เราอาจจะคุ้นเคยกับภาพในอนาคตจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ อย่างเรื่อง Minority Report ที่จินตนาการป้ายโฆษณาในยุคนั้นให้สามารถตอบโต้กับผู้คนได้ โดยที่ผู้คนสามารถสื่อสารกับมันได้ทั้งสองทาง จะว่าไปแล้วสิ่งต่างๆ เหล่านี้ดูเหมือนเป็นสิ่งเพ้อฝันและยังดูไกลตัวมาก แต่ไม่ใช่กับบนอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน
โฆษณาเป็นอีกรูปแบบในการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเรา ถึงจะมีวิธีป้องกันอยู่หลายแบบแต่วิธีนี้นอกจากจะง่ายแล้วยังฟรีอีกด้วย
เราอาจจะคุ้นเคยกับภาพในอนาคตจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ อย่างเรื่อง Minority Report ที่จินตนาการป้ายโฆษณาในยุคนั้นให้สามารถตอบโต้กับผู้คนได้ โดยที่ผู้คนสามารถสื่อสารกับมันได้ทั้งสองทาง จะว่าไปแล้วสิ่งต่างๆ เหล่านี้ดูเหมือนเป็นสิ่งเพ้อฝันและยังดูไกลตัวมาก แต่ไม่ใช่กับบนอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน เชื่อไม่ครับว่าปัจจุบันอินเทอร์เน็ตสามารถทำอะไรอย่างที่ภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟทำได้แล้ว เมื่อเราเซิร์ฟเว็บไปเรื่อยๆ จนพบเว็บเพจที่มีแบนเนอร์โฆษณาขึ้นมา โฆษณานี้สามารถดึงค่า URL ของเพจที่เราดู, หลายเลขไอพีของเรา, เวลาที่ดู, รวมไปถึงเวอร์ชันของบราวเซอร์ที่ใช้ และยังสามารถนำคุ้กกี้มาใส่เอาไว้ในเครื่องของเรา ทำให้บริษัทผู้ทำโฆษณานั้นสามารถติดตามได้ว่าเรากำลังดูโฆษณาอะไรอยู่ รวมไปถึงกำลังจะทำอะไรต่อไป ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถระบุได้ว่าเราเป็นใคร ชื่ออะไร แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ข้อมูลส่วนตัวส่วนหนึ่งของเราไป และข้อมูลนี้เองที่มีประโยชน์มากสำหรับพวกเขา
ในอีกมุมหนึ่ง เราก็อาจจะต้องพูดถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมานาน แต่ก็หาข้อสรุปกันไม่ได้เสียที โฆษณาแบบออนไลน์นี้มักจะเป็นตัวสร้างปัญหาให้เรา ทั้งแบนเนอร์ที่ติดมากับเว็บเพจ หรือว่าป๊อปอัพต่างๆ ซึ่งล้วนน่ารำคาญ แถมยังใช้แบนวิดธ์ที่มีอยู่น้อยนิดของเราไปเสียอีก แต่ทางออกง่ายๆ ที่หลายคนใช้กันอยู่เสมอ ก็คือ การเลือกใช้แชร์แวร์หรือฟรีแวร์ที่สามารถบล็อกโฆษณานี้ออกไปได้ แต่เชื่อไหมครับว่ายังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถสกัดโฆษณาเหล่านี้ได้ โดยที่เราแทบไม่ต้องทำอะไรที่ซับซ้อนเลย เพียงแค่มี Notepad ก็พอแล้ว
เข้าใจหลักการเบื้องต้นก่อน
โดยปกติแล้ว เวลาที่เราจะเข้าไปเว็บไซต์ไหน เราก็จะจำแต่ชื่อเว็บไซต์ อย่างละก็ตาม ในระบบอินเทอร์เน็ตจะรู้จักแต่ละเว็บไซต์ด้วยหมายเลขไอพีแอดเดรส ซึ่งแต่ละไซต์จะมีหมายเลขไม่ซ้ำกัน อย่างเช่น เว็บไซต์ของ PC Magazine (www.pcmag.com) จะใช้หมายเลขไอพี 63.111.13.100 ซึ่งในการแปลงชื่อเว็บไปเป็นหมายเลขไอพีนั้น เราจะต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ Domain Name System (DNS) ซึ่งถ้าหากเราติดตั้งเน็ตเวิร์กเอง คุณจะต้องแอดเดรสของ DNS Server ไว้ในไดอะล็อกบ็อกซ์ TCP/IP Properties
อย่างไรก็ตาม โอเอสส่วนใหญ่ก็มีเทคนิคในการกระโดดข้ามบริการ DNS ไปได้ เช่น ในวินโดวส์ จะใช้เท็กซ์ไฟล์ชื่อ HOSTS (ไม่มีนามสกุล หรือ Extension) ในการเปลี่ยนโดเมนเนมเป็นหมายเลขไอพี โดยไม่ต้องเรียกใช้บริการ DNS เลย สำหรับวินโดวส์ 9x นั้น ไฟล์นี้จะอยู่ในโฟลเดอร์ Windows ส่วนในวินโดวส์ตระกูลเอ็นทีทั้งหมด จะเก็บไฟล์นี้เอาไว้ในโฟลเดอร์ WindowsDriveretc ซึ่งเราสามารถเปิดขึ้นมาดูได้ผ่านทางโปรแกรมเท็กซ์เอดิเตอร์อย่าง Notepad
ข้อความในไฟล์ Hosts จะประกอบด้วยหมายเลขไอพี และชื่อโดเมน (คั่นด้วยการเว้นวรรค) ดังตัวอย่าง ส่วนข้อความอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังเครื่องหมาย # ในทุกๆ บรรทัดจะไม่ถูกนำมาประมวลผล
63.111.13.100 www.pcmag.com # PC Magazine ในกรณีนี้ เมื่อเราต้องการไปยังเว็บไซต์ www.pcmag.com วินโดวส์จะไม่สนใจเซิร์ฟเวอร์ DNS แต่จะดึงหมายเลขไอพีจากไฟล์ Host แทน
 |
จะเห็นว่าเมื่อใช้ไฟล์ Hosts ที่มีรายชื่อเว็บไซต์ โฆษณาทั้งหลายแล้ว แบนเนอร์โฆษณาก็หายไปหมด |
ในการแสดงโฆษณาขึ้นมา บราวเซอร์จำเป็นต้องนำข้อมูลจากเว็บไซต์โฆษณาออกมา ดังนั้นถ้าในการเชื่อมต่อไซต์ดังกล่าวเกิดการผิดพลาด ก็จะทำให้ไม่มีโฆษณาปรากฏขึ้นบนจอภาพ วิธีการง่ายที่สุดที่เราทำให้รีเควสของโฆษณาเกิดความผิดพลาด ก็คือ กำหนดข้อมูลในไฟล์ Hosts ให้ลิงก์ไปยังไอพีแอดเดรสที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งมีไอพีพิเศษหมายเลขหนึ่งที่นิยมใช้กัน ก็คือ 127.0.0.1 หรือ Localhost ซึ่งก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอง ดังนั้นเมื่อเรากำหนดโดเมนเมนของเว็บไซต์โฆษณา เป็น 127.0.0.1 ไว้ในไฟล์ Hosts แล้ว ทุกๆ รีเควสที่ไปยังเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว ก็จะกลายเป็นข้อความ Error แทน เมื่อเราสามารถบล็อกได้แล้ว ผู้โฆษณาก็จะไม่สามารถติดต่อกับบราวเซอร์ของเราได้ บริษัทโฆษณาก็จะไม่ได้ไอพีของเราไป และก็ไม่สามารถเข้ามาวางคุ้กกี้ในเครื่องของเราได้ การติดตั้ง Web bug ลงในเครื่องจึงทำไม่ได้เช่นกัน แต่ในส่วนของป๊อปอัพก็ยังคงมีตามปกติ แต่ข้อมูลในป๊อปอัพก็จะหายไป เพราะถูกบล็อกเอาไว้ทั้งหมด
ต้องสร้างไฟล์ Host เองไหม
การจะทำให้ไฟล์ Hosts ของเรารู้จักโดเมนโฆษณาทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ยังมีอีกวิธี คือ ค้นหาจากเว็บ โดยใช้คีย์เวิร์ด ad blocking hosts file windows คุณจะพบไซต์ต่างๆ ที่มีไฟล์ Hosts ให้ดาวน์โหลด เพียงแค่ดาวน์โหลดแล้วแทนที่ไฟล์ Hosts เดิมในเครื่องเท่านั้นก็เรียบร้อย แต่อย่าลืมว่าจะต้องแบ็กอัพไฟล์เก่าของเราเอาไว้ด้วย จากนั้นให้ลบแคชของบราวเซอร์ออกไปให้หมด เพราะอาจจะมีโฆษณาที่เป็นแคชค้างอยู่ในเครื่อง แล้วจึงรีสตาร์ทบราวเซอร์อีกครั้งเท่านั้น แบนเนอร์โฆษณาก็จะถูกบล็อกเอาไว้แล้ว
ข้อจำกัด!
