• รณบุตร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wayuboot@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-09
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 5317
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
ขอจุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ขอแช่งชัก คนกังฉิน กินบ้านเมือง
ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องรากหญ้า ขอค่อนแคะต่อว่า คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Ronboot
วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2551
นายกฯหมู ปากหมา เปิดแผลให้ไอ้หมัก..ด่าเฮงซวยอีกแล้ว
Posted by รณบุตร , ผู้อ่าน : 157 , 08:21:43 น.   | หมวดหมู่ : อารมณ์กวี เสียดสีคน......(จุดๆๆ)  
พิมพ์หน้านี้


        ท้องทุ่งนา ไม่เคยขาดอากาศบริสุทธิ์ฉันใด  ความวุ่นวายที่..หมู่บ้านหนองอีหลง ก็ไม่เคยเงียบเหงา ฉันนั้น

        อยู่ดีไม่ว่าดี นายกฯ หมู ปากหมา นายกฯ อบต.แห่งหมู่บ้านหนองอีหลง ก็ได้ทำความทำเฟอะฟะให้ผู้คนในหมู่บ้านต้องโจษขานนินทาที่ไปรับจ้างเอกชนบริษัทหนึ่ง ทำรายการออกทีวี "ชิมไปบ้าไป" ซึ่งอาจจะมีความผิดถึงขั้นถูกถอดจากตำแหน่งนายกฯ

        เพราะกติกาของตำบลหนองอีหลง ระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าใครจะมาสมัครเป็นนายกฯ อบต.ตำบลหนองอีหลง จะต้องไม่ไปเป็นลูกจ้างรับจ๊อบใครโดยเด็ดขาด ถ้าเป็นอยู่แล้ว ก็ต้องลาออกเสียก่อน จึงจะมาสมัครเป็นายกฯ อบต.ได้

        แต่นายกฯหมู ปากหมา ก็หัวหมอ ตามสันดานเอาสีข้างเข้าถูจนแดงเถือกไปทั้งสองข้าง โดยไปปรึกษาไอปึ๊ด ลูกผู้ใหญเหิม นักศึกษารามคำแหง
ประจำหมู่บ้าน ผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ขนาดเอาปืนยิงหัวคนได้โดยไม่ติดคุก
        ไอ้ปึ๊ดให้คำแนนำว่า... "ลูกจ้าง" ต่างจาก "รับจ้าง" ลิบลับ เพราะแค่เขียนก็ไม่เหมือนกันแล้ว แปลออกมามันจะเหมือนกันได้อย่างไร คำว่า "ลูก"แปลว่า ผู้ที่เกิดจากพ่อแม่ "รับ" แปลว่า แบมือรับไว้ ดังนั้น "ลูกจ้าง" ก็ต้องแปลว่า ผู้ที่พ่อแม่จ้างมาเกิด หรือ ผู้ที่รับจ้างเกิดจากพ่อแม่ส่วน"รับจ้าง"ก็ต้องแปลว่า..การแบมือไว้รับแล้วแต่ใครจะจ้าง หรือ เอาเงินใส่มือ  ฉะนั้น ท่านหมู ปากหมา ไม่ต้องห่วง ไปเป็นนายฯอบต.ได้"

         ดังนั้น นายกฯหมู ปากหมา จึงขอเป็นนายกฯอบต.ตำบลหนองอีหลงต่อไป ใครก็อย่ามาไล่ให้เสียเวลา เพราะไอ้ปึ๊ดผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายฟันธงว่าไม่ผิด ..เลยจะขอจะดื้อด้านเป็นนายกฯต่อไป มันจะหนักหัวใคร ใครจะเป็นจะตาย..หะโธ่..

          เลยเดือดร้อนกรรมการหมู่บ้าน ต้องเร่งรีบประชุมโดยด่วน ถ้าสรุปว่า..ผิดกติกาหมูบ้าน นายกฯหมู ปากหมา ก็ต้องกลายเป็นนายกฯ เถื่อนโครงการต่างๆ ทั้งเปิดบ่อนกาสิโน ขุดอุโมงค์ขโมยน้ำโขง ก็จะกลายเป็นโครงการเถื่อนไปด้วย

            ส่วนไอ้หมัก..ก็ได้แต่ "กินไปด่าไป" โดยเดินด่าไปทั่วหมู่บ้าน..นายกฯหมูเฮงซวย..นายกฯหมูหอกหัก..

            เชื่อใครไม่เชื่อ..ไปเชื่อไอ้ปึ๊ด..ลูกจ้าง กับ รับจ้าง ไม่เหมือนกัน..ฮ่า..ฮ่า..นายกฯหมู ปากหมา..นายกฯเฮงซวย..ฮ่า..ฮ่า..

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
รณบุตร วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง 

ดีใจที่ทุกท่านแวะเยี่ยม
ขอบคุณเกร็ดความรู้ที่เพิ่มเติมครับ

ส่วนทนายแต๊ก ครับ

ผมอยากพูดว่า..ใครก็อย่าไปมัวบ้าสู้กับทักษิณ หรือ เงาของมนุษย์ตนไหนเลยครับ

ผมอยากให้เราสู้กับ..ความยากจน สู้กับ..ความด้อยโอกาสของคนบ้านนอก สู้กับ..การถูกเอารัดเอาเปรียบของชาวนา ของเกษตรกร ให้พ้นจากเงื้อมมือ ของพ่อค้าคนกลาง ของนายทุน

สู้จนกว่า..ชาวรากหญ้าเขาจะมองเห็นหนทาง ในการช่วยเหลือตัวเอง

ไม่ปล่อยให้เขา...เอาแต่นั่งเฝ้านั่งรอโอกาสอยู่แบบนี้

วันนั้น..ใครก็สามารถเป็นขวัญใจชาวบ้านได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 13.54 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

"มันจะหนักหัวใคร ใครจะเป็นจะตาย..หะโธ่." คุ้นๆ แฮะๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 7
chompoopookha วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 10.04 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

เอ่อ รายการนี้ ผู้จัด ผู้ดำเนินรายการน่าจะเพี้ยนนะคะ...
ความคิดเห็นที่ 6
ทนายแต๊ก วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 09.35 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
thanyasak

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ต้องสู้กับ “เงา” ของทักษิณ




ผมเกิดและเติบโตที่ปักษ์ใต้ จึงมีสมัครพรรคพวกที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มากหน้าหลายตา บางท่านไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ก็เป็นยิ่งกว่าสมาชิกเสียอีก คือเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ของพรรคประชาธิปัตย์


นอกจากพรรคพวกเพื่อนแล้ว นายหัวของผม ซึ่งผมได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ฝึกวิชาว่าความให้ผม ก็ยังเป็นถึงรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย คือ"ท่านวิทยา แก้วภราดัย" สส.ชื่อดัง อันเป็นที่เคารพรักของคนเมืองคอน


ซึ่งปัจจุบันท่านรองฯวิทยา แก้วภราดัย ทำหน้าที่รัฐมนตรีเงาอยู่ด้วย


ย้อนหลังไปสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่รามคำแหง ประมาณ ปี 2526-2530 ผมพร้อมด้วยเพื่อนพ้องน้องพี่หลายคนแห่งรามคำแหง ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรค ในนาม "ยุวประชาธิปัยต์" ผมจึงเคยเข้าออกพรรคนี้เป็นว่าเล่น


สมัยนั้น ที่ทำการพรรคยังคับแคบ รั้วที่ทำการอยู่ติดกันกับบ้านอดีตจอมพลท่านหนึ่ง ซึ่งเรืองอำนาจในยุคก่อน 14 ตุลา 16 นั่นแหละ


หากจะว่าไปแล้ว ผมก็เป็น “แฟนพันธุ์แท้” ของพรรคนี้คนหนึ่งเช่นกัน


ฉะนั้น การแสดงความคิดเห็นของผมดังต่อไปนี้ ย่อมมีหลักประกันได้ว่า ไม่มีทางที่ผมจะ “มีอคติ” กับพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้แฟนพันธุ์แท้ ชนิด "หลับหูหลับตาเชียร์" อย่าได้ใส่ร้ายผม ว่า “มีอคติ” กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างเด็ดขาด


เมื่อผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ย่อมไม่ชื่นชอบ “พรรคไทยรักไทย “ และ “พลังประชาชน” โดยปริยาย (รวมถึงพรรคอื่นๆแทบทุกพรรค)


การที่ผมไม่ชอบพรรคการเมืองอื่นๆ เพราะมีเหตุผลรวมๆหลายประการครับ เช่น พรรคการเมืองอื่นๆ ต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้...


1.พรรคเหล่านั้นเป็นพรรคเฉพาะกิจ เกิดมาเพราะบารมีของหัวหน้าพรรค และดับไปพร้อมความเสื่อมถอยของผู้นำพรรค แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยล้มหายตายจากไปพร้อมกับหัวหน้าพรรค มีบุคคลากรของพรรค สืบทอดภารกิจมาโดยตลอด


2.พรรคเหล่านั้นเป็นพรรคของ “นายทุน ขุนศึก” กล่าวคือ เกิดมารองรับนายทุน ขุนศึก และศักดินาที่จะมาเล่นการเมือง แต่พรรคประชาธิปัตย์ พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง คือไม่จำเป็นต้องเป็น “นายทุน” หรือ “ขุนศึก” ก็สามารถไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหารพรรคได้ ดูท่านชวน หลีกภัย เป็นตัวอย่าง


พูดง่ายๆ พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนด้วยนักการเมืองอาชีพ ส่วนกลุ่มทุนสนับสนุนพรรค ต้องอยู่ข้างหลัง ห้ามนำพรรคโดยเด็ดขาด หากจะเข้ามาบ้าง ก็ต้องรักษาสัดส่วนนักการเมืองอาชีพเอาไว้ได้อย่างเหมาะสม มิให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป


3.พรรคการเมืองอื่นๆ สื่อสารกับประชาชนไม่เก่ง ไม่เคลียร์ และดูเสมือนไม่โปร่งใส แต่พรรคประชาธิปัตย์ สื่อสารทางการเมืองได้ดีกว่า


เมื่อนักการเมืองพูดแล้วสังคมเข้าใจได้ จะผิดจะถูกอย่างไร ก็มิใช่เรื่องสำคัญ เพราะการสื่อสารที่มีเนื้อหาดี แต่ “อู้อี้” อยู่ในลำคอ จนทำให้สังคมสับสน ก็ไม่มีประโยชน์ เช่นกัน ดูตัวอย่าง ท่านพลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ แม้ท่านจะเป็นคนดี มีคุณภาพ มีความคิดที่เป็นเลิศ แต่ท่านพูดกี่ครั้งๆ คนก็ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ผมเอง แม้ชอบแนวคิดของท่าน ก็ยังไม่ชอบฟังท่านพูดเอาเสียเลย ขออ่านเอาจากสื่อที่สรุปมาให้อ่าน ย่อมปวดหัวน้อยกว่า


นอกจาก 3 ประเด็นหลักดังกล่าวแล้ว คงไม่มีอะไรที่จะทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นขวัญใจของผม และของคนอื่นๆไปได้อีก


แต่ปัจจุบัน สังคมเปลี่ยนไป ผู้คนมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ช่องทางการสื่อสารและการรับรู้ของคนมีมากขึ้น ทัศนคติและค่านิยมของประชาชนที่มุ่งหวังต่อนักการเมืองเปลี่ยนไปมาก


ที่สำคัญ.....คู่ต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เปลี่ยนไปแล้วครับ


คู่ต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ มี 2 ประการ


ประการแรก คือพรรคการการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งบัดนี่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แต่เดิมพรรคประชาธิปัตย์ มีคู่ต่อสู้บนเวทีการเมือง เป็นพรรค เฉพาะกิจ ไร้ชั้นเชิงทางการเมือง เพราะเป็นประเภท “พ่อค้า” หรือ “ทหาร” ที่อยากมีอำนาจทางการเมือง ซึ่งบางท่านยังพูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด หรือบางท่านติดยึดกับอำนาจในระบบระบบราชการ กลุ่มคนการเมืองพวกนี้จึงเป็นได้แค่ "เป้า" ให้พลพรรคประชาธิปัตย์ถล่มได้อย่างเมามัน


แต่ปัจจุบัน ...มิใช่อดีต.... บัดนี้ “ทุนทักษิณ” ร่วมหัวจมท้ายกับทุนใหญ่อื่นๆ พวกนี้นอกจากมีเงินทุนหนาแล้ว ยังพูดไทยชัด พูดภาษาอังกฤษคล่อง แถมเข้ายังใจ “ภาษาโลก” อีกด้วย


“ภาษาโลก” ก็คือการบริหารจัดการที่เป็นวิทยาศาสตร์ มีการตลาดมาประยุคใช้ มีการการประชาสัมพันธ์ที่หวังผลได้ มีการวิจัยทางการเมืองที่เป็นระบบ (ซึ่งมิใช่การวิจารณ์นะครับ)


ประการที่สอง ความต้องการของสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ในอดีต คนไทยส่วนมากถึงร้อยละ 80 ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของตนได้ ผู้มีอำนาจรัฐและผู้ยึดกุมสื่อ จึงตอบสนองประโยชน์ในทุกทางให้เฉพาะชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง (เนื่องจากมีพลังทางการเมืองที่แท้จริง) คนเหล่านี้ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ส่วนคนชั้นล่าง แม้ได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์ ก็ได้ไปอย่างไม่เป็นธรรมมากนัก เพราะผู้มีอำนาจรัฐสามารถใช้ความเหนือกว่าในทุกๆทาง ตบตาให้เห็นว่าได้จัดสรรไปให้อย่างเป็นธรรมแล้ว


แต่ปัจจุบัน....สังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ชนชั้นล่างอันต่ำต้อย..ที่เรียกกันว่า “ชาวรากหญ้า” ผู้ไม่เคยได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์อย่างชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงมาก่อน


เมื่อทักษิณ ประกาศนโยบายเพื่อคนจน...แม้ในช่วงนั้น จะถูกเย้ยหยันกันว่าทำไม่ได้อย่างที่คุย ส่วนประชาชนชาวรากหญ้า แม้ระยะแรกจะไม่ค่อยเชื่อน้ำยาของทักษิณว่าจะทำได้จริง เพราะเคยถูกนักการเมืองหลอกมาจนชาชิน แต่เมื่อทักษิณทำได้ตามที่ประกาศไว้ แม้ผิดบ้างถูกบ้าง ก็ย่อมได้ใจคนจน


เมื่อได้ใจกัน อย่าว่าแต่เพียงกาบัตรเลือกตั้งให้เลย ตายแทนก็ยังได้ ดูกรณีของลุงไพรวัลย์ นวมทอง แท็กซี่ ผู้พลีชีพนั่นปะไร?


อย่าลืมว่า คนจนทั้งหลาย ที่เขาจนๆกัน เขาขาดแต่เงินและโอกาสเท่านั้นนะครับ แต่สำหรับความคิด เขาก็มีปัญญาล่วงได้ว่า......รัฐบาลในอดีตทุกยุค ได้ใช้เงินงบประมาณไปกับการกลบหนี้เน่าของสถาบันการเงิน ซึ่งคนฉ้อโกงสถาบันการเงิน และพวกได้ประโยชน์ มิใช่ชาวรากหญ้าอย่างแน่นอน


นอกจากนี้ คนจนยังรู้ว่า....รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ได้ใช้เงินไปกับโครงการขนาดใหญ่ ที่ผู้ได้รับประโยชน์ เป็นกลุ่มทุนการเมือง และพวกพ้องในชนชั้นสูง ผู้รับเหมาอะไรทำนองนั้นแหละ ชาวรากหญ้าหาได้รับประโยชน์ใดไม่


เมื่อทักษิณ หยิบยื่น “เครื่องชูชีพ” ให้คนใกล้ตาย แม้จะดีหรือไม่ดีพอ ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ชีวิตของตนต้องอดตายไปต่อหน้าต่อตาเศรษฐี


เมื่อคนจนชอบทักษิณ....ก็ทำให้เกิดปัญหา 2 ประการ


1.แม้จะมีการยุบพรรคการเมืองที่ชื่อ “ไทยรักไทย” ก็ต้องมีพรรค “พลังประชาชน”เกิดขึ้น จะยุบพรรค “พลังประชาชน” ก็ต้องมีพรรค “พลังราษฎร” จะยุบพรรค “พลังราษฎร” ก็มีพรรค “พลังคนจน” จะยุบพรรคการเมืองไหนซักกี่พรรค กลุ่มการเมืองที่ชาวรากหญ้าเลือก ก็ต้องเป็นพรรคการเมือง ที่อยู่ภายใต้ร่มเงา ทักษิณ หรือ “จะขัง 111 นักการเมือง” ก็ย่อมมีทายาทรุ่น 2 หรือแม้จะฆ่าทายาทรุ่น 2 ให้ตายไป ก็ย่อมมีทายาทรุ่น 3 ขึ้นมาแทน


นี่มิใช่เพราะเหตุอันใดเลย นอกจากการบรรจบกันของ 3 ประสาน คือ 1 มีทุนใหญ่ 2.มีนโยบายต้องใจ และ 3.มีการบริหารจัดการทางการเมืองแบบใหม่(การจัดองค์กรแบบใหม่) คือการเป็น “เจ้าของพรรค”โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่น ก็เหมือนกับการเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล โดยไม่จำเป็นต้องเล่นฟุตบอลเป็น


2.ความแตกแยกในสังคม อันมีสาเหตุมาจากชนชั้นสูง และชนชั้นกลาง เริ่มได้รับส่วนแบ่งด้านเศรษฐกิจน้อยลง อีกทั้งชนชั้นสูง และชนชั้นกลาง (ที่อยู่นอกกลุ่มทักษิณ) ได้เสียพื้นที่ทางการเมือง ไร้ที่ยืน ถูกทอนอำนาจ ถูกลดความสำคัญลง ปัญหาความแตกแยกในสังคม จึงเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต


สำหรับพรรคฝ่ายค้านที่สำคัญอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ก็อย่างรีบด่วนถอดใจ ว่าจะเป็นฝ่ายค้านไปนานแสนนาน อย่าได้กลัวและเบื่อหน่ายการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะการเป็นพรรคฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง ย่อมมีโอกาสสร้างผลงานให้พรรค แต่ที่ต้องตระหนักคือ ประเด็นในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านควรต้องเปลี่ยนไป หากยังหยิบประเด็นหยุมหยิม ไม่ประทับใจปวงชน ย่อมไม่อาจทำลายความ "มหึมา"ของกลุ่มทักษิณลงได้


ประเด็นการค้านจึงต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง เป็นจริง เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวม


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดึงสถาบันเบื้องสูง อันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันที่ทุกคนในชาติยอมรับโดยพฤตินัยและโดยนิตินัย มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง ไม่บังควรอย่างยิ่ง หากมองด้วยสายตาที่เป็นธรรมแล้ว ผมเชื่อว่า ไม่มีคนไทยคนไหนจะคิดร้ายต่อสถาบันหลักของชาติอย่างแน่นนอน


ฉะนั้น ในยุคข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว การดึงเอาสถาบันอันเป็นที่เคารพสูงสุดของคนไทย มากล่าวหากันทางการเมือง เป็นเรื่องไม่บังควรอย่างแน่นอน


หากมีความสงสัยกันว่า มีผู้ใดล่วงละเมิดสถาบัน ก็ต้องไปร้องทุกข์กับตำรวจ ให้นำคดีขึ้นสู่ศาลยุติธรรม นอกจากเป็นประโยชน์และเกิดเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแล้ว ยังเป็นหนทางในการปกป้องสถาบันอันสูงส่งอย่างแท้จริงอีกด้วย


ประเด็นหลักในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จึงควรตรวจสอบในเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการบริหารของรัฐบาล ความไร้ประสิทธิภาพ ที่อาจก่อผลร้ายทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือตรวจสอบนโยบาย ที่อาจก่อให้เกิดความยากลำบากกับประชาชนในอนาคตต่างหาก


ที่สำคัญ ควรเสนอทางออกที่เหนือกว่าวิธีการบริหารจัดของรัฐบาลควบคู่ไปด้วย มิใช่มุ่งให้รัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดต้องติดคุก เพราะหน้าที่ดังกล่าวเป็นเรื่องของตำรวจ อัยการ และศาลยุติธรรมอยู่แล้ว


ท่านเชื่อหรือไม่ว่า หากนายจักรภพ เพ็ญแข ต้องตกงาน หรือติดคุก จะมีคนอย่างนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ทักษิณปั้นเสกขึ้นมาใช้งานใหม่ได้อีกหลายร้อย หลายพันคน


การต่อสู้กับพรรคการเมืองภายใต้ร่มเงาของ “ทุนทักษิณ” จึงต้องมียุทธศาสตร์ใหม่


นี่เป็นเพียงการต่อสู้กับ “เงา” ของทักษิณเท่านั้น หากมีการปล่อย “ยักษ์” ออกมาจากขวด “เลขที่ 111” ได้ พรรคประชาธิปัตย์จะเหนื่อยกันขนาดไหน?
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 09.35 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

แวะมาทักทาย .. ไปทำบุญวันวิสาขบูชากันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
เอื้อยนาง วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 09.15 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

หมูกับหมามีความสัมพันใกล้ชิดกันมาแต่โบราณ
ตั้งแต่ครั้งมันสามารถพูดจาภาษามนุษย์ได้
มันเป็นเสี่ยวกัน อยู่บ้านกินข้าวจากนายคนเดียวกัน
วันหนึ่งนายไม่อยู่ ให้หมูกับหมาอยู่บ้าน และสั่งงานไว้ว่า
ข้ากลับมาหวังว่าคงไม่เห็นพวกเอ็งเอาแต่นอนนะ
ว่าแล้วก็จากไปไกล ๆ
ส่วนหมูรู้หน้าที่ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
โดยเอาปาก จมูก ดุดิน ไถพรวนจนเสร็จไปหลายแปลงนา
แล้วกลับไปพักผ่อน
ฝ่ายหมาตื่นขึ้นมาก็อ้าปากหาวด้วยความเกียจคร้าน
นึกขึ้นได้ถึงคำสั่งนายมันก็ออกวิ่ง ๆ
วิ่งวกไปวนมาบนแปลงนาที่หมูดุดดินพลิกฟื้นขึ้นใหม่ ๆ
นายกลับมาเห็นรอยหมาเต็มไปหมดจึงไปด่าหมู และทำโทษให้มันไปนอนใต้ถุนเล้าและให้กินรำเป็นอาหาร
ส่วนมาหมาได้กินข้าวดังเดิม
และได้นอนอยู่ใกล้นายแต่นั้นมา
แล
ความคิดเห็นที่ 3
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเช้า วันวิสาขบูชาครับ
และขอนอบน้อม พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระอรหันต์ไกลจากกิเลส ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ความคิดเห็นที่ 2
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 08.36 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

เข้าใจแบบชาวบ้านๆ ลูกจ้างมักจะหมายถึงจ้างประจำ เช่นทุกวัน(เป็นส่วนใหญ่) ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ถ้ามีการทำกิจกรรมหรือถ่ายทำ (งานถ่ายทำคงไม่ได้ทำตลอดทุกวันนะ เพราะฉายไม่หมด) ดังนั้นน่าจะเข้าข่าย"ลูกจ้าง"
น่าจะแก้ตัวไปว่าเป็นพิธีกรรับเชิญ เหมือนได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่ถ้าทำประจำและเป็นพิธีกรตัวหลัก(คนเดียว?) ก็น่าจะหนีไม่ออกอีก
ตอนแรกก็แก้ตัวดีแล้ว ว่าทำนอกเวลาราชการ คือถ่ายทำตอนหกโมงเช้า ให้กติกาแจงมาเลยว่า เป็นนายกฯวันละแปดชั่วโมงหรือยี่สิบสี่ชั่วโมงกันแน่...
สุดท้าย ก็เล่นบทด้านๆนี่แหละ เช่น "ไม่พูดอีกแล้วเรื่องนี้"
ความคิดเห็นที่ 1
มะอึก วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 08.31 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ฮา.......
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31