พิมพ์หน้านี้
|
ผีเมืองกระซิบ
ความมืดโรยตัวเข้าปกคลุมทั่ว บ้านลิปะ ชาวบ้านต่างพากันอยู่ในบ้าน มีแต่เพียงแสงไฟริบหรี่ และกลิ่นแกงส้มลอยมาตามลม เสียงยอดยาง เอี๊ยดอาด เสียดแรงลม เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังพักผ่อน ยิ่งยามกฎอัยการศึกอย่างนี้ไม่มีใครกล้านั่งจับกลุ่มคุยกันนอกบ ้านเกิน 5 คน เพราะกลัวถูกทางการจับ งานบุญงานกุศล ก็ไม่ต้องทำกันแล้ว ยกเว้นงานศพนั้นแหละ ที่ยังพอมีคนกล้ามาอยู่บ้าง กฎอัยการศึกมีผลต่อทุกผู้ทุกนามไม่ยกเว้นแม้แต่กับพระสงฆ์องค์เ จ้า พระปานหรือพ่อหลวงปานของชาวบ้าน กำลัง ตรวจดูบาตร ที่จะต้องใช้ในวันพรุ่งนี้ พระปานจำพรรษาที่วัดลิปะมานานหลายสิบพรรษา เป็นที่รู้จักของญาติโยม โดยทั่วไป ลิปะเป็นวัดเล็กๆห่างจาก ลิยอ ไม่ไกลนัก มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า วัดนวลคีรี ผู้คนที่นี้มีทั้งไทยพุทธและมุสลิม มีความสามัคคี กลมเลียว จนเมื่อไม่นานมานี้เอง ความร่มเย็นเป็นสุขได้จางหายไป ที่วัดนี้ มีพระจำวัดทั้งหมด 5 รูป ด้วยกัน วัดกว้างใหญ่แต่ไม่มีพระ ในกรุงเทพวัดเล็กนิดเดียวคับแคบแออัด กลับมีพระจำพรรษามากมาย ยังดีนะที่สมเด็จพระราชินีท่านช่วยจัดสรรพระมาให้เลยไม่กลายเป็ นวัดร้างไม่เช่นนั้นก็คงมีแต่พระอย่างพ่อหลวงปานที่ยังคงยืนหยั ดต่อสู้เพื่อพระพุทธศาสนา พระปานปัดบริเวณที่จะจำวัด กำลังตั้งท่าจะสวดมนต์ เสียงคนเดินตรงมาที่กุฏิ พ่อหลวง ครับ พ่อหลวง จำวัดหรือยัง นายหัวมาหานะครับผม นายหัวจากที่ไหนมาอีกละ พระปานนึกฉุนในใจ พวกนายหัวมาที่ไร มีแต่เรื่อง คราวก่อนมาพอวันรุ่งขึ้น พวกแขกก็ตายกลางถนน 2 ศพ คราวนี้จะเอาอะไรก็ไม่รู้ พระปานเปิดประตูกุฏิที่ทำด้วยไม้ยาง เสียงประตูลั่นเอี๊ยด กำนันนั้นเอง นึกว่าใคร มีอะไรกับอาตมาหรือ พระปานไม่ใช่คนใต้ บ้านท่านอยู่สว่างแดนดิน สกลนคร ท่านบวชตั้งแต่ เป็นสามเณร ร่ำเรียนกับพระเกจิหลายรูป เดินทางลงมาทางใต้เพื่อธุดงค์เคยธุดงค์ไปตามแถบเทือกเขาสันกาฬา คีรี และมาสิ้นสุดที่วัดนี้ ท่านเคยจับไข้ป่า จนทำให้เกิดอาการหลอน สามารถมองเห็นและสัมผัสกับโลกของวิญญาณได้ พระปานมองสำรวจคนที่ตามกำนันมา เห็นว่า น่าจะเป็นทหารนอกเครื่องแบบทั้งคู่ ทั้ง 2 คน กระพุ่มมือไหว้พระปาน อย่างนี้ นะ พ่อหลวง นายหัวท่านมาจาก บางกอกนะ ท่านจะมาขอให้พ่อหลวงงดการบิณฑบาต