การใช้วิธีนี้อาจจะเกิดปัญหาได้ในบางเครื่อง เมื่อติดตั้งไฟล์ Hosts ขนาดใหญ่ลงไป โดยอาจทำให้เครื่องช้าลง หรือเน็ตเวิร์กช้าลงถนัดตา ถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้นในเครื่อง คงไม่มีทางอื่นนอกจากนำไฟล์ Hosts ไฟล์เดิมกลับคืนมา แล้วเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมแชร์แวร์หรือฟรีแวร์ที่ใช้บล็อกโฆษณาแทน แต่ถึงอย่างไรด้วยวิธีนี้จะมีปัญหาในตัวเอง คือ ไม่สามารถบล็อกโฆษณาซึ่งมาจากเว็บไซต์ที่เรากำลังดูอยู่ได้ เพราะเราสามารถเข้าไซต์นั้นได้ โฆษณาก็จะติดมาด้วย และถ้าหากโฆษณาที่ผ่านเข้ามาใช้เลขไอพีแทนชื่อโดเมน วิธีนี้ก็ไม่สามารถบล็อกโฆษณาได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ในกรณีที่เราพบปัญหาเวลาเข้าเว็บไซต์บางแห่งที่ใช้งานบ่อยๆ ก็อาจจะต้องเข้าไปแก้ไขในไฟล์ Hosts ให้ยอมรับไซต์ดังกล่าว โดยเข้าไปค้นหาชื่อไซต์ที่มีปัญหา แล้วลบรายการนั้นออกจากไฟล์ Host
การบล็อกโดยใช้โดเมนเนมเป็นตัวบล็อกนี้ จะเป็นการบล็อกข้อมูลทั้งหมดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชัน หรือโพรโตคอลทุกอย่างที่เกี่ยวกับไซต์นี้จะไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ เราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้ผ่านเฉพาะบางอย่าง เช่น ต้องการให้รูปภาพเข้ามา แต่คุ้กกี้ไม่ผ่าน อย่างนี้ไม่ได้ ซึ่งหากต้องการการควบคุมลักษณะนี้ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการอื่นๆ แทน เช่น เลือกใช้โปรแกรม CookieCop2 ซึ่งเป็นยูทิลิตี้แจกฟรีของพีซีแมกะซีน ก็จะสามารถควบคุมการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
 |
ไฟล์ Hosts โดยปกติแล้วจะมีข้อมูลเพียง เล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่เห็นข้อความยาวๆ ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่คำอธิบาย |
โฆษณาที่ถูกบล็อกด้วยไฟล์ Hosts นั้นจะเปลี่ยนเป็นข้อความ Error ว่า This Page cannot be displayed หรือปรากฏเป็นเครื่องหมายกากบาทสีแดงว่ารูปภาพมีปัญหาแทน ซึ่งก็จะทำให้เว็บเพจที่เราเปิดดูนั้นมีหน้าตาที่แปลกออกไป และ URL ที่ถูกบล็อกก็อาจจะปรากฏในลิสต์ของปุ่ม Back เราจึงต้องแก้ปัญหาโดยคลิ้กเลือกจากดรอปดาวน์ของปุ่ม Back แทน
แต่ถึงจะมีข้อจำกัดหลายอย่าง เทคนิคการใช้ไฟล์ Hosts ก็ยังเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการทำงาน และยังบล็อกโฆษณาได้ตามที่เราใช้งานจริงๆ ที่สำคัญ คือ ฟรี! ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว