ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต กำลังต้องประสบกับปัญหาที่หนักใจมากขึ้น เมื่ออีเมล์ขยะหรือพวกสแปมเมล์เหล่านี้ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในแต่ละวัน คงจะไม่มี ISP รายใดที่จะมั่นใจกับระบบการกรองอีเมล์ขยะของเขา ทาง ISP จึงต้องมีทีมงานที่จะคอยเฝ้ามอง เพื่อคอยบล็อกสแปม และคอยติดตามข่าวคราวของสแปมใหม่ๆ ที่มีการแจ้งเข้ามาจากลูกค้า
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต กำลังต้องประสบกับปัญหาที่หนักใจมากขึ้น เมื่ออีเมล์ขยะหรือพวกสแปมเมล์เหล่านี้ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในแต่ละวัน คงจะไม่มี ISP รายใดที่จะมั่นใจกับระบบการกรองอีเมล์ขยะของเขา ทาง ISP จึงต้องมีทีมงานที่จะคอยเฝ้ามอง เพื่อคอยบล็อกสแปม และคอยติดตามข่าวคราวของสแปมใหม่ๆ ที่มีการแจ้งเข้ามาจากลูกค้า
ถ้าเกิดวันหนึ่งขณะที่คุณเช็กอีเมล์อยู่ คุณก็พบว่ามีอีเมล์ขยะจำนวนมากมาย อยู่ในอินบล็อกของคุณและมันคงไม่ค่อยดีแน่ ถ้าคุณจะไม่ทำอะไรกับมันเลย จำนวนของมันอาจจะ เพิ่มมากขึ้นจนล้น และอาจทำให้เมล์บล็อกของคุณเต็มได้ นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญของ Jupiter Media กล่าวว่าเกือบ 25 เปอร์เซ็นต์ของอีเมล์ประมาณ 30 ล้านฉบับถูกส่งออกมาในแต่ละวัน เป็นอีเมล์ที่เราไม่ได้เชื้อเชิญ ขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า สแปม สแปมที่ถูกบริษัท Brightmail ในอเมริกากรองเอาไว้ มีถึง 40% ซึ่งทาง IDC ได้ประมาณการณ์ไว้ว่ามีอีเมล์ สแปมถึง 7.8 พันล้านฉบับที่ถูกส่งออกมาทั่วโลกในแต่ละวัน Ferris Research ของทางอเมริกาได้กล่าวว่ากลุ่มธุรกิจและองค์กรจะต้องเสียไปถึง 10 พันล้านดอลลาร์ในการจัดการเมล์ขยะพวกนี้สแปมที่ออกมารบกวนมีจำนวนมากมายมหาศาล เป็นเสมือนกับไวรัสตัวใหม่ เวิร์ม หรือโทรจัน และตอนนี้มันเริ่มขึ้นมาเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายอันดับต้นๆ แล้ว
สแปมคืออะไร ?
สแปมเป็นอีเมล์ที่มีลักษณะเหมือนๆ กันและมีการส่งต่อตัวเองไปบนอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งไปยังผู้ที่ไม่เคยรับมันมาก่อน สแปมส่วนมากจะเป็นพวกเกี่ยวกับธุรกิจ โฆษณา หรือเป็นพวกสื่อลามกต่างๆ ซึ่งมีรูปแบบที่ไม่แน่นอน และมีรูปแบบที่ออกแนวเชิญชวนจนน่าสงสัย อย่างเช่น วิธีที่จะทำให้คุณรวยเร็ว หรือเกี่ยวกับภาพโป๊หรือเรื่องเซ็กซ์ เป็นต้น ผู้ที่ส่งสแปมเหล่านี้ออกมาเสียค่าใช้จ่ายเพียงน้อยนิด แต่ผู้รับจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อป้องกันสแปมที่ถูกส่งออกมา
สแปมมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ และจะมีผลต่างกันกับผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ต โดยแบบแรกเป็นสแปมที่ส่งเข้าไปตามกระดานข่าวเว็บบอร์ด โดยจะโพสต์ข้อความซ้ำกัน และจะกระจายไปยังกระดานข่าวต่างๆ ซึ่งข้อความอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในกระดานข่าวนั้นเลย ภายในจะมีข้อความเชื้อเชิญที่น่าสงสัยต่างๆ นานา โดยอาจจะมีลิงก์ให้คุณกดเพื่อเข้าไปชม หรือบางทีอาจจะหลอกให้คุณทำการสมัครสมาชิก และสแปมอีกรูปแบบหนึ่งคือส่งอีเมล์ไปยังผู้รับโดยตรง โดยผู้รับนั้นอาจจะไม่เคยรู้จักผู้ส่งมาก่อนว่าเป็นใคร มาจากไหน โดยสแปมเมอร์จะทำการค้นหาอีเมล์จากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดานข่าวที่คุณไปทำการโพสต์อีเมล์ไว้หรือ ค้นหาตามเว็บแอดเดรส รวมทั้งการที่คุณสมัครสมาชิกอะไรก็ตาม พวกสแปมเมอร์จะเอาอีเมล์เหล่านั้นมา แล้วส่งสแปมมายังอีเมล์ของคุณ อีเมล์สแปม เหล่านี้จะได้เงินจากการที่คนเปิดอีเมล์ที่สแปมนั้นส่งไป แล้วเข้าไปใช้บริการภายใน ซึ่งภายในก็จะมีทั้งโฆษณา การเชิญชวนต่างๆ
ความอันตรายต่อผู้ใช้อาจจะดูเหมือนไม่มากมาย ถ้าคุณเป็นแค่ผู้ใช้ตามบ้านธรรมดา เพียงแค่คุณทำการลบมันก็หายไป ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับตัวเครื่อง แต่ซักพักมันก็จะกลับมาอีกและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อคิดถึงในแง่ธุรกิจถ้าพนักงานภายในองค์กรทุกคนต้องมานั่งลบอีเมล์ขยะหรือสแปมเหล่านี้ทุกวัน คงจะทำให้เสียเวลาและเมื่อคิดค่าเวลาที่ทุกคนต้องเสียไป ก็ทำให้เกิดผลเสียของธุรกิจหรือองค์กรนั้นไม่ใช่น้อยๆ
ตัวอย่างของสแปม
ตัวอย่างที่ 1 อีเมล์เหล่านี้ ส่งมาจากใคร ผู้รับไม่รู้จัก Hey guy, How are you? Im so sorry about last night, click here for a SUPRISE to make you feel better. (สวัสดี เป็นไงบ้าง ฉันเสียใจกับเรื่องเมื่อคืนนะ กดตรงนี้ สิฉันมีอะไรให้คุณประหลาดใจ และมันจะทำให้คุณรู้สึกดีด้วย!)
ตัวอย่างที่ 2 แนวหลองลวง ว่าได้รับรางวัล หรือโชคดี คุณเป็นผู้โชคดี ที่ถูกเลือกให้ได้รับรางวัลพิเศษ โปรดอ่านรายละเอียดที่นี่
ตัวอย่างที่ 3 เป็นจดหมายที่มีหัวเรื่อง (Subject) แนวเชื้อเชิญ
Make Money Fast (วิธีหาเงินอย่างเร็ว)
Making Money at home (นั่งอยู่ที่บ้านก็ยังหาเงินได้)
Please forward this mail to as many as people (ส่งอีเมล์นี้ หาคนให้มากที่สุด คือเป็นจดหมายลูกโซ่)ตัวอย่างของสแปม
ทำไมสแปมถึงไม่ดี
1. เพราะมันทำให้เสียเวลา ในอเมริกาตัวอย่างเช่น บริษัทอเมริกาออนไลน์ (AOL) ผู้ให้บริการออนไลน์ในอเมริกาเคยได้รับสแปมที่เป็นอีเมล์โฆษณาถึงวันละ 1.8 ล้านฉบับ ถ้าสมมติว่าผู้ใช้บริการแต่ละคนต้องใช้เวลาในการลบอีเมล์สแปมพวกนี้วันละ 10 วินาที นั่นหมายถึงว่าเวลารวมที่ผู้ใช้ AOL ต้องใช้ไปกับการลบอีเมล์ขยะพวกนี้ต้องเสียไปถึง 5,000 ชั่วโมงในการกำจัดสแปมพวกนี้ในแต่ละวัน
2. ปัญหาสแปมล้น บางครั้งอาจจะมีอีเมล์หลอกคุณว่า ถ้าหากไม่ต้องการรับอีเมล์สแปมพวกนี้ให้ส่งอีเมล์กลับมา ซึ่งหลักจากที่ใครทำตาม ก็จะมีอีเมล์จำนวนมหาศาลวิ่งเข้ามา โดยที่ผู้ส่งสแปมไม่มีการยกเลิกตามที่แจ้งไว้ ซึ่งถ้าหากว่ามีผู้ใช้เพียง 1 ใน 10 ของ 1% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ที่ทำตามสแปมเมล์ส่งมา ก็จะมีจำนวนถึง 1 แสนฉบับต่อวัน ซึ่งถ้าอีเมล์สแปมเหล่านี้โตมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปจะทำให้ผู้ใช้อีเมล์ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเมล์บล็อกได้เต็มที่
3. ขโมยทรัพยากรจากผู้อื่น ด้วยจำนวนของสแปมเมอร์ที่เพิ่มมากขึ้น พวกสแปมเมอร์จะเจาะเข้าไปในระบบเมล์เซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ในการส่งสแปม และยังทำให้ระบบทำงานหนักขึ้นไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่ายหรือดิสก์ มีพวกสแปมเมอร์จำนวนมากที่ใช้วิธีการ hit and run นั่นคือเมื่อพวกสแปมเมอร์เหล่านี้ได้ขโมยแอ็กเคานต์ของทาง ISP ได้แล้วก็จะเริ่มส่งอีเมล์เป็นหมื่นฉบับจากนั้นก็จะยกเลิกแอคเคาน์นั้นทันที (หรือจนกว่าทางผู้ให้บริการจะเริ่มผิดสังเกต)
4. เป็นอีเมล์ขยะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอีเมล์โฆษณา หรือเป็นอีเมล์ที่ทำให้เข้าใจผิด เพื่อเป็นการโจมตีคู่แข่งทางการค้าบ้าง และบางส่วนเป็นอีเมล์หลอกลวง ซึ่งมีทั้งรูปแบบต่างๆ เช่น การหลอกให้บริจาค หรือให้ส่งเมล์ต่อเป็นจดหมายลูกโซ่
5. เป็นพวกหัวขโมย พวกสแปมเมอร์มักจะชอบขโมยรายชื่ออีเมล์ของบุคคลต่างๆ บางครั้งก็มีการใช้ซอฟต์แวร์สแปมเพื่อวิ่งและสแกนหาอีเมล์ที่ผู้ใช้ไปทำการโพสต์หรือลงทะเบียนตามเว็บไซต์ต่างๆ
6. บางประเทศอีเมล์จำพวกสแปมถือว่าผิดกฏหมาย โดยเฉพาะเรื่องภาพลามกอนาจาร บางประเทศแค่มีภาพลามกไว้ครอบครองก็อาจติดคุกได้แล้ว ในอเมริกานั้น ภาพลามกอนาจารเด็กผิดกฎหมายมาก ซึ่งเคยเกิดกรณีส่งสแปมเสนอบริการภาพลามกเด็ก และมีผู้ใช้ที่ไม่เห็นด้วยนำอีเมล์ดังกล่าวไปแจ้งตำรวจ เพื่อให้จับเข้าคุกกันมาแล้ว
16,000 สแปมภายในหนึ่งชั่วโมง
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต กำลังต้องประสบกับปัญหาที่หนักใจมากขึ้นกับปัญหาอีเมล์ขยะหรือพวกสแปมเมล์เหล่านี้ที่เพิ่มจำนวนขึ้น ในแต่ละวัน คงจะไม่มี ISP รายใดที่จะมั่นใจกับระบบการกรองอีเมล์ขยะของเขา ทาง ISP จึงต้องมีทีมงานที่จะคอยเฝ้ามอง เพื่อคอยบล็อกสแปม และคอยติดตามข่าวคราวของสแปมใหม่ๆ ที่มีการแจ้งเข้ามาจากลูกค้า เคยมีรายงานในออสเตรเลียว่าเพียงหนึ่งชั่วโมงก็มีรายชื่อสแปมที่โดนบล็อกไว้ถึง 16,000 ฉบับ นอกจากนั้นทาง ISP ก็ยังเพิ่มการป้องกันให้กับลูกค้าของเขาจากสแปม โดยแนะนำให้ลูกค้าดาวน์โหลดโปรแกรมที่ใช้บล็อกพวกสแปมเมล์ไปติดตั้งที่เครื่อง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถทำแบบนั้นได้ทั้งหมด ทาง ISP จึงมีบริการพิเศษในการกรองสแปมเมล์ โดยอาจจะคิดราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าคงไม่นานนี้อาจจะมีบริการ กรองสแปม สแกนไวรัส รวมเข้าไปในค่าบริการด้วย
แต่อย่างไรก็ตามเครื่องมือที่จะใช้กรองสแปมเมล์เหล่านี้ก็มีข้อเสียมากกว่าข้อดี บาง ISP ทำการบล็อกอีเมล์ที่จะเข้ามาจากแอดเดรสที่อยู่ในบล็อกลิสต์ เพื่อให้มันถูกตีกลับ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ OzEmail รายงานว่าได้ทำการบล็อกอีเมล์ จากผู้ใช้ของ AT&T WorldNet ในขณะที่ พวกลูกค้าของ OzEmail พบว่าแอดเดรสของเขาก็ถูกบล็อกจาก Excite เนื่องจากมีพวกสแปมเมอร์เข้าไปใช้โดเมนจากผู้ให้บริการเหล่านั้นทำการส่งสแปมเมล์
พวกสแปมเมล์เหล่านี้เข้ามาใน inbox ของคุณได้อย่างไร
เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมอยู่ๆ ในอินบ็อกซ์ของคุณก็มีโฆษณาหรืออีเมล์ลามกต่างๆ ที่คุณไม่รู้จักมาก่อนด้วย หรือไม่เคยไปลงทะเบียนตามเว็บไซต์ต่างๆ เหล่านี้เลย นั่นเป็นเพราะว่าพวกสแปมเมอร์เหล่านี้จะทำการค้นหารายชื่ออีเมล์จากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องแชตรูม โฮมเพจ หรือแม้แต่ใช้โปรแกรมจำพวก Spyware เพื่อ ขโมยอีเมล์แอดเดรสที่อยู่บนเครื่องของคุณ คุณควรจะศึกษาวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงจากพวกสแปมเหล่านี้
วิธีการแรก พวกสแปมเมอร์จะชอบเข้าไปในเว็บไซต์ที่มีห้องแชตรูม หรือเว็บบอร์ด กระดานข่าว รวมไปจนถึงพวก MSN ต่างๆ เพราะว่าพวกสแปมเมอร์ต้องการที่จะค้นหาอีเมล์ โดยใช้ซอฟต์แวร์พิเศษ ซึ่งมันจะเก็บเข้าไปในฐานข้อมูล และอาจจะนำไปขายให้กับบรรดา บริษัทขายสินค้าต่างๆ ที่สนใจ ในการทดสอบโดยบริษัท US Federal Trade Commission ได้ทำการสร้างอีเมล์ไว้ที่ต่างๆ ถึง 250 อีเมล์ เพียง 6 สัปดาห์หลังจากที่ทำการโพสต์ ตามที่ต่างๆ ก็ได้รับสแปมเมล์เข้ามาถึง 3,349 ฉบับ ซึ่งมีถึง 86 % ของอีเมล์ทั้งหมด และทดสอบโดยใช้แอดเดรสหนึ่งไปโพสต์ไว้บนห้องแชตรูม เพียงแค่ 9 นาทีเท่านั้นก็ได้รับสแปมเมล์เข้ามา
ถ้าคุณต้องการที่จะหลีกเลี่ยงสแปมเหล่านี้จะต้องไม่ทำการโพสอีเมล์ลงไปยัง ห้องแชตรูม กระดานข่าวหรือเว็บบอร์ดต่างๆ อีกทางเลือกหนึ่งคือ เขียนอีเมล์แอคเคาน์ของคุณเป็นชื่ออื่นซึ่งจะทำให้โปรแกรมที่พวกสแปมเมอร์ใช้ไม่สามารถจะหาอีเมล์นั้นเจอได้
ทุกๆ ที่ที่คุณท่องไปบนเว็บไซต์ กำลังมีคนจ้องที่จะคอยเอาอีเมล์แอดเดรสของคุณอยู่ ไม่ว่าคุณจะไปลงทะเบียนเป็นสมาชิก หรือลงชื่อเพื่อรับซอฟต์แวร์ หรือไปสมัครชมรมใดชมรมหนึ่ง แต่บางเว็บไซต์จะมีการกำหนดสิทธิ (Policies) อย่างเช่น hotmail เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางให้พวกสแปมเข้ามาได้ คุณควรจะมีอีเมล์ที่เป็นพวกฟรีเมล์ อย่างเช่นที่ hotmail หรือ yahoo ไว้เพื่อเอาไว้กรอกแบบฟอร์มต่างๆ เพื่อใช้หลอกพวกสแปมเมอร์ ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มได้รับสแปมเมล์ก็ให้ยกเลิกอีเมล์นั้นซะ แล้วก็ไปสมัครใหม่ ส่วนอีเมล์แอดเดรสจริงๆ ก็ให้ใช้สำหรับส่วนตัวเท่านั้น