สักอาทิตย์ 2 อาทิตย์นะ เพราะจะกวาดล้าง พวกแขก กำนันกล่าวอย่างตื่นเต้นราวกับได้เลื่อนขั้น หือ อะไรกัน พวกแขกไปทำอะไรให้ถึงต้องกวาดล้าง พระปานถามขึ้นเบาๆ ไม่มีอะไรหรอกครับท่านคือเป็นห่วงความปลอดภัยนะครับ และช่วงนี้ยากที่จะจัดใครมาคุ้มครอง เนื่องจากต้องใช้กำลังพล นายทหารคนหนึ่งกล่าวอย่างนอบน้อม ไอ้คนคุ้มกันนะ อาตมาไม่มีความจำเป็นต้องใช้หรอกโยม เพราะไม่เคยกลัวตาย และเขาก็ไม่คิดทำร้ายพระอย่างอาตมาหรอก อีกอย่างการบิณฑบาต เป็นกิจของสงฆ์ ไม่ทำไม่ได้หรอกโยม พระปานกล่าวอย่างมั่นใจ ที่สำคัญตอนนี้เราไม่ต้องการให้ท่านให้ที่พักพวกแขกในฐานะลูกศิ ษย์วัด นายทหารจ้องหน้าพระปาน เด็กพวกนั้นนะเติบโตรอบวัดนะโยม ไม่มีการแบ่งแยกหรอก ถึงเวลามันก็มากินข้าวมันอยากนอน ตามศาลามันก็นอน นอนเล่นอ่านหนังสือแล้วมันก็ไป ไม่มีอะไรหรอก เพราะมันทำแบบนี้ที่มัสยิด ไม่ได้นะ พระปานอธิบายให้นายหัวของกำนันฟัง แต่ท่านต้องเข้าใจว่าทหารจะเข้ามาจับกุมคนในวัด ไม่เหมาะนัก เพราะฉะนั้นท่านต้องปฏิเสธ เออ จะปฏิเสธยังไงละ เคยวิ่งเล่นมาแต่เล็กวันนี้บอกอย่ามา มันจะได้หรือโยม พระปานพึมพำ ต้องได้ซิ พ่อหลวงต้องไล่พวกมัน อย่ายอมนะ ไม่เช่นนั้นทางการจะหาว่าพ่อหลวงไม่ให้ความร่วมมือ กำนันรีบสำทับ กำนันก็รู้ดีพอๆกับอาตมานั้นแหละว่าเด็กพวกนี้มันไม่มีอะไรหรอก วันดีคืนดีนั่งคุยกันแล้วหาว่าพวกมันซ่องสุม ไม่ถูกนะ พระปานชักไม่ชอบใจ นี้เป็นคำสั่งจากเบื้องบนครับพ่อหลวง เฮ้อ เอาเถอะ อาตมาจะดูแลให้แล้วกัน แต่ไม่ออกบิณฑบาต คงไม่ได้นะ งั้น พวกผม นมัสการลา นะครับพ่อหลวง เจริญพรโยม พระปานให้พร คนจากบางกอกมาแล้วไปแล้ว เสียงประตูใต้กุฏิเปิดออก พระปานกำลังใช้ความคิดไม่ได้สนใจว่า เด็กรุ่นๆหนุ่มสองคนเดินขึ้นมา คนหนึ่งก้มลงกราบแทบเท้าพ่อหลวงด้วยความเคารพ คนหนึ่งเพียงก้มหน้านิ่งธรรมดา พระปานหันไปมองทั้ง สองคนที่เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย คนหนึ่งก็คือสน ศิษย์รักของท่าน แล้วอีกคนก็คือ มุริน เพื่อนของสนที่เป็นมุสลิม ผมทำให้พ่อหลวงลำบากนะครับ มุรินมองหน้า พระปานอย่างซาบซึ้ง พระปานมองหน้ามุรินอย่างเห็นใจ เรื่องเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน มุรินวิ่งหนีกระหืดกระหอบมาหาสนเพื่อให้ช่วยหาที่หลบซ่อนเนื่อง จากทางการบุกเข้าค้นบ้าน เพราะเชื่อว่า พ่อของมุรินเป็นพวกโจรแบ่งแยกดินแดน พ่อของมุรินรู้ตัวรีบหนีไปก่อนที่ทางการจะเข้าค้นและสั่งให้ มุรินหาที่หลบซ่อน มุรินไม่รู้จะไปที่ไหน จึงมาหลบอยู่กับสน เด็กทั้งคู่เรียนด้วยกัน เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก สนไม่มีพ่อเหลือแต่แม่ เลยฝากตัวเป็นลูกศิษย์วัด เดินตามพระปานบิณฑบาตมาแต่เล็กส่วนมุริน เนื่องจากเป็นมุสลิม ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับกิจของสงฆ์ แต่มาเล่นกับสนเป็นประจำ ไม่เป็นไรหรอก มุริน เอ๊ย พ่อหลวงก็ไม่ได้ทุศีลอะไร เขาไม่ได้ถามก็ไม่ได้ตอบ พระปานมองมุรินอย่างเวทนา เด็กอย่างมุรินเนียะนะที่จะเป็นโจรแบ่งแยกดินแดน พรุ่งนี้ผมจะไปขออยู่ตามบ้านญาติท่านจะได้ไม่เดือดร้อน ครับ พระปานเห็นมุรินมาตั้งแต่เด็ก ท่านรู้ดีว่า มุรินเป็นเด็กดี รวมทั้ง โต๊ะอีหม่าม พ่อของ มุรินด้วย ท่านเองเคยสนทนาธรรมกับอีหม่ามหลายต่อหลายครั้งจนแจ้งในความคิด แห่งการรักสันติสุขของ พ่อมุริน ที่หนีคงกลัวจะโดนจับ แล้วหายสาบสูญ เหมือนหลายคนที่ผ่านมา ทางการทำให้คนดีหลายคนต้องหนีเข้าป่าเพราะความกลัวแล้วในที่สุด เลยกลายเป็นพวกของโจรจริงๆ เพื่อความอยู่รอด ไม่ต้องหรอก อยู่ที่นี้แหละ มุริน จะหนีไปไหนทำไมกัน สักพักเขาก็คงเลิกกวาดล้างแล้วนะ ทางการทำท่าจะเข้าใจมากขึ้น ยิ่งปฏิวัติแบบนี้พวกเก่าๆคงถูกสั่งย้ายหมดแหละ เอานี้แม่เขาฝากเงินมาให้ เก็บไว้นะเพื่อต้องใช้ พระปานส่งเงินให้มุริน แม่ของมุริน เป็นพุทธ แต่แต่งงานกับแขก เลยกลายเป็นมุสลิมแต่นางก็ยังมีพี่น้องที่เป็นพุทธ พอพึงพากัน พระปานเดินเข้ากุฏิก้มลงกราบพระสวดมนต์อยู่พักใหญ่ จนจิตสงบเข้าสู่สมาธิ แล้วท่านก็นิมิตเห็นเป็นลานวัดมีผู้คนมาชุมนุมมากมาย แต่ทุกผู้ทุกตนต่างมิใช่เป็นมนุษย์ ท่านแน่ใจว่า ฝูงชนที่ท่านเห็นต่างเป็นภูติ ที่จำแลงกายมาทั้งสิ้น เมื่อท่านปรากฏกายขึ้นท่ามกลางฝูงชนนั้น ท่านได้ยินเสียงร่ำไห้ระงมของเหล่าภูติอย่างไม่เคยได้ยินมาก่อน ภูติตนหนึ่งหันมามองท่าน พร้อมก้มลงกราบ พวกโยมมีอะไรถึงได้มารบกวนสมาธิของอาตมา พระปานเอ่ยถาม พรุ่งนี้เวลา บิณฑบาตขอให้ท่านปลีกตัวจากหมู่คณะ ภูติตนนั้นกล่าว ทำไมละ พระปานเอ่ยถาม ภูติตนนั้นไม่ตอบคำถามท่าน แต่กล่าวต่อว่า ลิยอกำลังจะลุกเป็นไฟจะเกิดการรบพุ่ง เลือดไทยจะไหลโลมดิน พุทธมุสลิมจะฆ่ากัน สิ้นเสียงภูติตนนั้น เสียงร่ำไห้ก็ดังระงม พระปานรู้ว่านี้คือนิมิต ท่านจึงเริ่มแผ่เมตตา เสียงร่ำไห้ของภูติค่อยๆจางหายไป ท่านคิดในใจว่าคงเป็นผีบ้านผีเมืองมากระซิบบอก เสียงไก่ป่าขันกู่ก้องท่านจึงออกไปสรงน้ำ ล้างหน้า กลิ่นดอกปาหนันลอยทวนลม มาแต่ไกล พระปานออกเดินไปรอบๆกุฏิ เพื่อทำจงกรม แล้วท่านก็เหลือบเห็นเงาดำใต้ต้น บุหงา เอาอีกแล้ว ท่านนึกในใจ มีอะไรอีกละโยม พระปานเพ่งกระแสจิตไปยังร่างนั้น ผมมาลาครับพ่อหลวง อืม พระปานรับในลำคอ ผมต้องไปแล้ว ผีบ้านผีเมืองต้องการคนช่วย พระปานไม่กล่าวอะไร แต่ท่านสวดบทอิมินาให้ บุหงาต้นนี้เก่าแก่มานาน เป็นร้อยปีเป็นธรรมดาที่ต้องมีภูติหรือ รุกขเทวดาอาศัยอยู่ ภูติตนนั้นคงตายไปนานแล้ว ผีบ้านผีเมืองต้องการคนช่วย เป็นวลีที่ยังคงก้องอยู่ในหู ท่านได้แต่คิดว่า แล้วพระอย่างท่านจะช่วยอะไรได้บ้าง พระปานเดินนำหน้าพระลูกวัดเพื่อรับบาตรตามบ้านญาติโยม ชาวบ้านที่มีจิตศรัทธายังคงจัดหาอาหารมาตักบาตรตามปกติ ท่านบิณฑบาตไปถึงบ้านป้าของมุริน นางลำเจียก ถือโอกาสขณะตักบาตร ถามสารทุกข์สุขดิบของมุรินพร้อมฝากเงินใส่ซองให้หลานชาย ลุงมันที่บางกอกว่าจะให้มันไปอยู่ด้วย เขาจะมารับมันพรุ่งนี้ นางกล่าวเสริม แล้วแต่โยม เถอะ จะบอกให้มันเตรียมตัวไว้นะ เจ้าคะ นางลำเจียก ก้มลงกราบลงกับพื้น พระยังคงเป็นศูนย์รวมเป็นศรัทธาของชีวิตของชาวพุทธในลิยอ คนแก่คนเฒ่า จะถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร และก้มลงกราบกับพื้นดินอย่างเคารพสูงสุด พระปานเดินบิณฑบาตจนถึงทางแยก จู่ๆท่านก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น บึ้ม บึ้ม ท่านไม่รู้ว่าเสียงดังมาจากทางไหน หันไปข้างหลังเห็นแต่เปลวไฟลุกท่วม พระที่เดินรั้งท้าย และพระลูกวัด อีก 4 รูป ก็ทรุดลง และเจ้าสนโถมสุดตัวมาบังร่างท่านไว้ แรงถาโถมของเจ้าสนทำให้ท่านล้มลงกับพื้น อาหารที่ญาติโยมตักบาตรมาตกเกลื่อนกระจาย สนนอนแน่นิ่งอยู่บนร่างของท่าน แล้วสติของท่านก็ดับวูบพร้อมกับความเจ็บปวดทั่วร่างกาย ------------------------------------------------------------ -------------------------- พ่อหลวง ครับ พ่อหลวง หมอเรียกพระปาน หือ........ พระปานพยายามลืมตาขึ้นสำรวจรอบตัว เห็นหมอ พยาบาล ยืนอยู่รอบกาย แต่ตาท่านหนักลืมไม่ขึ้น ได้ยินแต่หมอสั่งให้พยาบาลทำโน้นทำนี้ ด้วยจิตมั่นในสมาธิท่านรวบรวมกำลังสมาธิเพื่อต่อสู้กับความเจ็บ ปวดที่ได้รับ แล้วเงินของมุรินอยู่ที่ไหน สนเป็นอย่างไรบ้าง แล้วมุรินจะได้ไปบางกอกหรือเปล่า อย่างไรเสียท่านคงนอนอยู่เช่นนี้ไม่ได้ ร่างกายของท่านหนักอึ้งพยายามจะลุกอย่างไรก็ไม่ขึ้น แล้วจู่ๆอาการหนักๆก็หายไป ตัวท่านกลับเบาหวิวลอยขึ้นจากเตียง แล้วก็มายืนอยู่นอกวงของหมอและพยาบาล ที่กำลังรุมล้อมตัวท่าน ด้วยสมาธิทำให้ท่านเข้าใจว่าจิตได้ออกจากร่าง ท่านเดินออกไปนอกห้องเพื่อจะดูว่าจะติดต่อมุรินได้อย่างไร แต่ตอนนี้ เงินไม่ได้อยู่ที่ท่าน แล้วเงินอยู่ที่ไหน ท่านเห็นนางลำเจียก ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์พยาบาล แล้วพยาบาลก็ส่งซองให้กับนาง ท่านพยายามยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ อ้อเป็นซองเงินนั้นเอง เอาหละนางคงจัดการเองได้แล้ว สนหละเป็นอย่างไรบ้าง แล้วท่านก็เหลือบไปเห็นสนนั่งอยู่ที่มุมตึก ท่านรีบเดินตรงเข้าไป ด้วยสมาธิ ทำให้พระปานรับรู้ว่า สนอยู่ในสภาวะของวิญญาณ โธ่ สน เอ๊ย นี้เจ้าต้องมาตายเพราะพ่อหลวงหรือนี้ ท่านเดินเข้าไปหาสน เจรจาด้วยสมาธิจิต สน พระปานเรียกอย่างแผ่วเบา มานั่งทำไมที่นี้ หรือลูก พ่อหลวง สนเงยหน้ามองพระปานด้วยอาการเงียบสงบ สนถ้าไม่ปกป้องพ่อหลวงก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตแบบนี้ พระปานกล่าวด้วยความตื้นตัน ผมยินดี ครับพ่อหลวง แล้วผมก็รู้ว่าผมจะไปดีที่ได้ปกป้องผ้าเหลือง สนกล่าวอย่างมั่นใจ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาที่พระปานรู้สึกว่าศรัทธาที่ท ่านมีต่อศาสนาส่งผลต่อท่านใหญ่ยิ่งนัก แต่พ่อหลวงไม่ต้องการให้สนมาตายแทน สนยังมีอนาคตอีกไกล ถึงเวลาของผม ครับพ่อหลวง และการตายของผม ก็มีเกียรติยิ่งนัก วิญญาณของสนกล่าวอย่างภาคภูมิ พระปานน้ำตาคลอเบาพูดอะไรไม่ออก ท่านรู้ว่าสนรักท่าน แต่ไม่เคยนึกว่าจะมากขนาดตายแทนท่านได้ มาเถอะสนพ่อหลวงจะช่วยให้ได้พบแสงสว่าง นี้คงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ท่านจะสามารถทำให้สนได้ในขณะนี้ ท่านนั่งลงตรงหน้าสนเพ่งกระแสจิตเพื่อให้วิญญาณของสนเข้าสู่สมา ธิ ท่านไม่รู้ว่าอยู่ในสมาธินานเพียงใด รู้แต่เพียงว่า สนอิ่มเอิบและสลายกลายเป็นละอองท่ามกลางแสงสว่างนั้น ไปดีเถิด สน ท่านรำพึงในใจ สมาธิจิตของท่านสร้างปัญญาตามคำผีเมืองกระซิบ ท่านนึกออกแล้วว่าท่านจะทำอะไร เพื่อไม่ให้ลิยอลุกเป็นไฟ พระปานพุ่งสมาธิจิตไปยังสถานที่ที่ท่านต้องการ กายทิพย์ของท่านไปปรากฏ ณ.บริเวณสถานที่โอ้อ่าแห่งหนึ่ง การจัดตกแต่งสถานที่บอกบุญบารมีของเจ้าของ ภูติเจ้าของสถานที่ออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อม ท่านต้องการมาเข้าเฝ้าสมเด็จหรือ ผู้ทรงศีล ใช่แล้วโยม อาตมาอยากให้สมเด็จท่านได้เห็นนิมิตเพื่อท่านจะได้แก้ไขช่วยเหล ือบ้านเมืองพระปานกล่าวอย่างนอบน้อมเช่นกัน เขามาเถอะพระปาน อาตมาภาพคอยท่านอยู่ เสียงทุ้มนุ่มของสมเด็จแว่วลอยมาแต่ไกล พระปานก้มลงกราบผู้ทรงศีลที่อยู่เบื้องหน้า สมเด็จนั่งอยู่บนอาสนะสงฆ์ ในท่าขัดสมาธิ กระผมต้องกราบขอประทานอภัยที่มารบกวนสมาธิของท่านขอรับ ไม่เป็นไรหรอกสหายธรรมของข้า ไม่ได้เจอท่านเสียนานออกคิดถึงหว่างนี้ไปธุดงค์ที่ไหนเล่าจึงไม ่ใคร่เจอ สมด็จกล่าวทักอย่างเอื้ออารี เอะ!ดูเหมือน ท่านจะบาดเจ็บใช่ไหม ขอรับ กระผม มีเรื่องมาขอร้องให้ท่านช่วยเพ่งฌานดูเหตุที่จะเกิดกับลิยอ พระปาน อาตมาภาพมิใช่ไม่รู้ เหตุที่จะเกิดกับลิยอ รู้ดีอยู่แก่ใจ แต่จะทำอย่างไรเล่า เมื่อสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สมเด็จท่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขอรับ แต่เมื่อผีเมืองมาบอกกระผมเลยอยากที่จะให้ชาวบ้านได้พ้นจากทุกข ์ภัย นะขอรับ อาตมาภาพเข้าใจในจิตที่เมตตาของท่าน พระปาน แต่หนีกรรม ไม่สามารถทำได้นะ ทั้งเราทั้งท่านก็ไม่เว้น อีกทั้งเรื่องบ้านเรื่องเมืองมิใช่กิจของสงฆ์ แต่การช่วยชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติ ใช่ แต่มิใช่เปลี่ยนวงจรแห่งกรรม พระปาน มิได้ขอรับ เพียงแต่เราบอกเหตุเตือนภัยให้กับชาวบ้านเพื่อเขาจะได้หลบหลีก และชี้ทางสว่างให้กับผู้มีอำนาจมิให้หลงมัวเมา พระปานท่านจะให้อาตมาเป็นผีเมืองกระซิบใครละ กระผมมิบังอาจขอรับเพียงแต่อยากกราบขอประทานกรุณาจากพระเดชพระค ุณ สมเด็จขอรับ เอาเถอะๆ พ่อผีเมืองกระซิบ อาตมาภาพ จะทำเท่าที่ทำได้และไม่ขัดกิจแห่งสงฆ์ แต่อยากจะเตือนท่านว่า ถ้ายุ่งเรื่องทางโลกนัก หนทางสงบจะถอยห่างออกไป ขอรับพระปานรีบรับคำ พระปานรู้ดีว่าเรื่องทางโลกมิใช่กิจของสงฆ์แต่ด้วยจิตที่เมตตาท ่านไม่อยากเห็นเลือดไทยไหลโลมทาแผ่นดินลิยอ ผู้คนบริสุทธิ์ต้องล้มตาย ท่านไม่อยากเห็นเด็กหนุ่มอย่างมุริน ต้องหนีหัวซุกหัวซุน เด็กวัดอย่างสนที่สละชีวิตเพื่อปกป้องพ่อหลวง เพื่อพระศาสนา โต๊ะอีหม่ามผู้ทรงศีลต้องหลีกหนีจากสังคม จะต้องมีอีกกี่ชีวิตที่สังเวยคำถามว่าทำไม เพราะเหตุใด หรือว่าท่านจะปล่อยให้ผู้คนทางโลกจัดการเรื่องของตนเอง โดยที่สมณะอย่างท่านไม่ต้องเกี่ยวข้อง พระปานยังมิทันคิดตัดสินใจ จิตของท่านก็ถูกดึงกลับสู่ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ------------------------------------------------------------ -------------------------------- ฟื้นแล้ว พ่อหลวงคะเสียงพยาบาลเรียกพระปานเบาๆ น้ำ พระปานร้องขอ บุรุษพยาบาลนำน้ำมาให้พระปาน หลังจากจิบน้ำพระปานหลับตาลงท่านหลับไปอีกนานเท่าไหร่ ไม่รู้ได้ รู้แต่ว่ามีคนมาปลุกท่านให้รู้ตัวว่า จะมีคนจากสำนักพระราชวังมาเยี่ยม อีกสักครู่หนึ่งก็มีคนเดินเข้ามาในห้อง ทั้งทหารตำรวจเต็มไปหมด แล้วก็มีนางสนองพระโอษฐ์ของสมเด็จพระราชินีได้นำกระเช้าดอกไม้เ งินช่วยเหลือมามอบให้พระปาน แต่ที่พระปานมิอาจลืมได้ชั่วชีวิตก็คือ กระแสพระราชดำรัสที่ทรงฝากมาถึงพระปาน สมเด็จพระราชินีท่านทรงมีความห่วงใย และให้บอกกับท่านว่า สิ่งที่ผีเมืองกระซิบพระองค์ท่านได้รับทราบแล้วและจะทรงรับเป็น ธุระจัดการมิให้พระปานต้องร้อนใจ ส่วนเรื่องของมุริน พระองค์ท่านได้ส่งผู้แทนไปดูแลช่วยเหลือ พระปานไม่ต้องเป็นห่วง และพระองค์ท่านทรงหวังว่า จะได้พบกับ ผีเมืองกระซิบ ด้วยพระองค์เองสักครั้ง พระปานซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยยิ่งนัก ท่านรู้ดีว่า เมื่อความถึงพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระราชินี ท่านจะกลับร้ายให้กลายเป็นดีดังที่ผ่านมาทุกครั้ง เป็นบุญของคนไทย ที่มีในหลวงที่ทรงรักพสกนิกร และองค์คู่พระบารมีที่ดำเนินตามรอยพระบาททุกย่างก้าว พระปานบอกกับตัวเองว่า การออกบิณฑบาตของท่านครั้งนี้คุ้มจริง ถึงแม้ท่านจะบาดเจ็บ สูญเสีย สน และพระลูกวัด แต่ท่านก็สามารถทำให้ลิยอเลือดไม่นองแผ่นดิน สนเอ๊ย ลูกไม่ตายฟรีแล้ว ท่านเริ่มต้นสวดมนต์เจริญภาวนา เพื่อให้ศีลให้พร กับ ผีเมืองที่มากระซิบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! |
| ภาพจากเรื่อง | ||
ภาพถ่ายที่นำมาใช้ประกอบเรื่อง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |