดเวลา" "ขอบคุณครับเจ้า" สร้างเมืองถูกพามายังเรือนพักรับรองที่อยู่ตรงข้ามกับเรือนของเ จ้าจันทร์โดยมีเพียงสวนดอกไม้ขนาดใหญ่กั้นกลาง เรือนของเจ้าจันทร์มีต้นจำปาลาวบังอยู่เห็นเพียงบางส่วนเท่านั้ น เขายืนมองแบบครุ่นคิด ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่มาทำงานที่นี้ อันตรายมีอยู่รอบด้าน เขาเห็นคนเดินถือคบไฟผ่านสวนไป เขาเองก็นั่งอยู่ในความมืดเมื่อไรไม่รู้ตัว เปลือกตาเกือบปิดสนิท "นายฝรั่งคะ นายฝรั่ง"เสียงเรียกข้างนอก "ใครนะ"สร้างเมืองถาม "สีลาเองค่ะ" "เข้ามาเถอะประตูไม่ได้ล้อค" สีลาเดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มร่างเล็ก และคบเพลิง "เด็กคนนี้ชื่อ อิน ค่ะ นายฝรั่ง มันเป็นคนไทย มันจะมานอนเฝ้านายหน้าห้อง นายมีอะไรก็เรียกใช้มันได้ คบเพลิงนี้อินจะดูแลจัดการให้นาย นายต้องปิดประตูหน้าต่างแน่นหนานะ เพราะที่นี้กลางป่า ไม่แน่อาจมีสัตว์ร้าย"สีลาร่ายยาว "อ้อ นายเดี๋ยวเรียบร้อยแล้ว นายไปทานข้าวที่เรือนเจ้าจันทร์นะค่ะ อินจะนำทางไป" "ครับ"สร้างเมืองรับคำ เขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปพบเจ้าโสมาวดี เขาเดินตัดสวนที่ได้รับการดูแลอย่างดีมีการจัดตบแต่งอย่าสวยงาม อันที่จริงมีระเบียงโดยรอบหมู่เรือนที่สามารถเชื่อมถึงกันได้หม ด ยกเว้นเรือนของเจ้าจันทร์และเจ้าโสริวุธ ที่จะต้องเดินผ่านป้อมยามและเป็นเขตหวงห้าม แต่หากตัดผ่านทางด้านหลังอย่างที่เขากำลังทำก็จะผ่านแค่ยามที่เ ดินตรวจเวรยามเท่านั้น เขาเดินขึ้นบันไดไปยังชานเรือนที่มีการจัดตกแต่งด้วยโต๊ะ ล้อเกวียนพร้อมผ้าปูโต๊ะสีขาว มีเชิงเทียนตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมจานอาหาร ส้อมช้อน และแก้วไวน์ ดูท่าว่าเขาจะดินเนอร์ใต้แสงจันทร์และแสงเทีย น ข้าหลวงผายมือให้เขาเดินไปยังโต๊ะ เขามองสำรวจโดยรอบ เรือนนี้มีเชิงชายฉลุลายไม้เลื้อยตลอดแนวหลังคาประตูห้องที่เห็ นทั้ง 3 ห้องแกะป็นรูปเทพพนม พืนไม้ลงแชล้คอย่างดี สำหรับสิ่งก่อสร้างกลางป่าแล้วดูวิจิตรบรรจงยิ่งนัก กลิ่นนำหอมฝรั่งเศสโชยมาเข้าจมูกเขาเหลือบมองไปเห็นเจ้าจันทร์เ ดินขึ้นบันไดมา "สวัสดีค่ะ คอยนานมั้ย"เจ้าจันทร์ถาม "ไม่ครับเจ้า"สร้างเมืองมองเจ้าจันทร์พร้อมอมยิ้ม "พอดีจันทร์ลงไปดูว่าเจ้าพี่กลับมาหรือยังนะค่ะ เพื่อท่านจะเสด็จมาเสวยด้วย"เจ้าจันทร์บอกเหตุผลที่ไม่ได้อยู่ต ้อนรับ "เจ้าจัดเรือนได้สวยนะครับ"สร้างเมืองเปลี่ยนเรื่องคุย "ไม่ใช่จันทร์หรอกค่ะ เจ้าพี่ต่างหาก แต่ก่อนท่านประทับเรือนนี้ แต่ตอนนี้ท่านยกให้จันทร์แล้วเสด็จไปประทับที่เรือนใหญ่"เจ้าจั นทร์เล่า เจ้าจันทร์หันไปทางข้าหลวง เพื่อให้เดินเข้ามาเสริฟ์เครื่องดื่ม "จะรับอะไรดีค่ะ คริส จันทร์มีที่เห็นนั้นแหละค่ะ"เจ้ามองไปทางเครื่องดื่มที่ทหารเข็ นเข้ามา... โอ้โฮ้....เท่าที่มีก็เลือกเกือบไม่ถูกสร้างเมืองนึกในใจ "ผมขอปาสติสแล้วกันครับ"สร้างเมืองบอก ทหารหันมาทางเจ้า เธอโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ "อ้าว...เจ้าไม่ดื่มหรือครับ"สร้างเมืองถาม "ไม่ล่ะคะ จันทร์ดื่มไม่ค่อยเก่ง"เจ้าจันทร์ออกตัว "เจ้าดำเนินการเรื่องโรงเรียนไปถึงไหนแล้วครับ"สร้างเมืองถาม "ไม่ค่ะ คริส จันทร์ไม่คุยเรื่องงานเวลาทานข้าว เป็นกฎเหล็กของจันทร์"เจ้าจันทร์มีรับสั่ง "งั้นหรือครับ ผมต้องขอโทษด้วย ผมไม่ทราบ" "ไม่เป็นไรค่ะ" ทหารนำอาหารเข้ามาเสริฟ์มีสลัดฝรั่งเศส และ ปาตเต้ ที่ทำมาจากตับเป็ดที่ขึ้นชื่อ ที่จัดเป็นคำๆ วางบนถาดเงิน พร้อมมะกอกลูกเล็ก และ กอร์กนิชชงหั่นบางๆ ทหารเริ่มเสริฟ์ไวน์แดง สร้างเมืองเคลิ้มไปว่าอยู่ในร้านอาหารชั้นดีในกรุงปารีส ขาดอย่างเดียวมีคนมายืนสีไวโอลินข้างๆ "ไงค่ะ คริส เคลิ้มกับรสชาติอาหารหรือใจลอยนึกถึงใคร"เจ้าจันทร์ตรัสถามปนยิ ้ม "ครับผม ผมเริ่มคิดถึงปารีส"สร้างเมืองตอบตรงๆ "เพิ่งมาได้ไม่ถึงปีไม่ใช่หรือค่ะ" "ครับแต่ก็เกือบแล้ว" อาหารเมนูหลักที่ยกเข้ามาคือ เนื้อเป็ด ราดซอสอิตาเลียน และมันฝรั่งบด "นี้เป็นอาหารจานโปรดของผมทั้งหมด เจ้ารู้ได้ยังไง" "ไม่มีอะไรที่เราไม่รู้เกี่ยวกับตัวคุณค่ะคริส" สร้างเมืองชะงัก เขากำลังจะตักเนื้อเข้าปาก ทหารเสริฟ์ไวน์แดง "เจ้าสืบเรื่องของผม" "ไม่ใช่จันทร์หรอกค่ะ เจ้าพี่ต่างหากคุณคงไม่คิดว่าเราจะรับคนที่ไม่มีที่มาที่ไปเข้า มาในแคมป์หรอกนะ "เจ้าจันทร์เสริม จริงซินะ สร้างเมืองลืมไปว่าเขาอยู่ในแวดวงการเมืองและราชนิกูล ไฮโซ เป็นธรรมดาที่ต้องรู้ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นศัตรูหรือเป็นมิตร สร้างเมืองเริ่มมองเห็นเงาของความเลื่อมล้ำของชีวิตที่ทอดผ่านร ะหว่างเขากับเจ้าจันทร์ "อืมม ผมไม่เคยชินกับการถูกสืบประวัติ"สร้างเมืองเอ่ยขึ้น "จันทร์เข้าใจ ถึงเราไม่ทำหน่วยข่าวกรองเขาก็ทำโดยอัตโนมัติ" สร้างเมืองมีความรู้สึกว่าการสนทนาของเขากับเจ้าจันทร์คืนนี้ห่ างเหินอย่างประหลาดเขาไม่มีความรู้สึกว่า อยากพูดคุยเชิงชู้สาว เลือดในกายไม่พลุ่งพล่านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่เขาดื่มแอลกอฮอล์ลเขาไปไม่ใช่น้อย อาหารชุดสุดท้ายเป็นแครปฝรั่งเศส ราดน้ำผึ้ง มีแอปเปิ้ลสไลด์บางพร้อม ครีม วางมาให้ด้วยก็ของโปรดเขาอีกนั้นแหละ สมบูรณ์แบบมีอะไรอีกมั้ยที่คนที่นี้ไม่รู้จักเขา สร้างเมืองรู้สึกขุ่นเคือง อย่างประหลาด "ทำไมเงียบไปละค่ะ"เจ้าจันทร์ถาม "เอ่อ....คือผม ...คงจะดื่มมากไปเห็นทีต้องขอตัวครับ"สร้างเมืองบอกเจ้าจันทร์ "คริส คุณคงไม่โกรธใช่มั้ยคะ" "ผมมีสิทธิด้วยหรือเจ้า" เจ้าจันทร์นั่งนิ่ง คริสตอฟ ไม่ใช่คนอ่อนอย่างที่คิด เขาเป็นตัวของตัวเองและมีโลกที่เป็นอิสระ คงไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้วเจ้าพี่!!!!!!!! |
| ภาพจากเรื่อง | ||
ภาพถ่ายที่นำมาใช้ประกอบเรื่อง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |