พิมพ์หน้านี้
|
ต่อไปนี้...มาให้ ส.ส. และ ส.ว. มาจับฉลากเป็นกันเถิด ................สาเหตุแห่งปัญหา ที่ผู้คนในบ้านในเมือง แตกเป็นก๊กเป็นฝ่าย แยกข้างออกเป็นศัตรูถืออาวุธไล่ฆ่าไล่แกงกัน จนบาดเจ็บล้มตาย ยังกับอยู่ในยุคหินก็ไม่ปาน นี่ จะมีหนทางแก้ไขเยียวยากันอย่างไร ................เรื่อง ประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้ง นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่เป็นตัวต้นเหตุแห่งปัญหา แนวความคิดและวิธีการนั้น ช่างสวยหรูเลอเลิศสะแมนแตนท์ แต่พอถึงขั้นตอนการปฏิบัติ กลับเน่าเฟะยิ่งกว่าน้ำครำในแหล่งสลัม ...............ประชาธิปไตยที่มีสโลแกนอันโก้เก๋ว่า โดยประชาชน เพื่อประชาชน นั้น เอาเข้าจริง ๆ ก็กลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ...............เพราะเมื่อหนังประชาธิปไตยแห่งการเลือกตั้งเริ่มฉาย ทุกคนก็ทราบดีว่า เนื้อเรื่องจะดำเนินไปเช่นไร..ยกตัวอย่าง เช่น ...............สมมุติว่า..นายกฯสมัคร ประกาศยุบสภาวันนี้ แล้วก็กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปภายใน ๔๕ วัน ทุกคนคงเดาเนื้อเรื่องได้ ว่าหนังเรื่องนี้ จะดำเนินเรื่องไปแนวไหน ที่แน่ ๆ ก็คือ.... ...............สำนักงานสาขาย่อยของพรรคการเมืองหรือ ส.ส. ต่าง ๆ ที่มียู่ทั่วประเทศก็จะเริ่มคึกคักขึ้นทันที ส.ส.ทั้งหลายก็จะบ่ายหน้ากลับสู่ภูมิลำเนา ใครที่ไม่เคยเอาหน้าไปโผล่ให้ชาวบ้านเห็น ชาวบ้านก็จะเห็นโฉมหน้าในยามนี้ ...............ส่วนคนที่ดีอกดีใจที่สุด เห็นจะไม่มีใครเกินชาวบ้าน และบรรดาหัวคะแนนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำท้องถิ่น เจ้าพ่อเจ้าแม่ ผู้กว้างขวาง คหบดี ผู้ทรงอิทธิพล แม้กระทั่งบรรดาจิ๊กโก๋นักเลงหัวไม้ ทั้งหลายแหล่ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ก็จะมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ..............บุคคลเหล่านี้ จะดาหน้าเคลื่อนทัพจากทุกสารทิศ มุ่งตรงเข้าหาผู้สมัครส.ส. ราวกับถูกดูดด้วยพลังลึกลับ โดยมีจุดประสงค์เดียวกัน..นั่นคือ..ไปเอาเงินมาแจกชาวบ้าน แล้วก็แบ่งหรือยักบางส่วนเข้ากระป๋าตัวเอง...ส่วนใครจะได้มากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ใครจะมีความไว้เนื้อเชื่อใจ หรือพลังที่จะไปดูดเสียงของชาวบ้านมาให้ส.ส.คนนั้นได้มากน้อยแค่ไหน... ...............ส่วนส.ส.คนไหนที่จะปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่เคยซื้อเสียงชาวบ้านนั้น ต่อให้อมพระประธานในโบสถ์มาพูด ก็ไม่มีใครเชื่อ...นอกจากจะใช้ลีลาศรีธนญชัยบอกว่า..ผมไม่ได้ซื้อเสียง เพราะคนที่ซื้อคือ หัวคะแนน...นี่ถึงจะจริงของเขา ................เมื่อเป็นเช่นนี้ จะเลือกตั้งกี่ครั้งก็แก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ ถ้ายังแก้ปัญหาหัวคะแนน ที่เป็นลูกกระเดือกกับคอหอยของส.ส.ไม่ได้ จะเลือกตั้งกี่ครั้งก็ได้ส.ส.หน้าเก่า ๆ ส.ส.ที่เห็นแก่ตัวหน้าเดิม ๆ ส.ส.ที่คอยฟังแต่เสียงหัวหน้าพรรค หรือหัวหน้ามุ้ง หัวหน้าวัง จะสั่งให้ซ้ายหันหรือขวาหัน ส.ส.ที่มีบทบาทแค่เกณฑ์ม็อบมาไล่ฆ่าไล่แกงคนไทยด้วยกัน ................ชาติหน้าบ่าย ๆ เราไม่มีโอกาสที่จะได้ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของชาวบ้าน เห็นอกเห็นใจชาวบ้าน มีเจตนาที่จะช่วยชาวบ้านให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยากจริง ๆ จะเลือกตั้งกี่ครั้ง เราก็คงจะได้แต่ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของพรรค ตัวแทนหัวหน้าพรรคอยู่อย่างนี้ ................ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.หรือ ส.ว. ครั้งต่อไป ผมขอเสนอให้ใช้วิธีจับฉลาก...ส่วน ๗๐ /๓๐ นั้น อย่าไปพูดถึงเลย เพราะโอกาสเป็นไปได้ ก็คงยากพอ ๆ กับของผม อย่า..ใครก็อย่าเพิ่งดูถูกดูแคลนความคิดของผมนะครับ มาฟังเหตุผลของผม..กันดีกว่า ...............ก็ในเมื่อเรากำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. ว่า ต้องมีความรู้ระดับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย ทำไมเราถึงไม่ยอมรับและให้เกียรติกัน ว่าคนมีความรู้ระดับปริญญาตรีสามารถไปทำหน้าที่ ส.ส.ได้ ทำไมจะต้องให้เขาไปหาเสียงแข่งกันอยู่อีก ซึ่งพอไปหาเสียงปุ๊บ ก็ไปเจอ..เจ้าพ่อเจ้าแม่.. เจอเศรษฐีเงินถุงเงินถัง.. เจอเสี่ยนั่นเสี่ยนี่..เจอกองทัพของหัวคะแนนและบริวารผู้สมัครที่มีเงินเป็นกระสอบ...คนที่มีความรู้ปริญญาตรี ที่เป็นคนยากคนจน เป็นลูกชาวบ้านชาวนา แต่มีเจตนาอันแรงกล้า มีวิสัยทัศน์ยิ่งกว่าเสี่ยทั้งหลาย...ตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติ..ก็อย่าหวังว่าจะได้เป็น ส.ส. กับใครเขา ..............ฉะนั้น เราเปลี่ยนมาสรรหา ส.ส. หรือ ส.ว. ด้วยวิธิจับฉลากกันเถิด..ไหน ๆ การเลือกตั้งที่ให้ชาวบ้านเลือกโดยการลงคะแนน ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าเช่นนี้แล้ว เราจะยังดันทุรังเลือกตั้งกันอยู่อีกหรือ .............ผมขอเสนอให้แบ่งหรือจัดสรรอัตราส่วนผู้คนแต่ละอาชีพให้เท่าเทียมกัน..แยกเป็นกลุ่มให้กระจายกันไป..พ่อค้านักธุรกิจก็ไปจับฉลากกับพ่อค้านักธุรกิจ..สายอดีตข้าราชการหรือครูก็ต่างหาก..สายตัวแทนเกษตรกร..สายนักกฎหมายทนายความ..สายนักสิทธิมนุษยชนหรือเอ็นจีโอ สายชาวนาลูกหลานตาสีตาสา ฯลฯ ก็แบ่งกลุ่มไปจับฉลาก ไม่ให้มั่วปะปนกัน....ค่าสมัครก็กำหนดสัก ๕๐,๐๐๐ บาท กันพวกนึกสนุกมาสมัครเพื่อจับฉลากเล่น ๆ เงินจากค่าสมัคร ก็นำเข้ากองทุนของจังหวัด อำเภอ......จะสมัครกี่หมื่นกี่แสนก็ไม่ต้องไปกลัว... ..............วิธีการนี้ เราก็จะได้ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนประชาชนจากทุกสาขาอาชีพ จะประหยัดทั้งงบประมาณการเลือกตั้ง ส่วนถ้ากลัวว่า...จะได้ส.ส.ไม่มีคุณภาพ หรือเข้าไปแล้ว จะแสวงหาประโยชน์ใส่ตัว ไปยกไม้ยกมือหาเงินเขากระเป๋าตัวเองนั้น ก็หามาตรการลงโทษมารองรับให้หนัก ถ้ามีหลักฐานที่ทำผิด ก็ให้มีบทลงโทษที่รุนแรง มีการยึดทรัพย์ และถอดถอนด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ..............ผมมีความเชื่อมั่นว่า ถ้านำวิธีการของผมไปใช้ รับรองเราต้องได้ ส.ส. หน้าใหม่ ๆ ที่หลากหลายความคิด มีความเป็นตัวของตัวเอง...ไม่ใช่เลือกตั้งกี่ครั้ง ๆ ได้แต่ ส.ส.หน้าเ ก่า ๆ วิสัยทัศน์เดิม ๆ จะอภิปรายหรือแสดงความคิดอะไรอกมา แค่อ้าปาก..ชาวบ้านก็รู้แล้วว่า..จะพูดอะไร... วนเวียนไม่ไปไหนมาไหนอยู่เช่นนี้ .............ไม่แน่นะครับ..ในอนาคตเราอาจจะได้...นักการเมืองหน้าใหม่ ๆ...ที่เป็นคนหนุ่มคนสาว....หรือใครต่อใครในเวบบอร์ดแห่งนี้..ซึ่งแต่ละท่านล้วนมีแนวความคิดที่ดี ๆ ไปเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. บ้านเมืองอาจจะเจริญกว่านี้ก็ได้ใครจะรู้... |
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||