• RoSe_SkuLL_JoKerZ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wing_of_eternity@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-02
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 7762
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
•The Heaven of KittithaT•
Blog เรา น่ารักเหมือนคนอ่านเลยจ้า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Rosejoker
วันอังคาร ที่ 22 มกราคม 2551
วิสัยทัศน์ 10 ปีของบิล เกตส์ กับโลกของไอที
Posted by RoSe_SkuLL_JoKerZ , ผู้อ่าน : 137 , 14:27:44 น.  
พิมพ์หน้านี้


วิสัยทัศน์ 10 ปีของบิล เกตส์ กับโลกของไอที


ในช่วงที่ผ่านมา เผอิญผมได้อ่านบทสัมภาษณ์แบบเจาะใจเจ้าพ่อวงการซอฟต์แวร์ของโลกตัวจริงเสียงจริง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก บิล เกตส์ ประธานบริหารของกลุ่มบริษัทไมโครซอฟท์ ที่เขาได้ให้สัมภาษณ์รอบพิเศษในช่วงปีใหม่ถึงแนวคิดของเขากับธุรกิจของไมโครซอฟท์ในรอบปีที่ผ่านมากับอนาคตของโลกไอทีในมุมมองของเขาให้กับนิตยสารฟอร์จูน โดยมี Brent Schlender มานั่งคุยกับเขาถึง 90 นาทีเลยทีเดียว








ในช่วงที่ผ่านมา เผอิญผมได้อ่านบทสัมภาษณ์แบบเจาะใจเจ้าพ่อวงการซอฟต์แวร์ของโลกตัวจริงเสียงจริง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก บิล เกตส์ ประธานบริหารของกลุ่มบริษัทไมโครซอฟท์ ที่เขาได้ให้สัมภาษณ์รอบพิเศษในช่วงปีใหม่ถึงแนวคิดของเขากับธุรกิจของไมโครซอฟท์ในรอบปีที่ผ่านมากับอนาคตของโลกไอทีในมุมมองของเขาให้กับนิตยสารฟอร์จูน โดยมี Brent Schlender มานั่งคุยกับเขาถึง 90 นาทีเลยทีเดียว

ประเด็นใหญ่ๆ ก็จะมุ่งเน้นไปยังเรื่องของผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาของไมโครซอฟท์ ที่สามารถฟันฝ่าช่วงวิกฤตของอุตสาหกรรมไอทีของตลาดโลก พร้อมกับมีการนำเอาธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อเสริมทัพผลิตภัณฑ์ให้กับธุรกิจที่มีบางอย่างทำได้ไม่ถึงเป้าหมายโดยเฉพาะในเรื่องของระบบปฏิบัติการวินโดวส์

หลังจากได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว ทำให้ผมต้องคิดใหม่ กับบิล เกตส์ คนนี้จริงๆ ที่เขามักจะมีมุมมองอะไรที่แบบว่ามองได้ไกล และถ้าทำตลาดได้แล้ว ก็จะกินยาวไปอีกนาน เหมือนกับที่เขาเคยทำได้มาแล้วกับวินโดวส์หรือว่าชุดโปรแกรมออฟฟิศ

ผมจึงถือโอกาสนี้ นำเอาคำถามบางคำถามและบทสรุปที่คิดว่าน่าจะทำให้หลายคนมองเห็นภาพแนวโน้มของธุรกิจไอทีว่าจะเป็นอย่างไร มาวิเคราะห์และเล่าสู่กันฟัง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนใช้พีซีแบบโฮมยูสหรือว่าในแบบองค์กรก็ตาม

ยักษ์ใหญ่ขยับ กลไกตลาดเปลี่ยน

ก่อนอื่นผมอยากจะให้เข้าใจกันก่อนว่า ตลาดไอทีของโลกนั้นไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์หรือว่าฮาร์ดแวร์ นั้นมีกลไกควบคุมอยู่หลายชั้น และกลไกแต่ละชั้นก็จะมีการเชื่อมต่อไปสู่เครือข่ายไอทีย่อยๆ อีกมากมาย สุดท้ายกลไกทั้งหมดจะเชื่อมต่อเข้าหากันเป็นวงกลม โดยมีตัวจักรเชื่อมสำคัญคือ กลุ่มผู้บริโภค นั่นเอง ซึ่งทุกวันนี้ถ้าสังเกตให้ดี จะเห็นว่า วงการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไล่ให้ทันเทคโนโลยีด้านเซมิคอนดักเตอร์โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาชิปความเร็วสูงในบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์มือถือ โทรศัพท์มือถือรุ่นไฮเทค หรือเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ๆ เราจึงเห็นซอฟต์แวร์อัพเดตกันแบบถี่ยิบ เรียกว่าไม่ถึง 3 เดือน ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ก็จะต้องอัพเกรดซอฟต์แวร์ของตนให้ยูสเซอร์เข้าไปดาวน์โหลดกันแล้ว พอครบปีก็จะออกนิวซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ที่มีฟีเจอร์ลูกเล่นใหม่ๆ มากมาย มากระตุ้นให้ผู้บริโภคได้น้ำลายไหล ต้องยอมควักกระเป๋าซื้ออยู่ได้ทุกปี


นอกจากนั้น ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่มีผลต่อกลไกตลาดไอทีอย่างมากก็คือ ปัจจัยในเรื่องของระบบปฏิบัติการวินโดวส์นี่เอง อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ เพราะเครื่องพีซีทุกเครื่องถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ตัวนี้ มันก็เหมือนกับม้าที่ไม่มีจ๊อกกี้

ส่วนอานม้า หรือเครื่องประดับต่างของม้าและจ๊อกกี้ ก็เหมือนกับซอฟต์แวร์มัลติมีเดียอื่นๆ ที่เข้ามาเสริมการทำงานของวินโดวส์ให้ดูน่าใช้ มากขึ้น แต่ทั้งหลายทั้งปวง การจะวิ่งเข้าสู่เส้นชัยได้หรือไม่นั้น ก็ต้องอยู่ที่ม้าและการควบคุมม้าของจ๊อกกี้เป็นหลักว่า สามารถควบคุมให้วิ่งได้ความเร็วและเข้าจังหวะกันได้สม่ำเสมอไปตลอดเส้นทางหรือไม่ นั่นคือประเด็นที่สำคัญ

ทุกครั้งที่ไมโครซอฟท์ประกาศจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นใหม่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ อย่าง Tablet PC ที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดไอทีได้รับรู้แล้วครับว่า ตอนนี้ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่ของวงการไอทีไปอีกหนึ่งขั้นแล้ว โดยมีไมโครซอฟท์เป็นคนนำร่องและผู้นำตลาด ผลที่ตามมาขนาดใหญ่ก็คือ ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประเภทเสริมเขี้ยวเล็บให้วินโดวส์และฮาร์แวร์ทั้งหลาย ต่างก็ต้องมีการปรับตัวตามทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ !

เมื่อยักษ์ใหญ่ขยับ รายย่อยก็ต้องแข่งขันกันขยับให้ทัน ก่อนที่จะตกรถไฟ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ตรงนี้ก็เป็นข่าวดีสำหรับคนในวงการไอทีทั้งในแง่ผู้ผลิตและผู้บริโภค เพราะว่าวงการไอทีจะซบเซาลงในทันทีถ้าไม่มีอะไรใหม่ๆออกมากระตุ้นตลาด ยอดขายก็จะตกลง รายได้ที่คาดการณ์ก็จะตกลง เหมือนกับที่ตลาดโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาประสบมา เมื่อยอดขายพีซีตกลง ยอดขายของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน ส่วนซอฟต์แวร์รายย่อยนั้นไม่ต้องพูดถึง เปิดตลาดไม่ได้ ก็ต้องขายได้แต่ลูกค้าเก่า แต่นั่นย่อมไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกับยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ !

ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จหรือเปล่ากับธุรกิจอื่นๆ ?

คำถามนี้ยิงเข้าหาบิล เกตส์ โดยตรง เพราะเขาเป็นคนต้นคิดโปรเจ็กต์ทั้งหมดของไมโครซอฟท์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่ยอดขายของวินโดวส์ตัวใหม่ๆ มีแต่ตกลงฮวบๆ เพราะคนไม่ค่อยสนใจที่จะซื้อวินโดวส์ใหม่มากนัก ตราบเท่าที่วินโดวส์เดิมก็ยังใช้ได้ และวินโดวส์ใหม่ๆ ยังไม่มีฟีเจอร์เด็ดๆ จูงใจให้คนหันมาเปลี่ยนใช้ในทันที


การที่ไมโครซอฟท์หันไปลงทุนในเรื่องของเครื่องเล่นเกมคอนโซล Xbox เพื่อแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่างโซนี่ , การพัฒนาโปรเจ็กต์กล่องอัจฉริยะ Set-top boxes , เข้าไปสร้างเครือข่ายของ MSN ให้เป็น Web-service ยังมีการเข้าไปพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับในองค์กรขนาดเล็ก ( Small businesses ) และล่าสุดก็เข้าไปลงทุนในเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอย่างพวกคอมพิวเตอร์พกพา และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อการชดเชยรายได้ที่หายไปของบริษัท เป็นการพยุงราคาหุ้นของไมโครซอฟท์ และเป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับบริษัทในอีก 10 ปีข้างหน้า

เรามาว่ากันในเรื่องของซอฟต์แวร์ก่อน บิล เกตส์ บอกว่า เขาเองนั้นตั้งใจที่จะขยายขอบเขตของซอฟต์แวร์ออฟฟิศของไมโครซอฟท์ที่ในด้านโฮมยูสนั้นหายห่วง เพราะยังไม่มีคู่แข่งรายไหนเข้ามาแข่งขันกับเขาได้ในตอนนี้ แต่ว่ายังมีอีกตลาดหนึ่งที่เขาเองเห็นว่ามีศักยภาพมากในด้านการขยายตัวทั้งในปัจจุบันและอนาคต นั่นคือ ตลาดซอฟต์แวร์การบริหารออฟฟิศขนาดเล็กที่มีขีดความสามารถมากมายนอกเหนือไปจากงานด้านสเปรดชีตหรืองานด้านการนำเสนอที่มีใช้กันอยู่แล้ว

ตลาดที่ว่านี้หมายถึงซอฟต์แวร์ตระกูล Customer relationship management (CRM) หรือซอฟต์แวร์ในกลุ่ม Enterprise resource planning (ERP) ที่มีมูลค่าการตลาดมหาศาล และเขาคิดว่าในอนาคตบริษัททั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก ก็จะหันมาใช้ซอฟต์แวร์บริหารองค์กรกันมากขึ้น ที่สำคัญราคาค่าติดตั้งของมันนั้นมหาศาลครับ ผมจำได้ว่าเคยเห็นองค์กรในประเทศไทยเรานี้ มีการนำซอฟต์แวร์ชุดนี้มาใช้ ต้องจ่ายเงินไปนับร้อยล้านบาทเลยทีเดียว แต่ผลที่ได้นั้นเห็นว่าทางองค์กรที่ยอมลงทุนไปคงจะเห็นว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

เห็นตัวเลขแบบนี้ บิล เกตส์ก็เลยตั้งใจว่าจะพัฒนาโปรแกรมออฟฟิศของไมโครซอฟท์ให้มีการเพิ่มขีดความสามารถมากขึ้น นัยว่า คนทำงานในออฟฟิศต่างๆ จะสามารถนำเอาข้อมูลธุรกิจมาติดต่อสื่อสารกันได้ในแบบ 4 มิติ คือระหว่างบริษัทด้วยกัน และแต่ละบริษัทก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างครบวงจรในทุกส่วนขององค์กร รวมถึงในแง่ของผู้ซื้อกับผู้ขายของวงจรธุรกิจ

ส่วนธุรกิจที่เหลือนั้น บิล เกตส์ เขาบอกเลยว่าที่ผ่านมายังไม่มีกำไรอะไร เพราะว่าในการลงทุนของเขานั้น เขาต้องทุ่มเทเม็ดเงินไปกับแผนกวิจัย R&D ของบริษัทค่อนข้างมาก ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ในเรื่องที่จะให้ฟื้นทุนได้ภายในเวลาอันสั้นนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ตัวอย่างเช่น การลงทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับเครื่อง PDA นั้นเขาก็บอกว่า ตลาดโลกทุกวันนี้มีคนใช้ซอฟต์แวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาและโทรศัพท์มือถือของไมโครซอฟท์ถึง 20 ล้านเครื่อง แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนของการลงทุนวิจัยและพัฒนาสินค้าแล้ว มันก็ยังไม่ถึงจุดที่จะได้กำไร ทุกอย่างต้องใช้เวลาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในกลุ่มนี้เหมือนกับคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของเขา มันเหมือนกับช่วงเวลาของการเรียนรู้ ที่เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์


กับกรณีศึกษาครั้งสำคัญของเขาคือ การพัฒนากล่องอัจฉริยะนั้น ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็เพราะว่า การเติบโตของธุรกิจด้านเคเบิลทีวี ไม่โตไปอย่างที่เขาตั้งใจไว้ เขาเตรียมความพร้อมทางด้านซอฟต์แวร์เอาไว้ แต่ในด้านรายการทีวี กลับไม่สามารถตอบสนองให้เป็นไปในทิศทางที่คาดหวังไว้ นั่นจึงเป็นบทเรียนที่ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องหันมามองตลาด Interactive TV ใหม่ โดยอาจจะต้องลดขีดความสามารถของกล่องทีวีนี้ลง เพื่อให้ตลาดเคเบิลทีวีสามารถรองรับการทำงานได้ทันที เพราะการพัฒนาธุรกิจนี้ต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ ในด้านวงการบันเทิงอีกมาก และนั่นเป็นสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ ก็เลยต้องปล่อยให้ค่อยๆ โตไปตามกระแส ส่วนเขาก็ได้แต่พัฒนากล่องนี้ ให้มันทำงานได้แบบสอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบันเท่านั้นเอง

หรืออย่างกรณีเครื่อง Xbox นั้น การที่จะเอาชนะโซนี่กับเครื่องเพลย์สเตชัน 2 นั้นก็เป็นเรื่องไม่ง่ายและต้องใช้เวลาอีกเช่นกัน เพราะปัจจัยอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องนอกเหนือไปจากด้านฮาร์ดแวร์ที่เขาสามารถควบคุมได้นั้นก็คือเรื่องของซอฟต์แวร์ เพราะถ้าไม่มีซอฟต์แวร์เกมดีๆ เครื่องเล่นเกมคุณภาพสูง ก็ไม่สามารถเปล่งอานุภาพออกมาได้ ทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันค่ายโซนี่เองก็มีพัฒนาการอย่างไม่หยุดยั้งเช่นเดียวกัน ดังนั้น การแข่งขันในภาพของเกมคอนโซล ก็คงต้องต่อสู้กันต่อไปโดยที่ยังไม่อาจบอกผลสรุปได้ในตอนนี้

กรณีนี้ ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ผมก็ยังเห็นว่า เครื่องเล่นเกม Xbox ถ้าจะขึ้นมาเทียบชั้นในด้านยอดขายกับโซนี่แล้ว ต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปีเป็นอย่างน้อย ดูอย่างง่ายๆ ทุกวันนี้จะหาซื้อเครื่องเล่นเกม Xbox ในเมืองไทยนี่ยังหาได้ยากเลย ไม่รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ไม่มีคนนำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ ตลาดของเครื่องเล่นเกมชนิดนี้ก็เลยค่อนข้างจะดับสนิทในโซนเอเซีย แม้กระทั่งในญี่ปุ่น ที่คนแดนปลาดิบส่วนใหญ่ก็ยังชาตินิยม นิยมเครื่องเล่นเกมของโซนี่ และนินเทนโดเป็นหลัก

ตอนนี้ตลาดของ Xbox ก็เลยต้องพุ่งเป้าไปยังโซนอเมริกาเหนือ และยุโรปเป็นตลาดหลัก ที่พยายามหาซอฟต์แวร์ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร พูดง่ายๆ คือ เกมในเครื่อง Xbox จะต้องพยายามไม่ให้มีซ้ำกับเครื่องเล่นเกมเครื่องไหนให้ได้ เพราะถ้าเกมที่ซ้ำกันแล้ว (ถึงแม้ว่าจะทำมาหลายเวอร์ชันก็ตาม) ก็จะไม่ทำให้เครื่องเล่นเกมขายได้ เพราะคนจะมีทางเลือกไปเล่นเครื่องที่ตนเองมีอยู่แล้วเป็นหลัก อย่างเช่นเกม Halo นั่นไงครับ บอกได้เลยว่าเกมนี้เป็นเกมดังสุดขีดที่ผลักให้ยอดขายของ Xbox เบียดกันมากับเครื่องนินเทนโดมาได้ ตอนนี้ก็เลยจะออกมาเกมภาค 2 ออกมา ซึ่งเรียกว่าเป็นความลับสุดยอดที่กะว่าออกมาเมื่อไหร่ ไมโครซอฟท์จะทำการผลักดันด้านการตลาดอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

ส่วนสงครามด้านเครื่องคอนโซล ก็คงต้องรอดูกันต่อไป สำคัญที่ว่าใครมีสายป่านที่ยาวกว่ากันเท่านั้นเอง

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31